การท่องเที่ยวกับการตั้งรับภัยพิบัติในประเทศไทย

Language : English

สึนามิ เกาะพีพี ประเทศไทย ธันวาคม พ.ศ. 2547 แหล่งภาพ: Paula Bronstein, http://www.theatlantic.com/photo/2014/12/ten-years-since-the-2004-indian-ocean-tsunami/100878/
สึนามิ เกาะพีพี ประเทศไทย ธันวาคม พ.ศ. 2547 ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างมาก แหล่งภาพ: Paula Bronstein, http://www.theatlantic.com/photo/2014/12/ten-years-since-the-2004-indian-ocean-tsunami/100878/

การท่องเที่ยวมีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์ทุกประเภท ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในพื้นที่ใด ๆ มักทำให้การท่องเที่ยวซบเซา เนื่องจากนักท่องเที่ยวขาดความเชื่อมั่นในความปลอดภัยและสวัสดิภาพ ภัยพิบัติส่งผลให้ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นโรงแรม รีสอร์ต บริการนำเที่ยว และผู้ประกอบธุรกิจในสถานที่ท่องเที่ยวขาดรายได้ ต้องเสียทั้งงบประมาณในการซ่อมแซมฟื้นฟู และต้องใช้เวลาสร้างความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวให้กลับคืนมา

การสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวและสถานประกอบการเพื่อประเมินความเสี่ยงจากภัยพิบัติจึงเป็นสิ่งจำเป็นอันดับแรกเพื่อให้รู้ว่าหากเกิดภัยจะต้องดูแลป้องกันส่วนใดก่อนเป็นอันดับแรก หรือมีส่วนใดที่ต้องดูแลรักษาไม่ให้เกิดความเสียหายโดยเด็ดขาด เช่น สถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมหรือสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งเป็นมรดกโลก นอกจากนี้ การพิจารณามาตรการที่จำเป็นในการลดความเสี่ยง ทั้งการเตรียมพร้อม ปรับตัวและรับมือของภาคการท่องเที่ยวเพื่อความปลอดภัยของกิจการ และเพื่อให้นักท่องเที่ยวมั่นใจในศักยภาพของพื้นที่ก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

มาตรการเตรียมรับมือภัยพิบัติ

  1.  มาตรการป้องกันและลดผลกระทบ
    1. มาตรการที่ใช้โครงสร้าง
      1. ก่อสร้างโรงแรม รีสอร์ท สถานประกอบการให้มีโครงสร้างแข็งแรงได้มาตรฐาน โดยเฉพาะหากตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ
      2. ใช้โครงสร้างป้องกันน้ำท่วมในสถานประกอบการ สถานที่ท่องเที่ยวและโบราณสถานในพื้นที่น้ำท่วมถึง
    2. มาตรการที่ไม่ใช้โครงสร้าง
      1. หลีกเลี่ยงการเลือกทำเลที่ตั้งของกิจการในพื้นที่ล่อแหลม โดยเฉพาะการบุกรุกก่อสร้างในพื้นที่ป่าสงวนและอุทยานแห่งชาติ ซึ่งนอกจากจะผิดกฎหมายแล้ว ยังทำลายระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติ เป็นสาเหตุเพิ่มความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และยังเสี่ยงในการได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติด้วย
      2. จัดระบบและจัดทำแผนรักษาความปลอดภัยในสถานที่ท่องเที่ยวโดยมีผู้เชี่ยวชาญและมีทักษะดูแล
      3. จัดระบบการทิ้งและกำจัดขยะ ของเสีย น้ำเสีย จัดทำระบบบำบัดน้ำเสียและสิ่งปฏิกูลในสถานประกอบการที่ได้มาตรฐาน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค
  2. มาตรการเตรียมความพร้อม
    1. การปรับตัว
      1. ส่งเสริมและสนับสนุนข้าราชการ ตำรวจท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ อาสาสมัคร พนักงานและบุคลากรด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ ฯลฯ ให้สื่อสารภาษาต่างประเทศได้ เพื่อสามารถให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้
      2. จัดทำแผนที่บอกเส้นทาง ปรับปรุงระบบป้ายสาธารณะให้ชัดเจน และติดตั้งในแหล่งชุมชน
    2. การเตรียมรับมือกับภัยพิบัติ
      1. กำหนดเส้นทางอพยพ วิธีการอพยพและจุดปลอดภัย รวมถึงมีป้ายบอกเส้นทางที่ชัดเจน เช่นเดียวกับเส้นทางหนีไฟในโรงแรม
      2. ให้ความรู้แก่ผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวและพนักงานเรื่องความปลอดภัยและข้อปฏิบัติในการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติ รวมทั้งแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบที่ชัดเจน
      3. ซ้อมแผนอพยพหนีไฟ และร่วมซ้อมแผนอพยพคลื่นสึนามิ (ในกรณีอยู่ในพื้นที่เสี่ยง) ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่และชุมชน
      4. จัดเตรียมอุปกรณ์ด้านความปลอดภัย และติดตั้งระบบดับเพลิงที่ได้มาตรฐาน มีการตรวจสอบให้สามารถใช้งานได้เมื่อเกิดภัย
      5. เตรียมพร้อมด้านการช่วยเหลือพนักงานและนักท่องเที่ยวหากเกิดภัย
      6. จัดเตรียมอาหาร น้ำดื่ม และเครื่องใช้เพื่อการยังชีพเก็บไว้ในจุดปลอดภัย และตรวจสอบวันหมดอายุอยู่เสมอ
      7. เตรียมพร้อมระบบสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ มีช่องทางรับส่งข้อมูลข่าวสารหลายช่องทางเพื่อการแจ้งเตือนภัย และสามารถสื่อสารให้นักท่องเที่ยวรับทราบและเข้าใจได้ทันเวลาและทันท่วงที ตลอดจนจัดเตรียมระบบสื่อสารสำรองไว้ใช้ยามฉุกเฉิน
      8. จัดทำเอกสารแนะนำเรื่องความปลอดภัยไว้ในโรงแรมและสถานที่ท่องเที่ยว เช่น แผ่นพับประชาสัมพันธ์ หรือสื่อวิดีทัศน์ หลากหลายภาษา เพื่อให้ข้อมูลเรื่องภัยพิบัติ การปฏิบัติตัวเมื่อเกิดภัย เส้นทางอพยพ พื้นที่ปลอดภัย
      9. ทำประกันความเสียหายหากเกิดภัยต่าง ๆ

ภาคีการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง

สมาคมการท่องเที่ยว/ผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยว/กรมการท่องเที่ยว/กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

 

เนื่องจากการท่องเที่ยวนั้นเปราะบางต่อเหตุการณ์เชิงลบทุกประเภท และภัยพิบัติที่เกิดขึ้นจะทำให้การท่องเที่ยวหยุดชะงักเนื่องจากนักท่องเที่ยวไม่มั่นใจในความปลอดภัย ดังนั้นการประเมินความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่งเพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ตารางที่ 1 แสดงตัวอย่างกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ

ตารางที่ 1 ตัวอย่างกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ

มาตรการป้องกันและลดผลกระทบจากภัยพิบัติ
กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน การก่อสร้างโรงแรมและรีสอร์ทบนโครงสร้างที่มั่นคง ตรงตามข้อกำหนดของมาตรฐานการก่อสร้าง โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงเกิดแผ่นดินไหว

การใช้โครงสร้างป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ที่มีสถานที่ท่องเที่ยว สถานประกอบการ สถาน และโบราณสถาน

กิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน การหลีกเลี่ยงการใช้สถานที่ที่อยู่ในพื้นที่ต้องห้าม เช่น ป่าสงวนและอุทธยานธรรมชาติ

การจัดเตรียมระบบการจัดการขยะและน้ำเสียที่ได้มาตรฐาน

มาตรการเตรียมความพร้อม
การปรับตัว การส่งเสริมให้บุคลากรด้านการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องสามารถสื่อสารเป็นภาษาต่างประเทศได้ เพื่อช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในยามประสบภัยพิบัติ

การแสดงเส้นทางและปรับปรุงป้ายสาธารณะให้ชัดเจน และติดตั้งป้ายเหล่านี้ในที่ที่เหมาะสม

การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ การระบุและแสดงเส้นทางอพยพ แนวปฏิบัติในการอพยพ จุดปลอดภัย และทางหนีไฟในโรงแรม

การซ้อมดับเพลิงและหนีไฟ ซ้อมอพยพหากเกิดสึนามิ กับสำนักงานปกครองท้องถิ่นและชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง

การเตรียมและอาหารและน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการ และจัดเตรียมชุดอุปกรณ์ยังชีพไว้ในจุดปลอดภัยที่กำหนด

อื่นๆ

 

ตัวอย่างกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติในประเทศไทย

ตัวอย่างที่ 1: โครงสร้างป้องกันน้ำท่วมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

กรมศิลปากรและกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ติดตั้งโครงสร้างป้องกันน้ำท่วมที่สามารถเคลื่อนย้ายได้บริเวณรอบวัดชัยวัฒนาราม ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของไทย ระบบดังกล่าวรวมถึงระบบป้องกันน้ำใต้ดินและบานพับทำจากแผ่นสแตนเลสสูง 2.5 เมตร โดยบานพับดังกล่าวจะวางอยู่ริมฝั่งแม่น้ำและสามารถยกขึ้นเป็นกำแพงกั้นน้ำได้หากมีน้ำล้นตลิ่ง

โครงสร้างป้องกันน้ำท่วมที่วัดชัยวัฒนาราม, แหล่งภาพ: สถาบันอยุธยาศึกษา, 2552 อ้างอิงโดย DDMP (2557)
โครงสร้างป้องกันน้ำท่วมที่วัดชัยวัฒนาราม, แหล่งภาพ: สถาบันอยุธยาศึกษา, 2552 อ้างอิงโดย DDMP (2557)

 

ตัวอย่างที่ 2: ระบบเตือนภัยสึนามิในภาคใต้ของไทย

หลังจากเกิดภัยพิบัติสึนามิในปี พ.ศ. 2557 สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งในจังหวัดทางภาคใต้ของไทยได้ติดตั้งระบบเตือนภัยจากสึนามิ และมีการกำหนดเส้นทางอพยพ จุดปลอดภัย และหอสังเกตการณ์ โดยมีป้ายบอกที่ชัดเจนเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ นอกจากนี้ยังจัดการซ้อมอพยพเมื่อเกิดสึนามิทุกปี การดำเนินการเหล่านี้ไม่ได้เพียงรับรองแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัย  แต่ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวด้วย

หอสังเกตการณ์สึนามิและป้ายต่างๆ, แหล่งภาพ: ศูนย์วิจัยและพัฒนาการป้องกันและจัดการภัยพิบัติและกรมป้องกันและบรรเสาธารณภัย อ้างอิงโดย DDMP (2557)
หอสังเกตการณ์สึนามิและป้ายต่างๆ, แหล่งภาพ: ศูนย์วิจัยและพัฒนาการป้องกันและจัดการภัยพิบัติและกรมป้องกันและบรรเสาธารณภัย อ้างอิงโดย DDMP (2557)

 

แหล่งข้อมูล:

 

Categories: Adaptation,Disaster Resilience

Tags:

Menu Title