การใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด

Language : English

วิธีเหล่านี้เป็นวิธีที่จะช่วยให้ประหยัดน้ำในบ้าน

7.1.7.1 household water management_01
แหล่งภาพ: ERM-Siam Co., Ltd.

วิธีประหยัดน้ำในห้องน้ำ ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีการใช้น้ำปริมาณกว่าครึ่งหนึ่งของการใช้น้ำทั้งหมดในบ้าน

  • อย่าเปิดก๊อกน้ำทิ้งไว้ขณะแปรงฟันหรือ
  • อาบน้ำด้วยฝักบัวแทนการอาบน้ำในอ่างอาบน้ำ และปิดน้ำขณะถูสบู่หรือสระผม
  • ถ้าต้องใช้อ่างอาบน้ำ ให้ปิดจุกก๊อกทางระบายน้ำก่อนเปิดน้ำ และเปิดน้ำเพียงครึ่งอ่าง และควรอาบน้ำให้เด็กเล็กพร้อมๆ กัน
  • อย่าใช้ส้วมเป็นถังขยะ

วิธีประหยัดน้ำในห้องครัวและที่ซักล้าง ซึ่งเป็นวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้ประหยัดน้ำได้อย่างมาก ให้ดื่มน้ำในตู้เย็นแทนที่จะปล่อยให้น้ำจากก๊อกน้ำไหลกระทั่งน้ำเย็นลง

  • ล้างผักและผลไม้ในอ่าง และใช้แปรงล้างผัก
  • อย่าใช้น้ำในการละลายน้ำแข็งจากอาหาร แต่ให้ปล่อยอาหารไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาข้ามคืนจนน้ำแข็งละลายเอง
  • ให้ขัดถูเศษอาหารออกจากจานชามแทนการล้างน้ำ ก่อนจะใส่จานชามเหล่านั้นเข้าไปในเครื่องล้างจาน และล้างเมื่อจานชามมีปริมาณมากจนเต็มเครื่องแล้วเท่านั้น
  • ทิ้งเศษอาหารลงในถังหมักขยะอินทรีย์แทนการทิ้งลงในถังขยะ
  • ซักผ้าต่อเมื่อมีปริมาณผ้ามากจนเต็มเครื่องซักผ้า หรือใช้ระดับน้ำที่เหมาะสมกับปริมาณผ้า หรือใช้คำสั่งบนเครื่องซักผ้าให้เหมาะสม

วิธีประหยัดน้ำด้วยอุปกรณ์ภายในบ้าน บ้านที่ใช้เครื่องสุขภัณฑ์และเครื่องใช้ประสิทธิภาพสูง สามารถช่วยให้ประหยัดน้ำที่ใช้ในบ้านได้ถึงร้อยละ 30 และช่วยประหยัดค่าน้ำ ค่าบำบัดน้ำเสียและค่าไฟฟ้าได้อย่างมาก

  • ติดตั้งอุปกรณ์เติมอากาศที่หัวก๊อกและหัวฝักบัว
  • เลือกซื้อเครื่องซักผ้าประสิทธิภาพสูง ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดน้ำและไฟฟ้าได้กว่าร้อยละ 50
  • ซ่อมแซมรูรั่วต่างๆ การปล่อยให้ชักโครกรั่วทำให้เสียน้ำถึง 200 แกลลอน (ประมาณ 800 ลิตร) ต่อวัน การค้นหารูรั่วสามารถทำได้ด้วยการเติมสีผสมอาหารลงในน้ำในแท็งค์เก็บน้ำ ถ้าน้ำที่มีสีไหลมาที่โถชักโครก แสดงว่าชักโครกรั่ว

การนำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดกลับมาใช้ใหม่ ปริมาณน้ำทั้งหมดที่ใช้ในบ้านในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกสูงสุดร้อยละ 75 ถูกใช้ไปกับกิจกรรมภายนอกบ้าน เช่น การรดน้ำต้นไม้ ขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ การนำน้ำเสียที่ผ่านการบำบัดมาใช้ใหม่จึงช่วยประหยัดน้ำได้ (ในช่วงสภาพอากาศแห้งแล้งอาจมีการสั่งห้ามรดน้ำต้นไม้ ให้ใช้น้ำเฉพาะที่จำเป็น ดังนั้นบางข้อต่อไปนี้จึงไม่สามารถใช้ได้)

