ฉลากคาร์บอน

Language : English

ความเป็นมาของฉลากคาร์บอน

ฉลากคาร์บอน (Carbon label) เป็นการแสดงข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon footprint) ตลอดวัฎจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ โดยแสดงผลอยู่ในรูปของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2 equivalent) ซึ่งฉลากคารบอนจัดอยู่ในฉลากสิ่งแวดล้อม ประเภทที่ 3 (ISO 14025: Type III Environmental Declaration)

 

ฉลากคาร์บอน สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ตามวิธีการแสดงข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ คือ

  • ประเภทที่ 1 คือ ฉลากบ่งชี้การปล่อยคาร์บอนต่ำ (Low-carbon seal) แสดงข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณที่ต่ำกว่าผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเดียวกัน
  • ประเภทที่ 2 คือ ฉลากบ่งชี้ระดับการปล่อยคาร์บอน (Carbon rating) แสดงระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์ เช่น ระดับเหรียญทอง เงิน และทองแดง หรือบ่งชี้ระดับการลดลงของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon reduction rating) แต่ไม่ได้แสดงข้อมูลตัวเลขปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
  • ประเภทที่ 3 คือ ฉลากระบุขนาดคาร์บอน (Carbon score) แสดงปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นตัวเลขขนาดคาร์บอนฟุตพริ้นท์
  • ประเภทที่ 4 คือ ฉลากชดเชยคาร์บอน (Carbon offset/neutral) แสดงการชดเชยคาร์บอน
5.2.2.1 CARBON LABEL1

ภาพที่ 2-1 ตัวอย่างฉลากบ่งชี้การปล่อยคาร์บอนต่ำ

5.2.2.1 CARBON LABEL2

ภาพที่ 2-2 ตัวอย่างฉลากบ่งชี้ระดับการปล่อยคาร์บอน

5.2.2.1 CARBON LABEL3

ภาพที่ 2-3 ฉลากระบุขนาดคาร์บอน

5.2.2.1 CARBON LABEL4

ภาพที่ 2-4 ตัวอย่างฉลากชดเชยคาร์บอน

 ความเป็นมาของฉลากคาร์บอน

ในช่วงปี 2543-2552 องค์กรอิสระคาร์บอนทรัสต์ (Carbon Trust) ได้ริเริ่มการติดฉลากคาร์บอน ซึ่งแสดงข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์หรือบริการ ให้ผู้บริโภคและหน่วยงานจัดหาภายในบริษัทได้รับทราบ การติดฉลากคาร์บอนนี้จะช่วยส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงไปสู่ห่วงโซอุปทานที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ โดยใช้พฤติกรรมการจับจ่ายซื้อสินค้าของผู้บริโภค

ฉลากคาร์บอนในประเทศต่างๆ

สหราชอาณาจักร

United Kingdom: The leader of carbon labels
สหราชอาณาจักร: ผู้นำการติดฉลากคาร์บอน

สหราชอาณาจักรเป็นผู้นำในการติดฉลากคาร์บอน โดยหน่วยงานเอกชนที่จัดตั้งโดยรัฐ ได้แก่ คาร์บอนทรัสต์ (Carbon Trust) ได้ทำมีการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์เพื่อการติดฉลากคาร์บอนของผลิตภัณฑ์ต่างๆ มากกว่า 5,000 ผลิตภัณฑ์ ครอบคลุม 90 แบรด์ ตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปี 2554 และได้มีการพัฒนามาตรฐาน PAS 2050: 2008 – Specification for the assessment of the life cycle greenhouse gas emission of goods and services ประกาศใช้ตั้งแต่ วันที่ 29 ตุลาคม 2551 โดย British Standard Institute (BSI) ซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนจาก the Carbon TrustTM และ the UK Government Department for Environmental, Food and Rural Affairs (Defra)

