การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้านป่าไม้ในบริบทโลก

Language : English

ระบบนิเวศป่าไม้เป็นศูนย์รวมความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญที่สุดในโลก และเป็นปัจจัยหลักที่เกื้อกูลการดำรงชีวิตของประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะชนพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ในบริเวณป่า ทั้งยังช่วยควบคุมสภาพอากาศให้เหมาะสม เนื่องจากเป็นแหล่งดูดซับและกักเก็บคาร์บอน การที่มนุษย์ตัดไม้ทำลายป่า ทำการแบ่งป่าเป็นผืนเล็กผืนน้อย และทำให้ป่าเสื่อมสภาพลง ส่งผลให้เกิดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพของป่าไม้ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในป่าเขตร้อนที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงสุด

การลดการตัดไม้ทำลายป่า การจัดการพื้นที่ป่า การปลูกสร้างสวนป่า และการทำระบบนิเวศเกษตร (Agroecosystem หรือ Agriculture ecosystem) การจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืงยังมีส่วนช่วยบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาศได้เนื่องจากป่าไม้มีบทบาทสำคัญในวัฏจักรการไหลเวียนของคาร์บอนในโลก ถ้าป่าไม้ถูกทำลายหรือเสื่อมโทรมจะมีก๊าซจำนวนมากที่มีผลกระทบต่อสภาวะโลกร้อนถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งต้นไม้จะใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากบรรยากาศในการดูดซึมเข้าไปกักเก็บไว้ในต้นไม้และระบบรากนำไปสังเคราะห์แสงเพื่อใช้ในกระบวนการเติบโตของต้นไม้ต่อไป ถือได้ว่าป่าไม้เป็นแหล่งเก็บกักคาร์บอนที่ใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของจำนวนคาร์บอนทั้งหมดที่กักเก็บอยู่ในต้นไม้บนโลก

องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization, FAO) ได้เสนอแนวทางการบูรณาการการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนโดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านอาหาร การบรรเทาความยากจนการพัฒนาเศรษฐกิจและการใช้ที่ดินอย่างยั่งยืนในบริบทที่กว้างขึ้นของการพัฒนาที่ยั่งยืน ดังแสดงในรูปที่ 1 ซึ่งการจัดการป่าไม้ไม่เพียงแต่มีประโยชน์ทางตรงในการมีส่วนช่วยบรรเทาผลกระทบของสภาวะโลกร้อนเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยในการดูแลและอนุรักษ์ดินและน้ำ อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ สนับสนุนการทำมาหากินของชาวบ้านและบรรเทาความยากจนซึ่งเป็นประโยชน์ทางอ้อมของการจัดการป่าไม้

 

รูปภาพที่ xx FAO’s integrated approach to sustainable forest management, แหล่งภาพ: http://www.fao.org/forestry/sfm/85083/en/
รูปที่ 1 FAO’s integrated approach to sustainable forest management, แหล่งภาพ: http://www.fao.org/forestry/sfm/85083/en/

ตัวอย่างมาตรการที่มีการปฏิบัติแล้วในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ในการรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรวมถึงผลกระทบที่ได้มีการดำเนินการทั่วไป คือ การปลูกป่าทดแทน การปลูกป่าใหม่ และการจัดการป่าไม้ที่ดีขึ้น การสร้างเครือข่าย เตือนภัยล่วงหน้า การใช้วิธีปฏิบัติวนวัฒนวิทยาที่เหมาะสม การเผยแพร่ความตระหนักรู้เกี่ยวกับการป้องกันไฟป่าและการติดตามสภาพป่าเสื่อมโทรม รวมทั้งส่งเสริมระบบเตือนภัยล่วงหน้าและการสร้างความตระหนักรู้ให้กับชุมชนที่เปราะบาง เพื่อเตรียมตัวรับมือสำหรับการเกิดไฟป่าที่อาจเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ ควรส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐและเอกชนในการปลูกป่าทดแทนและปลูกป่าเพิ่มเติม เพื่อทดแทนการสูญเสียของความหลากหลายทางชีวภาพ จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

แนวปฏิบัติ ลดผลกระทบจากเหตุต่างๆ ระดับ เชิงตอบสนอง/เชิงรุก รัฐวางแผน/ส่วนเอกชน ตัวอย่าง
การปลูกป่าทดแทน การปลูกป่า การจัดการป่าที่ดีขึ้น ป่าเสื่อมโทรม ความหลากหลายทางชีวภาพ ท้องถิ่น/อนุภูมิภาค เชิงตอบสนอง รัฐวางแผน/ส่วนเอกชน ใช้กันอย่างแพร่หลาย
การตั้งเครือข่ายเตือนภัยล่วงหน้า ไฟป่า ภูมิภาค เชิงรุก รัฐวางแผน อินโดนีเซีย

ฟิลิปปินส์

เวียดนาม

การใช้แนวทางวนวิทยาที่เหมาะสม ไฟป่า ภูมิภาค/ประเทศ เชิงตอบสนอง ส่วนเอกชน ฟิลิปปินส์

เวียดนาม

การให้ชุมชนมีความรู้เรื่องป้องกันไฟป่า ไฟป่า ภูมิภาค/ประเทศ เชิงรุก รัฐวางแผน อินโดนีเซีย

ฟิลิปปินส์

เวียดนาม

การติดตามเฝ้าระวังพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ป่าเสื่อมโทรม

ความหลากหลายทางชีวภาพ

ภูมิภาค/ประเทศ เชิงรุก รัฐวางแผน ไทย

ที่มา : Boer and Dew (2008), Cuong (2008), HO (2008), Jedapopat (2008), Perez (2008) อ้างโดย ธนาคารพัฒนาเอเซีย

 

แหล่งข้อมูล:

  • http://www.fao.org/forestry/sfm/85083/en/

Categories: Forest,Mitigation,Mitigation Application

Tags:

Menu Title