  • ค้นหาและซ่อมรูรั่วทั้งหมดในระบบน้ำ
  • ใช้น้ำที่ผ่านการบำบัดอย่างเหมาะสมสำหรับการซักล้าง
  • รดน้ำสนามหญ้าหรือพืชในสวนในช่วงที่อากาศเย็นที่สุดของวัน (ตอนเช้าตรู่จะดีที่สุด) อย่ารดน้ำในวันที่มีลมแรง
  • รดน้ำต้นไม้และไม้พุ่มที่มีระบบรากหยั่งลึกให้นานและถี่น้อยกว่าพืชที่มีระบบรากตื้นซึ่งต้องการน้ำปริมาณน้อยแต่บ่อย และขอคำแนะนำจากผู้ให้บริการในท้องถิ่นเกี่ยวกับความจำเป็นในการรดน้ำต้นไม้ในพื้นที่บ้าน
  • ตั้งสปริงเกอร์ให้รดน้ำเฉพาะสนามหญ้าหรือสวนเท่านั้น ไม่ให้รดน้ำถนนหรือทางเดิน
  • ใช้สายยางน้ำซึมหรือระบบน้ำแบบหยดสำหรับต้นไม้หรือไม้พุ่ม
  • ติดตั้งเซนเซอร์วัดความชื้นบนระบบสปริงเกอร์
  • ใช้วัสดุคลุมดินรอบๆ ไม้พุุ่มและพืชสวนเพื่อลดการระเหยของน้ำจากหน้าดินและลดการเติบโตของวัชพืช
  • กำจัดหญ้าคาหรือนำหญ้าปูสนามออกจากบริเวณที่มีรากของต้นไม้อยู่ เพื่อให้น้ำไหลซึมได้ดีขึ้น
  • เพิ่มความสูงของการตัดหญ้า เพราะใบหญ้าที่ยาวจะช่วยบังแดดให้กันและกัน ลดการระเหยของน้ำและลดการเติบโตของวัชพืช
  • ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยหรือเลิกใช้ปุ๋ย เพราะปุ๋ยจะทำให้พืชงอกใหม่เร็วขึ้นซึ่งทำให้จำเป็นต้องรดน้ำเพิ่มขึ้น
  • เมื่อมีการประกาศห้ามใช้น้ำเพื่อกิจกรรมภายนอกบ้านในช่วงหน้าแล้ง ให้รดน้ำต้นไม้หรือสวยด้วยน้ำจากคอยล์ร้อน (Condenser) ของเครื่องปรับอากาศ น้ำจากเครื่องดูดความชื้น น้ำจากอ่างอาบน้ำหรืออ่างล้างจาน อย่าใช้น้ำที่มีสารฟอกขาว น้ำยาล้างจานสำหรับเครื่องล้างจานหรือน้ำยาปรับผ้านุ่ม

การใช้น้ำเพื่อกิจกรรมอื่นๆ ภายนอกบ้าน

  • ใช้วิธีกวาดถนน ทางเดินและบันไดแทนการฉีดน้ำล้าง
  • ล้างรถด้วยน้ำจากถึงน้ำหรือเลือกใช้บริการล้างรถที่ใช้น้ำรีไซเคิล
  • เมื่อใช้สายยางให้ควบคุมปริมาณการไหลของน้ำด้วยหัวฉีดแบบปิดอัตโนมัติ
  • หลีกเลี่ยงการชื้อของเล่นที่ต้องให้น้ำไหลผ่านตลอด
  • เลือกซื้อเครื่องกรองน้ำในสระว่ายน้ำที่ช่วยประหยัดน้ำ
  • ใช้ผ้าใบคลุมสระว่ายน้ำเมื่อไม่ได้ใช้สระว่ายน้ำ เพื่อลดการระเหยของน้ำ
  • อย่าติดตั้งหรือใช้น้ำพุประดับ นอกเสียจากว่าน้ำพุประดับเหล่านั้นใช้น้ำที่ผ่านการรีไซเคิล และติดป้ายบอกว่าน้ำนั้นเป็นน้ำรีไซเคิล แต่อย่าทำในช่วงแล้ง

 

แหล่งข้อมูล:

Categories: Sustainable Living,Water

Tags:

Menu Title