การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคการขนส่งในบริบทโลก

Language : English

ภาคการขนส่งเป็นต้นเหตุการปล่อยคาร์บอนที่เกี่ยวข้องกับพลังงานราว 1 ใน 4 ของการปล่อยทั่วโลก เนื่องจากการขนส่งจำเป็นต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิง (UNFCCC, 2014) แต่ก็มีหลายมาตรการที่สามารถนำมาใช้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการขนส่งได้ หลายประเทศสนับสนุนการใช้ยานพาหนะที่ประหยัดน้ำมันและยานพาหนะแบบไฮบริด ปัจจุบันทั่วโลกก็หันมาให้ความสนใจรถที่ใช้ไฟฟ้าเนื่องจากเทคโนโลยีของรถชนิดนี้สามารถทำกำไรได้และช่วยลดต้นทุน นอกจากนี้การใช้รถไฟและระบบขนส่งสาธารณะยังสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในเมืองใหญ่ได้

 

ยานพาหนะสะอาด (Cleaner Vehicles)

เทคโนโลยีทางเลือกเพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมในภาคการคมนาคมขนส่งมีอยู่หลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยียานพาหนะขั้นสูง เชื้อเพลิงทางเลือก และการปรับปรุงคุณภาพเชื้อเพลิง โดยในส่วนนี้จะทำการเปรียบเทียบระหว่างเทคโนโลยียานพาหนะ 3 ประเภท ได้แก่

  • รถยนต์ไฮบริด (Hybrid Electric Vehicles: HEV) รถยนต์ไฮบริดจ์เป็นการผสมผสานเทคโนโลยีเครื่องยนต์เผาไหม้และเครื่องยนต์ไฟฟ้าเข้าด้วยกัน ส่งผลให้มีการใช้เชื้อเพลิงและการปล่อยมลพิษจากท่อไอเสียลดลงเมื่อเทียบกับรถยนต์แบบธรรมดา การพัฒนารถยนต์ไฮบริดจ์ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนารถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าซึ่งจะทำให้ไม่มีการปล่อยมลพิษที่เกิดจากการเผาไม้ชื้อเพลิงอีก
รูปที่ 1 ตัวอย่างรถยนต์ไฮบริด; แหล่งภาพ: https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Plug-in_hybrid_electric_vehicle_(PHEV)_diagram.jpg
รูปที่ 1 ตัวอย่างรถยนต์ไฮบริด; แหล่งภาพ: https://commons.wikimedia.org/wiki/File:Plug-in_hybrid_electric_vehicle_(PHEV)_diagram.jpg

 

  • รถยนต์ดีเซลสะอาด (Clean Diesel Vehicles: CDV) เป็นการผสมผสานกันของเทคโนโลยีบำบัดขั้นสูงในเครื่องยนต์ เช่น ตัวกรอง หรือการใช้น้ำมันดีเซลที่มีสารประกอบซัลเฟอร์ต่ำในรถยนต์ เทคโนโลยีเหล่านี้สามารถนำไปใช้สำหรับรถโดยสารประจำทางหรือรถบรรทุกก็ได้
รูปที่ 2 การผสมผสานเทคโนโลยีในเครื่องยนต์ดีเซลสะอาด; แหล่งภาพ: http://www.dieselforum.org/about-clean-diesel/what-is-clean-diesel
รูปที่ 2 การผสมผสานเทคโนโลยีในเครื่องยนต์ดีเซลสะอาด; แหล่งภาพ: http://www.dieselforum.org/about-clean-diesel/what-is-clean-diesel

 

  • รถยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดแรงดัน (Compressed Natural Gas Vehicles: CNG) เป็นการดัดแปลงเครื่องยนต์ให้สามารถทำงานได้โดยการใช้ก๊าซธรรมชาติ (95% ก๊าซมีเทน) โดยจะทำการบรรจุก๊าซเข้าไปในถังเชื้อเพลิงที่ความดันสูง (ประมาณ 200-240 บาร์) โดยสามารถดัดแปลงทั้งเครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ดีเซลให้มีความเหมาะสมสำหรับการใช้ก๊าซธรรมชาติ
รูปที่ 3 ตัวอย่างรถยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดแรงดัน; แหล่งภาพ: https://webberenergyblog.wordpress.com/tag/compressed-natural-gas/
รูปที่ 3 ตัวอย่างรถยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดแรงดัน; แหล่งภาพ: https://webberenergyblog.wordpress.com/tag/compressed-natural-gas/

 

โดยทำการเปรียบเทียบในแง่ของการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การใช้เชื้อเพลิง พบว่ามีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และมลพิษทางอากาศอื่นๆ น้อยกว่ารถยนต์ทั่วไป อีกทั้งยังใช้เชื้อเพลิงน้อยกว่ารถยนต์ทั่วไปโดยตลอดอายุการใช้งานของรถยนต์ไฮบริดจ์สามารถลดการใช้เชื้อเพลิงลงได้ถึง 6,000 ลิตร ซึ่งลดได้มากกว่ารถยนต์ดีเซลสะอาดและรถยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดแรงดัน คุณภาพเชื้อเพลิงก็มีบทบาทในการช่วยลดมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนาที่มีอัตราการใช้รถยนต์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างของเชื้อเพลิงสะอาดสำหรับรถยนต์ ได้แก่

  • น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว รถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ รวมถึงรถยนต์ไฮบริดจ์ ได้มีการระบุให้ใช้น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วทั้งนี้เพื่อบำรุงรักษาระบบควบคุมมลพิษในเครื่องยนต์ เช่น ระบบเครื่องฟอกไอเสียเชิงเร่งปฏิกิริยา (Catalytic Converter) UNEP ได้มีการตั้งเป้าหมายให้การใช้น้ำมันเบนซินที่มีสารตะกั่วทั่วโลกหมดไป
  • เชื้อเพลิงที่มีซัลเฟอร์ต่ำ การใช้เชื้อเพลิงที่มีซัลเฟอร์ต่ำจะช่วยลดมลพิษทางอากาศจำพวก ซัลเฟต ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และฝุ่นละออง ซึ่งการใช้เชื้อเพลิงที่มีซัลเฟอร์ต่ำจะช่วยในการนำเทคโนโลยีบำบัดอากาศสำหรับเครื่องยนต์ใหม่มาใช้งานได้มากขึ้น เช่น ระบบกรองฝุ่นละอองและสารที่มีพิษ
  • การใช้เชื้อเพลิงทางเลือก เช่น เอทานอลเหลวและไบโอดีเซล ซึ่งเชื้อเพลิงทางเลือกทั้งสองชนิดนี้มีการใช้อยู่อย่างแพร่หลาย โดยเชื้อเพลิงเหล่านี้สามารถนำมาทดแทนหรือนำมาผสมกับเชื้อเพลิงเบนซินและดีเซลได้ เอทานอลและไบโอดีเซลสามารถช่วยในการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ฝุ่นละออง คาร์บอนมอนอกไซด์ และไฮโดรคาร์บอนได้

 

แหล่งข้อมูล:

Categories: Mitigation,Mitigation Application,Transport

Tags:

Menu Title