ความพยายามในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน

Language : English

กิจกรรมการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย

ประเทศไทยเริ่มทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตั้งแต่ปีพ.ศ. 2548 โดยเป็นกิจกรรมด้านการวิจัยเป็นหลัก จุดประสงค์หลักคือเพื่อเชื่อมโยงการกักเก็บคาร์บอนจากการกระทำระบบวนเกษตรจากชุมชนในจังหวัดสกลนครกับตลาดคาร์บอน (Bhaktikul, 2012)

ในปีพ.ศ. 2551 ประชาชนเริ่มทราบถึงปัญหาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านสื่อมวลชน เช่น โทรทัศน์และวิทยุ และในปี 2553 ประเทศไทยระบุในเอกสารฉบับแรกที่เสนอต่อ UNFCCC ว่ามาตรการหลักในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ คือ มาตรการด้านการเกษตร การจัดการน้ำสะอาดและพื้นที่ชายฝั่ง ต่อมาในปีพ.ศ. 2554 ความท้าทายที่สำคัญที่สุดของไทยคือความสามารถในการปรับตัวต่อความเปราะบางและเหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง (ONREPP; 2011, Rockefeller; 2015)

 

ในปีพ.ศ. 2558 สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รายงานความพยายามในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยต่อ UNFCCC ซึ่งความพยายามในการปรับตัวดังกล่าวรวมถึงการส่งเสริมและเสริมสร้างแนวทางของการจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ การส่งเสริมการเกษตรแบบยั่งยืนและการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี การเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการผลกระทบด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างขีดความสามารถในการปรับตัวสำหรับชุมชนในท้องถิ่น นอกจากนี้การเกษตร การจัดการทรัพยากรน้ำ และเครื่องมือในการทำแบบจำลองที่เกี่ยวกับการเกษตรและการจัดการทรัพยากรน้ำยังเป็นเทคโนโลยีที่มีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และในอนาคตอันใกล้นี้จะมีการเสนอมาตรการปรับตัวที่เป็นรูปธรรมในภาคส่วนที่กล่าวมาข้างต้น (ONREPP, 2015)

 

กิจกรรมการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศอื่นๆ

การปรับตัวต่อสถาพภูมิอากาศในประเทศออสเตรเลีย,แแหล่งภาพ: http://theconversation.com/who-should-fund-australias-adaptation-to-climate-change-17595
การปรับตัวต่อสถาพภูมิอากาศในประเทศออสเตรเลีย,แแหล่งภาพ: http://theconversation.com/who-should-fund-australias-adaptation-to-climate-change-17595

 

ทั่วโลกมีการดำเนินความพยายามในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหลายประเภททั้งในระดับประชาชน ชุมชน รัฐบาล และภาคเอกชน ทั้งนี้ การผสมผสานระหว่างการตอบสนองของระบบและการตอบสนองทางพฤติกรรม เทคโนโลยี และการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นสิ่งจำเป็นในการดำเนินมาตรการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้สำเร็จ ตารางที่ 1 แสดงตัวอย่างความพยายามในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของแต่ละภูมิภาค ซึ่งสอดคล้องกับความเสี่ยงเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปัจจุบัน (IPCC, 2007)

ตัวอย่างความริเริ่มในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของแต่ละภูมิภาค (IPCC, 2007)

ตัวอย่างภูมิภาค ประเทศ สถานการณ์ตึงเครียดที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แนวปฏิบัติในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ภูมิภาคแอฟริกา
อียิปต์

El Raey (2547)

ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น ใช้แผนปฏิบัติการแห่งชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งบูรณาการข้อกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าไปในนโยบายระดับชาติ

ใช้กฎหมาย 4/94 ซึ่งจำเป็นต้องมีการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment : EIA) สำหรับการอนุมัติโครงการและการกำหนดระยะถอยร่นสำหรับโครงสร้างพื้นฐานบนชายฝั่ง

ติดตั้งโครงสร้างที่มีความแข็งสูงในพื้นที่เสี่ยงเกิดการกัดเซาะชายฝั่ง

ซูดาน

Osman-Elasha et al. (2549)

ภัยแล้ง ใช้วิธีการเก็บกักน้ำฝนและเทคนิคการอนุรักษ์น้ำแบบดั้งเดิมมากขึ้น

สร้างแนวป่ากันชน (Shelter-belts) และการปลูกพืชป้องกันลม (wind-breaks) เพื่อปรับปรุงการรับมือภัยพิบัติในพื้นที่ทุ่งหญ้าให้ดีขึ้น

ติดตามจำนวนสัตว์แทะเล็มและต้นไม้ที่ถูกตัด

จัดตั้งกองทุนสินเชื่อชนิดหมุนเวียน

บอสวานา

FAO (2547)

ภัยแล้ง โครงการของรัฐบาลเพื่อสร้างทางเลือกในการจ้างงานขึ้นมาใหม่ หลังจากประสบภัยแล้ง

