วัสดุที่มีความยั่งยืน

Language : English

วัสดุก่อสร้างบางชนิดอาจเป็นวัสดุที่มีความยั่งยืน ด้วยคำจำกัดความหรือเงื่อนไขบางอย่าง ยกตัวอย่างเช่น ไม้อาจถือเป็นวัสดุที่มีความยั่งยืนถ้าปลูกขึ้นด้วยการจัดการป่าแบบยั่งยืน และแปรรูปด้วยพลังงานยั่งยืนและจัดส่งด้วยการขนส่งที่ยั่งยืน แต่อาจไม่ถือเป็นวัสดุที่ความยั่งยืนภายใต้เงื่อนไขที่ต่างออกไป ภาควิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยมิชิแกนจากสหรัฐอเมริกาได้ทำการแจกแจงลักษณะของวัสดุก่อสร้างที่มีความยั่งยืนโดยพิจารณาตามแนวคิดการประเมินวัฎจักรชีวิตไว้ดังนี้

  1. มีการควบคุมและป้องกันการเกิดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อมตลอดกระบวนการผลิตของวัสดุ
  2. มีการลดปริมาณการเกิดของเสียตลอดกระบวนการผลิตของวัสดุ
  3. ใช้วัตถุดิบจากการรีไซเคิลในการผลิตวัสดุ
  4. มีการลดการใช้พลังงานตลอดกระบวนการผลิตวัสดุ
  5. เป็นวัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ ดิน เป็นต้น
  6. วัสดุที่มีการออกแบบมาให้ลดการเกิดของเสียในระหว่างการก่อสร้างหรือการติดตั้ง
  7. วัสดุที่ผลิตในท้องถิ่น
  8. วัสดุที่มีการส่งเสริมประสิทธิภาพการใช้พลังงานของอาคาร
  9. วัสดุที่ช่วยประหยัดน้ำหรือลดการใช้น้ำ
  10. วัสดุที่ไม่มีหรือมีสารพิษเป็นส่วนประกอบน้อย
  11. วัสดุหรืออุปกรณ์สำหรับผลิตพลังงานหมุนเวียน
  12. วัสดุที่มีอายุการใช้งานยาวนาน
  13. ความสามารถในการนำกลับมาใช้ซ้ำของวัสดุ
  14. ความสามารถในการนำกลับมารีไซเคิลของวัสดุ
  15. ความสามารถในการย่อยสลายตามธรรมชาติของวัสดุ

ลักษณะเหล่านี้สามารถนำมาใช้เป็นหลักเกณฑ์การเลือกวัสดุที่มีความยั่งยืนได้ดังที่สรุปไว้ใน ตารางที่ 1

 ตารางที่ 1 หลักเกณฑ์ที่ใช้ในการคัดเลือกวัสดุที่มีความยั่งยืน (Jong-Jin และคณะ, 1998)

หลักเกณฑ์ความยั่งยืน
ระหว่างกระบวนการผลิตวัสดุ ระหว่างการก่อสร้างและติดตั้ง หลังหมดอายุอายุการใช้งาน
–    การลดการเกิดของเสีย

–    การป้องกันการเกิดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม

–    การใช้วัสดุรีไซเคิล

–    ลดการใช้พลังงาน

–    ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ

–    ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

–    ประสิทธิภาพในการใช้น้ำและลดการใช้น้ำ

–    ความไม่เป็นพิษ

–    ผลิตพลังงานทดแทน

–    อายุการใช้งานยาวนาน

–    ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ

–    รีไซเคิลได้

–    นำมาใช้ซ้ำได้

–    อื่นๆ

 

วัสดุยั่งยืนที่นำมาใช้สำหรับที่อยู่อาศัยสามารถเป็นได้ทั้ง วัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์และของใช้ต่างๆภายในบ้าน ตัวอย่างของวัสดุที่มีความยั่งยืนมีดังนี้

คอนกรีต

คอนกรีตถือว่าเป็นวัสดุก่อสร้างบ้านที่ดีเยี่ยมชนิดหนึ่งสำหรับการสร้างสิ่งก่อสร้างที่ต้องการความร้อนจากแสงอาทิตย์ โดยสิ่งก่อสร้างคอนกรีตจะสามารถเก็บรักษาความอบอุ่นไว้ในช่วงฤดูหนาวในขณะเดียวกันก็สามารถทำให้บ้านเย็นลงได้ในฤดูร้อนด้วยคุณสมบัติการดูดกลืนและสะท้อนรังสีความร้อน นอกจากนี้คอนกรีตยังมีอายุการใช้งานยาวนานและนำมาในการก่อสร้างอาคารรูปแบบต่างๆได้ง่าย อีกทั้งยังสามารถนำมารีไซเคิลได้และมีความทนทานต่อการติดไฟ (Green Cross Australia, 2010) ถึงแม้ว่าในกระบวนการผลิตคอนกรีตสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมค่อนข้างสูง แต่ปัจจุบันได้มีการนำเทคนิคการผลิตใหม่ๆมาใช้ เช่น การใช้ปริมาณซีเมนต์ประสิทธิภาพสูงในการผลิตคอนกรีต การจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งท้องถิ่น การแก้ไขส่วนผสมของคอนกรีต หรือการผลิตคอนกรีตประสิทธิภาพสูงซึ่งเป็นการช่วยลดปริมาณคอนกรีตที่ใช้สำหรับสิ่งก่อสร้าง (CEMBUREAU, 2013) รูปที่ 1 แสดงตัวอย่างบริษัทที่มีการผลิตคอนกรีต/ซีเมนต์คาร์บอนต่ำ

