เคล็ดลับการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน

Language : English

 

เที่ยวให้ยั่งยืนด้วย 20 เคล็ดลับ (20 tips for your sustainable trips); แหล่งภาพ: ERM-Siam Co., Ltd.
เที่ยวให้ยั่งยืนด้วย 20 เคล็ดลับ; แหล่งภาพ: ERM-Siam Co., Ltd.

 

  1. ไม่สนับสนุนธุรกิจฟอกเขียว อย่าเชื่อข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในหนังสือนำเที่ยวไปเสียหมด เพราะธุรกิจท่องเที่ยวบางแห่งเป็นธุรกิจฟอกเขียวที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดด้วยการโฆษณาหรือสร้างภาพลักษณ์ว่ารับผิดชอบต่อสังคมโดยการรักษาสิ่งแวดล้อม แต่จริงๆ แล้วดำเนินธุรกิจที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้นจึงไม่ควรสนับสนุนธุรกิจเช่นนี้
  2. ใช้หนังสือนำเที่ยวเป็นจุดเริ่มต้น ก่อนการเดินทางให้อ่านหนังสือนำเที่ยวหลายๆ เล่ม หรืออาจหาข้อมูลหนังสือนำเที่ยวทางอินเทอร์เน็ต จนกระทั่งเจอเล่มที่น่าสนใจและมีคุณภาพ และใช้หนังสือนำเที่ยวเล่มนั้นเป็นจุดเริ่มต้นและเครื่องมือในการศึกษาเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวและเส้นทางการเดินทางก่อนการเดินทางจริง
  3. สนับสนุนธุรกิจท้องถิ่น สนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นด้วยการพักในโรงแรมขนาดเล็ก โรงแรมประเภทให้ที่พักกับอาหารเช้า (B&Bs) โฮมสเตย์และฟาร์มสเตย์ (home stay & farm stay) ห้องเช่า และที่พักที่คนในท้องถิ่นเป็นเจ้าของ และรับประทานอาหารพื้นเมืองในร้านอาหารท้องถิ่น แทนการพักในเครือโรงแรมของต่างประเทศ
  4. ปิดไฟและถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าก่อนออกจากที่พัก ก่อนออกจากที่พักให้ปิดไฟและถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น โทรทัศน์ แล็ปท็อป อุปกรณ์ชาร์จไฟ และอื่นๆ เนื่องจากเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ยังเสียบปลั๊กอยู่จะยังกินไฟเมื่อปิดเพียงสวิทช์ไฟ
  5. ใช้บริการธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวหลายแห่งอ้างว่าได้ทำประโยชน์และช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม แต่แท้จริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น และเพื่อให้แน่ใจว่าธุรกิจที่จะใช้บริการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจริง ให้มองหาใบรับรองจากองค์กรอิสระหรือองค์กรตรวจสอบ
  6. ช่วยให้ธุรกิจท่องเที่ยวเป็นธุรกิจสีเขียว ธุรกิจหลายแห่งพร้อมรับฟังความคิดเห็นของลูกค้า และการร้องเรียนเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้ดำเนินธุรกิจทำว่าเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม หรือแนะนำสิ่งที่พวกเขาควรทำ จะทำให้ผู้ดำเนินธุรกิจเหล่านั้นทบทวนและอาจเปลี่ยนวิธีการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากกลัวว่าจะเสียลูกค้าหรือต้องการดึงดูดลูกค้าเพิ่ม