สร้างความสามารถให้กับทางการท้องถิ่น

ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่มีรายได้ต่ำเพื่อเพิ่มการผลิตพืชผลทางการเกษตร

ภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย
บังกลาเทศ

OECD (2003a); Pouliotte (2549)

ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น, การแพร่กระจายของน้ำเค็มเข้าไปในแหล่งน้ำจืด พิจารณาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

สร้างอุปกรณ์ควบคุมการไหลของน้ำในเขื่อนกันคลื่นบริเวณชายฝั่ง

ปลูกพืชทางเลือกและใช้เครื่องกรองน้ำเทคโนโลยี

ฟิลิปปินส์

Lasco et al. (2549)

ภัยแล้ง, น้ำท่วม การปรับเปลี่ยนกำหนดการปลูกบำรุงป่าเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกัน

เปลี่ยนไปปลูกพืชที่ทนทานต่อความแห้งแล้ง

ใช้บ่อบาดาลระดับตื้น

หมุนเวียนวิธีการชลประทานในช่วงขาดแคลนน้ำ

สร้างแอ่งกักเก็บน้ำ

สร้างแนวป้องกันไฟและการเผาคุม

ใช้มาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำสำหรับการเพาะปลูกในพื้นที่สูง

ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น, พายุคลื่นซัดฝั่ง สร้างขีดความสามารถในการออกแบบระบบป้องกันแนวชายฝั่ง

นำการประเมินความเสี่ยงแบบชุมชนมีส่วนร่วมมาใช้

ให้เงินสนับสนุนเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการฟื้นฟูพื้นที่ชายฝั่งและฟื้นฟูสภาพโครงสร้างพื้นฐาน

ก่อสร้างบ้านที่ทนทานต่อพายุไซโคลน

ปรับปรุงอาคารเพื่อปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัย

พิจารณาทบวนกฎมายควบคุมอาคาร

ฟื้นฟูป่าชายเลน

ภัยแล้ง, การแพร่กระจายของน้ำเค็มเข้าไปในแหล่งน้ำจืด เก็บกักน้ำฝนเพื่อนำมาใช้

ลดการรั่วซึม

ปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน (ไฮโดรโปนิกส์)

ขอสินเชื่อธนาคารซึ่งจะทำให้สามารถซื้อถังเก็บน้ำฝนขนาดใหญ่ได้

ภูมิภาคอเมริกา
แคนาดา

(1) Ford and Smit (2547)

(1) การละลายของชั้นดินเยือกแข็งคงตัว การเปลี่ยนแปลงน้ำแข็งที่ปกคลุม การเปลี่ยนแปลงวิธีการดำชีวิตของชาวอินูอิตหรือชาวเอสกิโม

เปลี่ยนสถานที่ล่าสัตว์

ล่าสัตว์ชนิดใหม่ๆ

ใช้เทคโนโลยีระบบกำหนดตำแหน่งบนโลก  (จีพีเอส)

(2) Mehdi (2549) ใช้เทคโนโลยีระบบกำหนดตำแหน่งบนโลก  (จีพีเอส)

ส่งเสริมการแบ่งปันอาหาร

(2) อุณหภูมิสูงมากหรือต่ำมาก การใช้แผนเตือนภัยการบาดเจ็บจากความร้อนในเมืองโทรอนโต มาตรการในแผนดังกล่าว ได้แก่

เปิดศูนย์ทำความเย็นในที่สาธารณะ –

ให้ข้อมูลแก่ประชาชนผ่านทางสื่อท้องถิ่น

แจกจ่ายน้ำดื่มบรรจุขวดให้กับประชาชนกลุ่มเสี่ยงผ่านทางกาชาด

เปิดสายด่วนให้ข้อมูลและตอบคำถามเกี่ยวกับความร้อน

จัดเตรียมรถบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินหรือรถพยาบาล พร้อมเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการฝึกอบรมมาเป็นพิเศษและอุปกรณ์ทางแพทย์

สหรัฐอเมริกา

Easterling et al. (2547)

ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น ดำเนินโครงการจัดหาที่ดินโดยคำถึงนึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น โครงการจัดหาที่ดิน Coastal Blue Acres ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ซึ่งจัดหาที่ดินบริเวณชายฝั่งที่ได้รับความเสียหายหรือมีความเสี่ยงได้รับความเสียหายจากพายุหรือที่ดินที่เป็นกันชนให้กับที่ดินบริเวณอื่นๆ และใช้ที่ดินเหล่านี้เพื่อจุดประสงค์ด้านนันทนาการและการอนุรักษ์

การใช้นโยบาย rolling easement ในรัฐเท็กซัส ซึ่งเป็นการทำให้ที่ดินบริเวณชายฝั่งของเอกชนกลายเป็นชายหาดของประชาชน เมื่อระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นและกัดเซาะที่ดินนั้น

