การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภาคการเกษตรในบริบทโลก

Language : English

agriculture-772794_960_720
การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภาคการเกษตร

 

นาข้าวถือเป็นแหล่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุดในภาคการเกษตร โดยปล่อยก๊าซมีเทนซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ แต่ความมั่นคงด้านอาหารก็เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องให้ความสำคัญ ดังนั้นการรักษาผลผลิตหรือราคาอาหารไว้ขณะที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปด้วย จึงเป็นวิธีที่สำคัญที่สุดในภาคการเกษตร เทคนิคและแนวปฏิบัติในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สามารถนำมาใช้ในการเกษตรได้ ได้แก่ การปรับปรุงผลผลิตและการจัดการที่ดินทุ่งเลี้ยงสัตว์เพื่อเพิ่มการกักเก็บคาร์บอนในดิน การฟื้นฟูพื้นที่ดินพรุที่ใช้เพาะปลูกและที่ดินเสื่อมโทรม การปรับปรุงเทคนิคการปลูกข้าวและเลี้ยงปศุสัตว์ และการจัดการมูลสัตว์เพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทน และการปรับปรุงเทคนิคการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนเพื่อลดการปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์

ในระยะยาว การบรรเทาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ช่วยให้เราหลุดพ้นจากภาวะล้มเหลวของระบบอาหารและสภาพความเป็นอยู่ อีกทั้งลดแรงกดดันจากจำนวนประชากรที่อาจประสบภาวะความมั่นคงทางอาหารที่จะเพิ่มขึ้นทั่วโลก ระบบอาหารมีแนวโน้มที่จะช่วยบรรเทาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขั้นตอนการผลิตของห่วงโซ่อาหาร นอกจากนี้ มาตรการที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีส่วนมากยังจัดเป็นกลยุทธ์การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีประสิทธิผลโดยเฉพาะการเกษตรเพื่อการค้า

นอกจากนี้ ยังมีแนวทางในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการเกษตร เช่น การทำการเกษตรอย่างยั่งยืนที่เสริมสร้างความเข้มแข็งของภูมิคุ้มกันของระบบนิเวศ อีกทั้งสร้างความมั่นคงของวิถีการดำรงชีพที่พึ่งพาการเกษตรท่ามกลางความผันแปรของสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้น ตัวอย่างต่อไปนี้คือกรณีศึกษาที่ชี้ให้เห็นถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการเกษตร

 

การลดการปล่อยก๊าซมีเทนจากสัตว์เคี้ยวเอื้อง

อัตราการปล่อยก๊าซมีเทนต่อตัวและต่อผลิตภัณฑ์จากปศุสัตว์จัดว่าสูงเมื่ออาหารสัตว์ไม่มีคุณภาพ (EPA Online) วัวเนื้อที่เลี้ยงแบบปล่อยแปลงเป็นแหล่งก๊าซมีเทนที่สำคัญเพราะสัตว์มีขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับวัวนมโดยก๊าซมีเทนเกิดจากการหมักในลำไส้ วัวที่เลี้ยงแบบปล่อยแปลงกินพืชที่มีคุณภาพไม่คงที่ และมักจะมีคุณภาพต่ำกว่าอาหารของวัวนม นอกจากนี้ ประสิทธิภาพของการบริหารจัดการก็ไม่เทียบเท่า และประชากรวัวเนื้อมีขนาดใหญ่มาก ดังนั้น การบริหารจัดการที่ดีและการให้อาหารเสริมจึงเป็นวิธีการลดก๊าซเรือนกระจกที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเพราะช่วยปรับปรุงโภชนาการทางอาหารและประสิทธิภาพของการสืบพันธุ์

 

การลดการปล่อยก๊าซมีเทนที่เกิดจากข้าว

การผลิตข้าวเป็นแหล่งปล่อยก๊าซมีเทนสู่บรรยากาศที่สำคัญมาก โดยอาจนับว่าเป็นแหล่งที่ใหญ่ที่สุดของการปล่อยก๊าซมีเทนที่มาจากมนุษย์ คิดเป็นปริมาณ 50 ถึง 100 ล้านตันต่อปี (GHG Online b) ด้วยเหตุที่ประชากรโลกเพิ่มจำนวนขึ้น การลดการผลิตข้าวเพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทนจึงไม่ใช่กลยุทธ์ที่เหมาะสม พันธุ์ข้าวหลายชนิดสามารถเจริญเติบโตในสภาวะที่มีความชื้นน้อยกว่าพันธุ์ข้าวในอดีต และสามารถลดการปล่อยก๊าซมีเทนได้ปริมาณมากโดยที่ไม่กระทบต่อผลผลิต การยึดหลักการทำการเกษตรแบบอนุรักษ์สำหรับพืช เช่น ข้าวนาชลประทานจะช่วยลดการใช้น้ำในการเพาะปลูก และการเปลี่ยนสภาพดินจากภาวะที่ไม่ต้องใช้ออกซิเจนเป็นใช้ออกซิเจนจะทำให้การปรับรูปแบบของการชลประทานเพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทนง่ายดายขึ้น ในขณะเดียวกัน การพัฒนาพันธุ์ข้าวให้มีผลผลิตต่อพื้นที่สูงขึ้นยังเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดพื้นที่ปลูกข้าวโดยที่ผลผลิตไม่ลดตามลงไปด้วย และในบางสภาวะพบว่า การเพิ่มสารประกอบที่เอื้อต่อการทำงานของจุลินทรีย์มากกว่ากลุ่มเมทาโนเจน (อาร์เคียกลุ่มที่สร้างก๊าซมีเทน) เช่น แอมโมเนียมซัลเฟต ประสบความสำเร็จในการลดก๊าซมีเทน

 

การลดการปล่อยก๊าซมีเทนจากมูลสัตว์

ถึงแม้มูลสัตว์คือสิ่งที่หลงเหลือจากระบบการย่อยอาหารของสัตว์ หรือเรียกว่าเป็นของเสีย แต่ก็ประกอบด้วยแร่ธาตุไนโตรเจน ฟอสเฟตและโพแทสเซียมที่มีประโยชน์ต่อการเพาะปลูก อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการมูลสัตว์ที่ไม่มีประสิทธิภาพสามารถเพิ่มมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม โดยไนโตรเจนในมูลสัตว์อาจเปลี่ยนเป็นไนเตรต ไนตรัสออกไซด์ (ก๊าซเรือนกระจกชนิดหนึ่ง) หรือแอมโนเนีย (องค์ประกอบหนึ่งของฝนกรดและเป็นสาเหตุของปรากฏการณ์ยูโทรฟิเคชั่นบนบก) ทั้งนี้มีวิธีการจัดการมูลสัตว์ที่ไม่เพิ่มก๊าซเรือนกระจก อาทิ การทำปุ๋ยหมักและการทำให้แห้ง การใช้ถังเก็บหรือบ่อแบบปิดเพื่อกักเก็บก๊าซมีเทนที่เกิดจากมูลสัตว์ และโครงสร้างอื่นๆ สำหรับเก็บของเหลว

 

แหล่งข้อมูล:

Categories: Agriculture,Mitigation,Mitigation Application

Tags:

Menu Title