การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคการก่อสร้างในบริบทโลก

Language : English

ในปัจจุบัน ภาคการก่อสร้างเผชิญความท้าทายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่สิ่งแวดล้อม ในขณะที่ต้องรักษามาตรฐานและคุณภาพในการก่อสร้าง กว่า 1 ใ น 3 ของสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกมาจากภาคการก่อสร้าง โดยสาเหตุหลักมาจากการใช้พลังงานเชื้อเพลิงจากฟอสซิลเป็นหลักในการผลิตวัสดุก่อสร้างสำหรับระบายความร้อน ระบบแสงสว่าง ระบบน้ำร้อน อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ซึ่งการบรรเทาและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในด้านการก่อสร้างนอกจากจะสร้างโอกาสในการสร้างระบบเศรษฐกิจที่ยังยืนแล้วยังสร้างโอกาสการทำงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการก่อสร้างมาจากการใช้ไฟฟ้า (8.6 กิกะตันของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือ GtCO2) และฮาโลคาร์บอน (รวมถึงคลอโรฟลูออโรคาร์บอนหรือ CFCs และไฮโดรคลอโรฟลูโอโรคาร์บอน หรือ HCFCs ในสารทำความเย็นประมาณ 1.5 กิกะตันของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า) ในปีพ.ศ. 2547 IPCC ประเมินว่าภาคการก่อสร้างปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสู่ชั้นบรรยากาศประมาณ 3 กิกะตันต่อปี

ทั้งนี้ภาคการก่อสร้างเสนอการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบประหยัดต้นทุนในทุกภูมิภาคภายในปี พ.ศ. 2573 ซึ่งมีตั้งแต่ 0-2 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิกะตันของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าในประเทศกำลังพัฒนา โดยใช้มาตรการการออกแบบภายในอาคารแบบบูรณาการ การปรับปรุงซ่อมแซมอย่างมีประสิทธิภาพและการใช้อาคารที่ใช้พลังงานน้อยที่สุดหรือเป็นศูนย์และอาคารที่ไม่ใช้พลังงาน

 

5.1.3.7 Construction in the world
การใช้อาคารที่ใช้พลังงานน้อยที่สุดหรือเป็นศูนย์และอาคารที่ไม่ใช้พลังงาน, แหล่งภาพ: ERM-Siam Co., Ltd.

กระบวนการบูรณาการเพื่อการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในบริบทของโลกด้านการก่อสร้าง ประกอบด้วย 3 ดานหลักคือ

  1. ด้านฮาร์ดแวร์ ได้แก่ กลยุทธ์การออกแบบ เทคโนโลยีและการปฏิบัติ
  2. ด้านซอฟ์ทแวร์ ได้แก่ แนวทางปฏิบัติ ประสบการณ์และความรู้
  3. ด้าน Orgware ได้แก่ ความเป็นไปได้สำหรับการดำเนินงานและการแพร่หลายของเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงนโยบายการสนับสนุนและเสริมสร้างศักยภาพการฝึกอบรมซึ่งเป็นรูปแบบพื้นฐานของด้านฮาร์ดแวร์ ซึ่งหมายถึงรูปแบบการดำเนินชีวิตและพฤติกรรมของผู้ใช้งานโดยผ่านการศึกษาและโปรแกรมต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตระหนักรู้

กระบวนการบูรณาการเพื่อการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในบริบทของโลกด้านการก่อสร้างดังกล่าวมีส่วนช่วยในการปรับปรุงสามารถกำหนดความชัดเจนในการดำเนินงานและบรรเทาผลกระทบการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการก่อสร้างเพื่อที่จะปรับปรุงสภาพการทำงานและสภาพแวดล้อมของผู้ปฏิบัติงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่กำลังพัฒนาซึ่งมีความต้องการเข้าถึงในด้านเทคโนโลยี

รายละเอียดของกรอบการทำงานเพื่อการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในบริบทของโลกด้านการก่อสร้างสามารถแบ่งได้ 8 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