  7. รับประทานอาหารพื้นเมือง ให้รับประทานอาหารที่ใช้ส่วนผสมจากในท้องถิ่น จะเป็นอาหารประเภทใดก็ได้เพียงแค่มีส่วนประกอบที่ผลิตในท้องถิ่น อาหารท้องถิ่นมักจะมีรถชาติดีกว่า และเป็นหลักพื้นฐานของการเคลื่อนไหวสโลวฟู้ด (Slow Food) ที่มีจุดประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้เพลิดเพลินไปกับการรับประทานอาหารพื้นเมือง นอกจากนี้อาหารที่ใช้วัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่นยังดีต่อสิ่งแวดล้อมเพราะไม่ต้องขนส่งเป็นระยะทางไกลๆ ขณะเดียวกันให้ระวังการรับประทานอาหารด้วย เพราะอาจมีส่วนผสมที่มาจากสัตว์ใกล้สูญพันธุ์และถูกจับมาอย่างผิดกฎหมาย และควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ใช้ส่วนผสมที่ไม่ได้มีอยู่ตามธรรมชาติในท้องถิ่นนั้นๆ ซึ่งต้องเพาะปลูกด้วยวิธีเกษตรเข้มข้น เพราะอยู่นอกเขตภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต
  8. ใช้การขนส่งสาธารณะ หากทำได้ให้เลือกใช้การขนส่งสาธารณะแทนการนั่งแท็กซี่หรือรถเช่า ใช้รถโดยสารหรือรถไฟแทนการนั่งเครื่องบิน เดินทางด้วยรถโดยสารหรือเรือข้ามฟาก เนื่องจากการขนส่งสาธารณะนั้นนอกจากจะราคาถูกกว่าแล้วยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกว่าด้วย และทำให้เรามีโอกาสพบปะผู้คนและอาจได้เรียนรู้ภาษาท้องถิ่นเพิ่มขึ้นด้วย
  9. ใช้พลังงานจากร่างกายตัวเอง หากเป็นไปได้ให้เดิน ปั่นจักรยานหรือพายเรือคายัคแทนการนั่งแท็กซี่หรือรถโดยสารหรือนั่งเรือที่ใช่เครื่องยนต์ นอกจากจะได้ออกกำลังกายแล้วยังจะได้ซึมซับเอาธรรมชาติและสิ่งรอบตัวระหว่างการเดินทาง และยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วย
  10. พยายามรวมกลุ่มเดินทางกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ถ้ามีแผนเดินทางไปยังสถานที่ที่ไม่มีรถโดยสารสาธารณะผ่านและจำเป็นต้องใช้รถส่วนตัว ให้พยายามหานักท่องเที่ยวคนอื่นๆและจัดกลุ่มเพื่อโดยสารรถไปด้วยกันซึ่งจะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าในแง่ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อคน ในบางพื้นที่มีการสร้างธรรมเนียมให้นักท่องเที่ยวรวมกลุ่มเดินทางไปด้วยกัน วิธีนี้เป็นที่นิยมมากในประเทศออสเตรเลีย โดยนักท่องเที่ยวจะติดประกาศหาผู้ร่วมเดินทางบนบอร์ดข้อความในโฮสเทลหรือบนเว็บไซต์
  11. อย่าพยายามเดินทางไกลๆ ในครั้งเดียว ถ้าวางแผนเดินทางไปประเทศใหญ่ๆ อย่างจีนหรืออินเดีย อย่าพยายามเดินทางไปทั่วประเทศในการเที่ยวครั้งเดียว เนื่องจากการเดินทางไปยังสถานที่ที่ห่างไกลกันมากนั้นจำเป็นต้องนั่งเครื่องบินซึ่งเป็นการเดินทางที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด เนื่องจากเครื่องบินใช้น้ำมันปริมาณมหาศาลเป็นเชื้อเพลิง นอกจากนี้การย้ายสถานที่บ่อยๆ ยังทำให้ท่องเที่ยวชมเมืองได้เพียงผิวเผินเท่านั้น ดังนั้นจึงควรอยู่ในพื้นที่เดียวและสัมผัสประสบการณ์ให้เต็มที่ และเก็บพื้นที่อื่นๆ ของประเทศไว้สำหรับการท่องเที่ยวครั้งหน้า
  12. อย่ายุ่งกับสัตว์ป่า อย่าวิ่งไล่นกหรือสัตว์ป่าเพื่อให้ได้มองพวกมันใกล้ๆ หรือถ่ายรูป เนื่องจากการทำให้สัตว์ป่าเครียดอาจสร้างความเสียหาย และอาจทำให้สัตว์หนีหรือออกไปจากพื้นที่ที่เคยอยู่อาศัย นอกจากนี้ ถ้านกหรือสัตว์อื่นๆกำลังทำรังหรือเลี้ยงลูกอยู่ หากไปรบกวนอาจทำให้สัตว์เหล่านั้นหนีไป ส่งผลให้ลูกนกหรือลูกสัตว์ป่าตายได้ และอย่าให้อาหารสัตว์ป่าเนื่องจากเป็นการบิดเบือนกระบวนการทางธรรมชาติ