รูปที่ 1 ตัวอย่างบริษัทที่มีการผลิตคอนกรีต/ซีเมนต์คาร์บอนต่ำ ที่มา: http://www.lafarge.com/en; http://www.kildeaconcrete.com/low-carbon-concrete/; http://www.boral.com.au/; http://centralconcrete.com/sustainability/low-co2-concrete/

รูปที่ 1 ตัวอย่างบริษัทที่มีการผลิตคอนกรีต/ซีเมนต์คาร์บอนต่ำ
ที่มา: Lafarge; Kildeaconcrete; Boral; Centralconcrete

 

ไม้

 

ไม้ถือว่าเป็นวัสดุยอดนิยมสำหรับการผลิตเครื่องใช้ในบ้านหรือแม้แต่การสร้างบ้าน เนื่องจากมีความแข็งแรง ยืดหยุ่น สามารถรับน้ำหนักได้มาก และเป็นวัสดุหมุนเวียนเมื่อนำมาจากถูกแหล่ง ไม้เป็นวัสดุที่มีการสะท้อนหรือดูดกลืนความร้อนได้น้อย หากเป็นไม้ที่มีความหนาแน่นปานกลางสามารถเก็บความร้อนได้ระดับหนึ่งแต่ไม่สามารถเก็บไว้ได้เป็นเวลานาน ดังนั้นในการสร้างบ้านไม้จำเป็นต้องใช้ฉนวนกันความร้อนที่ดีหรือสามารถใช้คอนกรีตเป็นตัวเสริมในบางส่วนเพื่อช่วยในเรื่องการเก็บความร้อน

ในการเลือกใช้ไม้สำหรับการก่อสร้างจำเป็นต้องคำนึงถึงแหล่งที่มา หากไม้นั้นได้มาจากป่าธรรมชาติจะไม่ถือว่าเป็นวัสดุที่มีความยั่งยืน ถ้าเป็นไปได้ควรใช้ไม้ที่นำมาจากการรีไซเคิลจากการรื้อถอนอาคารไม้ โดยที่ไม้นั้นจะต้องอยู่ในสภาพดี แต่ถ้าหากจำเป็นต้องซื้อไม้ใหม่ ควรมองหาไม้ที่ได้มาจากป่าปลูก (Green Cross Australia, 2010) เช่น ในประเทศไทยได้มีการนำไม้ยางพาราจากต้นยางพาราที่ไม่สามารถผลิตน้ำยางได้แล้วมาผลิตเครื่องใช้ในครัวเรือนและส่งจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ รูปที่ 2 แสดงตัวอย่างเครื่องเรือนจากไม้รีไซเคิล

 รูปที่ 2 ตัวอย่างเครื่องเรือนจากไม้รีไซเคิล ที่มา: http://www.thewoodenduck.com/V2/product_view.php?id=3958; http://www.thewoodenduck.com/V2/product_view.php?id=3775; http://www.thewoodenduck.com/V2/product_view.php?id=5129

รูปที่ 2 ตัวอย่างเครื่องเรือนจากไม้รีไซเคิล
ที่มา: http://www.thewoodenduck.com [1], [2], [3]

 

เครื่องใช้ไฟฟ้าติดฉลากเบอร์ 5

ประเทศไทยมีการรณรงค์ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ติดฉลากเบอร์ 5 ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2536 เพื่อส่งเสริมการจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงในราคาสมเหตุสมผลและส่งเสริมให้ผู้บริโภคใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ช่วยในการประหยัดไฟฟ้า ฉลากเบอร์ 5 จะแสดงระดับความประหยัดไฟออกเป็น 5 ระดับ ตั้งแต่เบอร์ 1 ถึง เบอร์ 5 ฉลากนี้จะแสดงระดับการใช้ไฟฟ้าและข้อมูลเบื้องต้นของเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ประสิทธิภาพและค่าใช้จ่ายต่อปี เพื่อเสนอทางเลือกให้ผู้บริโภคในการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า สำหรับในประเทศอื่นๆก็ได้มีการออกฉลากประหยัดไฟฟ้าและพลังงานสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าเช่นกัน ดังที่แสดงใน ตารางที่ 2

ตารางที่ 2 ฉลากประหยัดไฟฟ้าและพลังงานในประเทศไทยและต่างประเทศ

ฉลาก

ประเทศ ฉลาก ประเทศ
 7.3.1 energy 1

ไทย

 7.3.1 energy 6

สิงคโปร์

 7.3.1 energy 2

สหรัฐอเมริกา

 7.3.1 energy 7

เกาหลี

 7.3.1 energy 3  7.3.1 energy 8

จีน

 7.3.1 energy 4-1

เวียดนาม

 

 7.3.1 energy 9

ออสเตรเลีย

 

 7.3.1 energy 5-1 7.3.1 energy 10

สหภาพยุโรป

 

 

แหล่งข้อมูล:

Categories: House,Sustainable Living

Tags: ,

Menu Title