  1. การออกแบบโดยใช้ประโยชน์จากแสงอาทิตย์
  2. การออกแบบโดยใช้ประโยชน์จากแสงอาทิตย์ขั้นสูง
  3. การออกแบบเทคโนโลยีที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากแสงอาทิตย์
  4. การใช้ระบบอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงเพื่อปรับสภาวะภายในอาคารให้มีความสะดวกสบาย
  5. คาร์บอนต่ำและการกักเก็บคาร์บอน
  6. การผลิตพลังงานทดแทนสำหรับใช้งานในสถานที่นั้นๆ
  7. การติดตามตรวจสอบความผลตอบรับจากผู้ใช้งาน
  8. บริเวณโดยรอบอาคาร

เทคโนโลยีและข้อปฏิบัติในการบรรเทาผลกระทบทั้ง 8 ด้านนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะและพื้นฐานของแต่ละพื้นที่ ซึ่งสามารถในการนำไปใช้กับอาคารที่สร้างใหม่หรืออาคารที่มีอยู่แล้ว เป็นข้อสังเกตว่าประเภทการบรรเทาผลกระทบฯ ควรถูกประเมินตั้งแต่ขั้นเริ่มต้นการก่อสร้าง ซึ่งแนวทางการออกแบบที่ดีสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสามารถออกแบบให้อาคารสามารถกระจายความร้อนจากอาคารสู่สิ่งแวดล้อมภายนอกโดยไม่ใช้อุปกรณ์หรือเครื่องจักรกลใดๆ ดังนั้น มาตรการออกแบบเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยใช้ปัจจัยธรรมชาติและป้องกันความร้อนเข้าสู่กรอบอาคารถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการก่อสร้างอาคารใหม่ ดังแสดงในตารางที่ 1 การจำแนกเทคโนโลยีและข้อปฏิบัติสำหรับการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

ตารางที่  1 การจำแนกเทคโนโลยีและข้อปฏิบัติสำหรับการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ลำดับ การจำแนกประเภทการบรรเทาผลกระทบฯ เทคโนโลยีและแนวทางการปฏิบัติ
สิ่งที่จำเป็นต้องมี การใช้ปัจจัยธรรมชาติและป้องกันความร้อนเข้าสู่อาคาร การเลือกสถานที่
การออกแบบที่ตอบสนองกับแสงอาทิตย์
การออกแบบที่ตอบสนองกับทิศทางลม
การใช้วัสดุป้องกันความร้อน
1 การใช้ปัจจัยธรรมชาติและป้องกันความร้อนเข้าสู่กรอบอาคารขั้นนสูง การปรับปรุงเทคนิคดั้งเดิมและการใช้นวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง
เทคโนโลยีการออกแบบบ้านที่ใช้ปัจจัยธรรมชาติและป้องกันความร้อนเข้าสู่กรอบอาคาร
2 เทคโนโลยีการออกแบบเทคโนโลยีที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากแสงอาทิตย์ กระบวนการออกแบบวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์แบบบูรณาการ
ฉนวนกันความร้อนของอาคาร
ระบบอาคารด้านหน้าที่มีประสิทธิภาพสูง
เทคโนโลยีการออกแบบตามฤดูกาล
3 การใช้ระบบอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงเพื่อปรับสภาวะภายในอาคารให้มีความสะดวกสบาย อุปกรณ์ให้ความร้อนที่มีประสิทธิภาพสูง, มีระบบระบายอากาศและปรับอากาศ
ระบบแสงสว่างที่มีประสิทธิภาพ
เทคโนโลยีการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
4 คาร์บอนต่ำและการกักเก็บคาร์บอน วัสดุก่อสร้างและผลิตภัณฑ์ที่คาร์บอนต่ำและกักเก็บคาร์บอน
อาคารประหยัดพลังงานและระบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
5 การผลิตพลังงานทดแทนสำหรับใช้งานในสถานที่นั้นๆ เทคโลยีพลังงานแสงอาทิตย์
การก่อสร้างแบบบูรณาการกับกังหันลม
6 การติดตามตรวจสอบความผลตอบรับจากผู้ใช้งาน การจัดการพลังงานและการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน
การเร่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
7 บริเวณโดยรอบอาคาร การให้บริการด้านพลังงานกับชุมชน
การปฏิบัติและการออกแบบชุมชนให้มีความยั่งยืน

ที่มา: TNA Guidebook Series, Technologies for Climate Chang Mitigation, -Building Sector-, UNEP, 2012

 

แหล่งข้อมูล:

Categories: Buildings,Mitigation,Mitigation Application

Tags:

Menu Title