นอกจากนี้ ธุรกิจค้าปลีกเทสโก้ (Tesco) ตั้งเป้าว่าจะติดฉลากคาร์บอนในสินค้าของบริษัทจานวนกว่า 70,000 ผลิตภัณฑ์โดยเน้นผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหาร ซึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ 2553 มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับฉลากแล้ว 500 ผลิตภัณฑ์ และอีก 1,000 ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการประเมิน

 

 

สาธารณรัฐฝรั่งเศส

 

France label
ฉลากคาร์บอนประเทศฝรั่งเศส

Casino Gropue เป็น ธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ที่เป็นผู้ริเริ่มพัฒนา ฉลากคาร์บอนในประเทศฝรั่งเศส โดย Casino ได้ทำการพัฒนาฉลากคาร์บอน “I’ Indice Carbone Lebel” ด้วยเทคนิคการประเมินวัฏจักรชีวิต โดยในปี 2554 ฝรั่งเศสเริ่มโครงการทดลองการติดฉลากบนผลิตภัณฑ์ที่วางจาหน่ายในฝรั่งเศสเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี โดยมีบริษัทผู้ผลิตและผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เข้าร่วมโครงการ 168 บริษัท ครอบคลุมกว่า 1,000 ผลิตภัณฑ์

 

ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

 

ฉลากคาร์บอน “Climatop Carbon Label” ประเทศสวิสเซอร์แลนด์
ฉลากคาร์บอน “Climatop Carbon Label” ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

บริษัทธุรกิจค้าปลีก Migros เป็นผู้นำในการเริ่มดำเนินการการติดฉลากคาร์บอน “Climatop Carbon Label” โดยความช่วยเหลือของบริษัทที่ปรึกษา MyClimate ซึ่งใช้วิธี Hybrid EIO-LCA และพบว่าผลิตภัณฑ์ที่ติดฉลากคาร์บอนมีการบ่งชี้ว่ามีประสิทธิภาพการจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเดียวกัน 20%

 

ประเทศสวีเดน

 

 

โครงการ The Swedish Climate Label ประเทศสวีเดน
โครงการ The Swedish Climate Label ประเทศสวีเดน

ประเทศสวีเดนเป็นประเทศแรกที่ออกฉลากคาร์บอนสำหรับผลิตภัณฑ์อาหาร ในปี 2550 สวีเดนเริ่มดำเนินโครงการ The Swedish Climate Label โดยการวิเคราะห์ด้วยการประเมินวัฏจักรชีวิตร่วมกับวิธีที่พัฒนาโดย The Swedish food consumer organization (KRAV) และ Swedish Seal และได้ออกมาตรฐาน Climate Labeling for Food 2009: 1 เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการผลิตอาหารตั้งแต่ฟาร์มจนถึงร้านค้า เพื่อผลักดันให้เกิดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการผลิตอาหารของประเทศให้ได้ร้อยละ 20-50

 

ประเทศเยอรมันนี

 

German1
Product Carbon Footprint, Pilot Project Deutshland ประเทศเยอรมันนี

รัฐบาลประเทศเยอรมันนี สนับสนุนโครงการนำร่อง “Product Carbon Footprint, Pilot Project Deutshland” โดยการดำเนินการของ The World Wide Fund for Nature (WWF) ร่วมกับ Science Institutes Öko-Institute (Institute for Applied Ecology), Postdam Institute for Climate Impact Research (PIK) และ THEMA1 ซึ่งมีบริษัทชั้นนำ 10 แห่งเป็นบริษัทนำร่องในโครงการนี้ เช่น Tetra Pak, BASF, REWE Group เป็นต้น โดยเลือกผลิตภัณฑ์เพื่อการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เรียกว่า “Product Carbon Footprint, (PCF)” นอกจากนี้ ทางโครงการยังมีการพัฒนาวิธีการเพื่อประเมินค่า PCF และแนวทางการสื่อสารเพื่อแสดงต่อผู้บริโภคเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์ และสนับสนุนผู้ผลิตในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตผลิตภัณฑ์