  13. อย่าออกนอกเส้นทาง ขณะเดินป่าให้พยายามอยู่ในเส้นทางเสมอ อย่าเดินออกนอกเส้นทางและอย่าเหยียบย่ำทำลายสิ่งใดระหว่างทาง
  14. อย่ารบกวนปะการัง แนวปะการังจำนวนมากรอดพ้นจากการประมงแบบทำลายล้าง แต่กลับถูกทำลายโดยนัก ดำน้ำตื้นและนักดำน้ำลึก ดังนั้นหากจะดำน้ำอย่าแตะต้องปะการัง และให้รักษาระยะห่างเอาไว้เพื่อไม่ให้เท้าไปเตะปะการังโดยไม่ได้ตั้งใจ และอย่าให้อาหารปลา
  15. ใช้ถุงผ้า การใช้ถุงผ้าสามารถลดขยะจากถุงพลาสติกได้มหาศาล เพียงแค่พกถุงผ้าใส่กระเป๋าถือหรือกระเป๋าเป้ และใช้ถุงผ้าทุกครั้งที่แวะซื้อสินค้า
  16. ดื่มน้ำจากกระติกแทนการซื้อน้ำบรรจุขวด ใช้กระติกบรรจุน้ำไว้ดื่มขณะเดินเที่ยวหรือเดินทาง แทนการซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดทุกครั้งที่กระหายน้ำ และเติมน้ำทุกครั้งก่อนออกจากที่พัก หรือขอเติมน้ำที่ร้านอาหารเมื่อแวะรับประทานอาหารเที่ยงหรืออาหารค่ำ
  17. ไม่ซื้อของที่ระลึก อย่าซื้อของที่ระลึกเพราะความตื่นเต้นในสถานที่แปลกใหม่ พิจารณาก่อนซื้อว่าจะได้ใช้ประโยชน์จากของที่ระลึกเหล่านั้นในระยะยาวจริงๆ หรือไม่ เนื่องจากสุดท้ายแล้วของที่ระลึกส่วนใหญ่มักจะถูกเก็บไว้ในห้องเก็บของ
  18. ใส่ใจส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ ก่อนจะซื้อสินค้าควรพิจารณาว่า ส่วนประกอบหรือขั้นตอนในการผลิตสินค้านั้นเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น งานแกะสลักที่ทำจากต้นไม้ที่ตายแล้ว โมบายที่ทำจากเปลือกหอยหรือเศษปะการังที่ตายแล้ว เมื่อพิจารณาอย่างรอบคอบจะพบว่าโมบายที่ทำจากเปลือกหอยหรือเศษปะการังที่ตายแล้วไม่ได้เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากปะการังที่ตายแล้วเป็นเพียงสื่อที่สิ่งมีชีวิตใช้อยู่อาศัย เช่นเดียวกับเปลือกหอยเปล่าๆ ในทางตรงกันข้าม ร้อยละ 40 ของชีวมวลในป่าไม้ธรรมชาติพบได้ในต้นไม้ที่ตายแล้ว ดังนั้นการซื้อสิ่งประดิษฐ์ที่ทำจากต้นไม้ที่ตายแล้วอาจเป็นการนำสิ่งสื่อที่สำคัญออกจากกระบวนการทางธรรมชาติ และการเก็บไม้ในป่าของช่างฝีมือท้องถิ่นอาจไปรบกวนระบบนิเวศโดยไม่ตั้งใจ
  19. ใช้วิธีอื่นแทนการส่งโปสการ์ด ใช้เทคโนโลยีอื่นๆ ในการติดต่อสื่อสาร แทนการส่งโปสการ์ดที่ทำจากกระดาษ เช่น ใช้โทรศัพท์ โปรแกรม Skype ส่งอีเมล์ หรือส่งโปสการ์ดอิเล็กทรอนิก
  20. พกของให้น้อยที่สุด วิธีสุดท้ายคือการพกของไปเที่ยวให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ สัมภาระน้ำหนักเบาจะทำให้สามารถแบกได้ง่ายขึ้น และกระเป๋าสัมภาระที่มีน้ำหนักเบายังใช้เชื้อเพลิงในการขนส่งน้อยกว่าและใช้พื้นที่บนยานพาหนะน้อยกว่าด้วย ขณะเก็บของใส่กระเป๋า ถ้าไม่แน่ใจว่าจะใช้ของชิ้นนั้นหรือไม่ อย่าใส่มันลงไปในกระเป๋า และพิจารณาว่าของที่พกไปด้วยนั้นถูกหยิบขึ้น

 

แหล่งข้อมูล:

Categories: Ecotourism,Sustainable Living

Tags:

Menu Title