นโยบายอื่นๆ เกี่ยวกับพื้นที่ชายฝั่งที่ส่งเสริมให้เจ้าของที่ดินบริเวณชายฝั่งดำเนินกิจกรรมที่เป็นการป้องกันการเพิ่มสูงขึ้นของระดับน้ำทะเล

เม็กซิโกและอาร์เจนตินา

Wehbe et al. (2549)

ภัยแล้ง ปรับเปลี่ยนวันเพาะปลูกและเพิ่มความหลากหลายของชนิดพืช (เพิ่มพืชที่ทนทานต่อความแล้ง เช่น สัปปะรดเทศและว่านหางจระเข้)

การสะสมหุ้นสินค้าสินค้าโภคภัณฑ์เพื่อรักษาสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจ

การจัดแบ่งที่ดินสำหรับเพาะปลูกพืชและทำทุ่งเลี้ยงสัตว์เพื่อกระจายความเสี่ยง

การกระจายรายได้ด้วยการเพิ่มการทำปศุสัตว์

จัดตั้งกองทุนประกันราคาหรือให้การประกันราคาพืชผล

จัดตั้งเงินกองกลางของท้องถิ่นเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการประกันราคาพืชผล

ภูมิภาคยุโรป    
เนเธอร์แลนด์,

รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ (2540 และ 2548)

ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น ใช้มาตรการป้องกันน้ำท่วมและป้องกันชายฝั่งเป็นวิธีป้องกันล่วงหน้า

สร้างแนวคันกั้นน้ำทะเลป้องกันคลื่นพายุซัดฝรั่ง ซึ่งต้องคำนึงถึงการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล 50 เซนติเมตร

เสริมทรายบนพื้นที่ชายฝั่ง

ปรับปรุงการจัดการระดับน้ำโดยขุดลอกขยายลำน้ำและที่ดินริมตลิ่งซึ่งจะทำให้แม่น้ำขยายกว้างขึ้นเป็น ทางน้ำล้นและพื้นที่ชุ่มน้ำ

ใช้ถังเก็บกักน้ำและพื้นที่เก็บกักน้ำ

ตรวจสอบสภาพความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ในการป้องกันภัยพิบัติ เช่น ทำนบกั้นน้ำทุกๆ 5 ปี

เตรียมการประเมินความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมหรือความเสียหายต่อชายฝั่งซึ่งส่งผลต่อการวางแผนพื้นที่และโครงการทางวิศวกรรมในเขตชายฝั่ง และการสำรวจพื้นที่เพื่อดูแนวโน้มการเสริมทราย

ออสเตรีย, ฝรั่งเศส, สวิตเซอร์แลนด์

รัฐบาลกลางออสเตรีย (2549); กรมการท่องเที่ยว (2545); สวิตเซอร์แลนด์ (2548)

การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่สูงขึ้นของเส้นขอบหิมะ ทำหิมะเทียม

เตรียมเนินหิมะสำหรับการเล่นสกี

ย้ายพื้นที่เล่นสกีไปยังพื้นที่และธารน้ำแข็งที่สูงขึ้น

ใช้แผ่นพลาสติกสีขาวป้องกันธารน้ำแข็งละลาย

สร้างรายได้ใหม่ๆ จากการท่องเที่ยว (เช่น การท่องเที่ยวแบบตลอดปี)

การละลายของชั้นดินเยือกแข็งคงตัว (permafrost), ตะกอนไหล การก่อสร้างเขื่อนป้องกันในพอนเทรซินา (สวิตเซอร์แลนด์) เพื่อป้องกันหิมะถล่มและแนวโน้มเกิดตะกอนไหลที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นซึ่งเกิดจากการละลายของชั้นดินเยือกแข็งคงตัว
การก่อสร้างเขื่อนป้องกันในพอนเทรซินา (สวิตเซอร์แลนด์) เพื่อป้องกันหิมะถล่มและแนวโน้มเกิดตะกอนไหลที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นซึ่งเกิดจากการละลายของชั้นดินเยือกแข็งคงตัว น้ำท่วม, ระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้น การปรับแนวชายฝั่งใหม่ภายใต้การควบคุมของมูลนิธิ  Essex Wildlife Trust, เปลี่ยนที่ดินที่ใช้เพาะปลูกได้กว่า 84 เฮกตาร์ ให้กลายเป็นพรุน้ำเค็มและทุ่งหญ้าเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืน

การบำรุงรักษาและการสร้างผนังป้องกันน้ำท่วมแม่น้ำเทมส์ผ่านโครงการ Thames Estuary 2100 เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การให้คำแนะนำแก่ผู้กำหนดนโยบาย ผู้บริหารระดับสูงและรัฐสภาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาคส่วนการประกันภัย (ที่พัฒนาขึ้นโดยสมาคมผู้ประกันภัยอังกฤษ)

 

แหล่งข้อมูล:

 

Categories: Adaptation,Adaptation Actions

Tags:

Menu Title