German2
Product Carbon Footprint ประเทศเยอรมันนี

 

ประเทศสเปน

 

Spain1ฉลากคาร์บอนในประเทศสเปน พัฒนาและรับรองโดยหน่วยงาน EPEA ซึ่งจะแสดงตัวเลขการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์ โดยต้องผ่านการรับรองความถูกต้องของข้อมูลจากหน่วยงานรับรองอิสระ ซึ่งบริษัทที่ได้รับฉลากมีเงื่อนไขในการให้พันธสัญญาในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว

 

ประเทศเนเธอร์แลนด์ 

 

Climate Neutral Product ประเทศเนเธอร์แลนด์
Climate Neutral Product ประเทศเนเธอร์แลนด์

ผลิตภัณฑ์ที่ต้องการขอติดฉลาก Climate Neutral Product ของ Nature & More ต้องประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ โดยจะได้รับการตรวจประเมินและรับรองความถูกต้องจาก บริษัท TÜV Nord โดยบริษัทแห่งแรกที่ได้รับประกาศนียบัตรจาก TÜV Nord คือ Eosta

 

สหรัฐอเมริกา 

 

สหรัฐอเมริกาโดยมลรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ทำการออกฉลากคาร์บอน จำนวน 3 ประเภท ดังนี้

  1. ฉลาก Low-Carbon Seal เป็นฉลากคาร์บอนที่ไม่มีการระบุปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์
  2. ฉลาก Carbon Score เป็นฉลากคาร์บอนประเภทที่มีการระบุปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์
  3. ฉลาก Carbon Rating ฉลากคาร์บอนประเภทนี้จะมีลักษณะคล้ายกับ energy label ในสหภาพยุโรป โดยฉลากคาร์บอนประเภทนี้จะแบ่งกลุ่มโดยใช้สัญลักษณ์เป็นรูปดาว จาก 1 จนถึง 5 ดาว หากสินค้าใดได้จำนวนดาวมากหมายถึงสินค้าชนิดนั้น ๆ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ในปริมาณมากกว่าสินค้าที่ได้ดาวน้อยดวง

 

ประเทศแคนาดา 

 

Canada1
หน่วยงาน CarbonCounted ประเทศแคนาดา

หน่วยงาน CarbonCounted เป็นหน่วยงานที่ไม่หวังผลกำไรที่ดำเนินการรับรองและประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และฉลากคาร์บอนให้บริษัทต่างๆ ได้ทำการพัฒนาการคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์ “Carbon Counted Label” โดยอาศัยมาตรฐาน Green House Gas Protocol, ISO 14064, ISO 14025 และ PAS 2050 และฐานข้อมูล CarbonConnect โดยแสดงข้อมูลปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นตัวเลข โดยหน่วยงาน CarbonCounted เป็นหน่วยงานที่รับรองผลการคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทต่างๆ โดยมีบริษัทนำร่องประมาณ 40 บริษัท

 

ประเทศออสเตรเลีย

ในปี 2010 นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาฉลาก Carbon neutral ขึ้น โดยสถาบัน Carbon Reduction Institute (CRI) โดยแบ่งเป็นสองประเภท คือ

1) ฉลาก Low CO2 แสดงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิตสินค้าหรือบริการ โดยตัวเลขแสดงร้อยละของการลดการปล่อยก๊าซเรือน กระจกจากเป้าหมายที่ตั้งไว้

ฉลาก Low CO2

2) ฉลาก NO CO2 เป็นฉลาก Carbon neutral ที่แสดงว่าในกระบวนการผลิตสินค้าหรือบริการ มีการปล่อยและลดก๊าซเรือนกระจกเทียบเท่ากัน

