พิธีสารเกียวโต

Language : English

พิธีสารเกียวโตเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศที่เชื่อมโยงกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งกำหนดให้ประเทศภาคีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมายโดยมีผลผูกพันตามกฎหมาย

เนื่องจากประเทศพัฒนาแล้วเป็นสาเหตุสำคัญของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณสูงสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งเป็นผลมาจากการทำอุตสาหกรรมกว่า 150 ปี พิธีสารเกียวโตจึงได้เพิ่มเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้กับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ภายใต้หลักการ “ความรับผิดชอบร่วมกันในระดับที่แตกต่างกัน”

พิธีสารเกียวโตได้รับการลงนามรับรองที่เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2540 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2548 ส่วนความตกลงมาร์ราเกชหรือรายละเอียดข้อบังคับในการปฏิบัติตามพิธีสารเกียวโตได้รับการลงนามรับรองในที่ประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 7 (COP7) ที่เมืองมาร์ราเกช ประเทศโมรอกโก ในปี 2544 ระยะผูกพันช่วงแรกเริ่มขึ้นในปี 2551 และสิ้นสุดลงในปี 2555

ข้อตกลงแก้ไขพิธีสารเกียวโตได้รับการลงนามรับรองที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2555  สาระสำคัญของข้อตกลงแก้ไขพิธีสารเกียวโต มีดังนี้

  • พันธกรณีระยะใหม่ในการลดก๊าซเรือนกระจกสำหรับประเทศภาคีสมาชิกพิธีสารเกียวโตในภาคผนวกที่ 1 หรือกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งยอมรับพันธกรณีในช่วงระยะผูกพันที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556 ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563
  • รายชื่อก๊าซเรือนกระจกที่ประเทศภาคีต้องส่งรายงานในระยะผูกพันที่ 2 ฉบับแก้ไข
  • แก้ไขหลายมาตราของพิธีสารเกียวโตที่เกี่ยวข้องกับระยะผูกพันช่วงแรกและจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงสำหรับระยะผูกพันช่วงที่ 2

 

กลไกภายใต้พิธีสารเกียวโต

พิธีสารเกียวโตกำหนดให้ประเทศภาคีต้องทำตามเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยการใช้นโยบายระดับประเทศ แต่ก็เสนอวิธีเพิ่มเติมในการบรรลุเป้าหมายด้วยกลไกทางการตลาด 3 อย่าง หรือที่เรียกว่า กลไกภายใต้พิธีสารเกียวโต ได้แก่

พิธีสารเกียวโตถือเป็นก้าวสำคัญก้าวแรกในการออกกฎข้อบังคับเกี่ยวกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับโลกซึ่งจะทำให้ระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกคงที่ และช่วยวางรากฐานให้กับข้อตกลงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอนาคต

ระหว่างการประชุม COP ในเมืองเดอร์บัน มีการแต่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจด้านแผนงานเดอร์บัน (ADP) เพื่อพัฒนาพิธีสาร เอกสารทางกฎหมายหรือผลข้อตกลงที่มีผลทางกฎหมายภายใต้อนุสัญญา และใช้ได้กับประเทศภาคีทุกประเทศ ทั้งนี้คณะทำงานเฉพาะกิจด้านแผนงานเดอร์บันจำเป็นต้องทำภารกิจให้สำเร็จโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ต้องไม่เกินปี 2558 เพื่อที่จะรับรองพิธีสารฉบับนี้ในการประชุม COP ครั้งที่ 21 และเพื่อให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2563

 

แหล่งข้อมูล: http://unfccc.int/kyoto_protocol/

 

Categories: Climate Change,Climate Change Policies,Global Policies

Tags: ,

Menu Title