Australia2
ฉลาก NO CO2

ประเทศญี่ปุ่น 

ฉลากคาร์บอนประเทศญี่ปุ่น
ฉลากคาร์บอนประเทศญี่ปุ่น

 รัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติการติดฉลากคาร์บอนในอาหารและเครื่องดื่มโดยมีบริษัทชั้นนำเข้าร่วมโครงการโดยสมัครใจ เพื่อจูงใจบริษัทและผู้บริโภคให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในปัจจุบันมีสินค้าที่ติดฉลากแล้วหลายชนิด โดยมีสินค้านำร่องที่มีฉลากคาร์บอนในประเทศญี่ปุ่นแสดงในนิทรรศการ Eco Products 2008 อาทิเช่น ไข่ ข้าว แครอท ส้ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป สมุด เครื่องทำความเย็น หลอดไฟ กระดาษทิชชู่ และเสื้อ เป็นต้น ในปี 2545 มีสินค้าของประเทศญี่ปุ่นจานวน 252 รายการที่ได้รับฉลากคาร์บอน โดยราคาสินค้าส่วนใหญ่มีการรวมภาษีสิ่งแวดล้อมเข้าไปด้วย

ประเทศเกาหลีใต้

สำหรับในประเทศเกาหลีใต้ได้มีฉลากคาร์บอน 2 ประเภทคือ

1) ฉลาก carbon footprint label certificate ซึ่งจะแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ติดฉลาก

Korea2

2) ฉลาก Low carbon certification จะแสดงปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก “เดิม” ของผลิตภัณฑ์หรือบริการนั้นๆ โดยฉลาก Low Carbon จะแตกต่างจากประเภท carbon footprint label ตรงที่มีลูกศรสีขาวชี้ลง ซึ่งแสดงถึงปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ลดลง

Korea1

บริษัทนำร่องในการติดฉลากคาร์บอนของประเทศเกาหลีใต้ 10 แห่ง ได้แก่ สายการบิน Asiana Airlines เครื่องทำความร้อนของบริษัท Kyungdong เครื่องซักผ้า LG แชมพู ตรา Amore Pacific Corporation น้ำอัดลมโค้ก TFT-LCD Glass substrates ยี่ห้อซัมซุง เครื่องกรองน้ำ ตรา Woongjin Coway ตู้เสื้อผ้า ตรา Llivart เต้าหู้ ตรา Pulmuone ข้าวหุงสำเร็จรูป ตรา CJ Cheil Jedang และ ข้าวหุงสำเร็จรูป ตรา CJ Cheil Jedang

Korea3
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์นำร่องของประเทศเกาหลีใต้

ฉลากคาร์บอนในประเทศไทย

ประเทศไทยเริ่มพัฒนาเกณฑ์การขึ้นทะเบียนฉลากคาร์บอน โดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ร่วมกับ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 โดยอาศัยการประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ด้วยเทคนิคการประเมินวัฏจักรชีวิต ปัจจุบัน ฉลากคาร์บอนในประเทศไทย แบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่

  1. ฉลากลดคาร์บอน คือ ฉลากที่แสดงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยสินค้าหรือบริการ เพื่อเป็นข้อมูลอย่างง่ายสำหรับผู้บริโภคประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าTHailand1

THailand2

2. ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint Label)

ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ คือ ฉลากที่แสดงข้อมูลให้ผู้บริโภคได้ทราบปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยในการตัดสินใจชื้อของผู้บริโภค และกระตุ้นให้ผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีในการผลิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

THailand3
ฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ประเทศไทย

3. ฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์   (Carbon Footprint Reduction Label)

THailand5
ฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ประเทศไทย

ฉลากลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ หรือ ฉลากลดโลกร้อน (The carbon footprint reduction or global warming reduction Label) คือ ฉลากที่แสดงว่าผลิตภัณฑ์ได้ผ่านการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของผลิตภัณฑ์ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งเป็นการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวัฏจักรชีวิตของผลิตภัณฑ์ โดยเปรียบเทียบคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ในปีปัจจุบันกับปีฐาน

 

แหล่งที่มา:

Categories: Carbon Market & Carbon Labelling,Mitigation

Tags:

Menu Title