อุตสาหกรรม ธุรกิจ การค้าและการลงทุนกับการตั้งรับภัยพิบัติในประเทศไทย

Language : English

ภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ การค้า ต้องมีการวางระบบต่าง ๆ อย่างรัดกุมเพื่อความปลอดภัยในกระบวนการผลิตและการขนส่ง ตลอดจนต้องมีการตรวจสอบที่เข้มงวด ให้เป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนดทางกฎหมาย ทำให้จำเป็นต้องคำนึงถึงต้นทุน ผลกำไร และความคุ้มค่าในการลงทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติขึ้น ภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ การค้าและการลงทุน ก็ยังมีโอกาสได้รับผลกระทบทั้งโดยตรงและโดยอ้อม อาทิ

  • สถานประกอบการ อาคาร โรงงาน เครื่องมือ อุปกรณ์ เครื่องจักรได้รับความเสียหาย ไม่สามารถดำเนินการผลิตได้
  • ความเสียหายด้านโครงสร้างอาจส่งผลต่อเนื่องรุนแรง เช่น เกิดการรั่วไหลของของเสีย น้ำเสีย สารเคมี สารกัมมันตรังสี วัตถุอันตรายต่าง ๆ ระบบไฟฟ้าลัดวงจรทำให้เกิดอัคคีภัย
  • สินค้าและวัตถุดิบได้รับความเสียหาย แหล่งวัตถุดิบได้รับผลกระทบ ทำให้ขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิต หรือหากบริษัทที่ประสบภัยเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบก็เป็นเหตุทำให้ขาดแคลนวัตถุดิบในพื้นที่อื่น และกระทบไปถึงคู่ค้าและลูกค้า

ด้วยเหตุนี้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำการวิเคราะห์และวางแผนอย่างรอบคอบก่อนการดำเนินงานทุกขั้นตอนเพื่อให้แน่ใจว่าการลงทุนมีความคุ้มค่า เพื่อวางมาตรการ จัดการ และลดความเสี่ยงเหล่านั้นได้อย่างเหมาะสม

 

มาตรการเตรียมรับมือภัยพิบัติ

  1. มาตรการป้องกันและลดผลกระทบ
    1. มาตรการที่ใช้โครงสร้าง
      1. ก่อสร้างโรงงานและสถานประกอบการให้มีโครงสร้างแข็งแรงถูกต้องตามมาตรฐาน
      2. ปรับปรุงโครงสร้างอาคารให้สามารถต้านทานน้ำท่วมได้หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อน้ำท่วม เช่น ทำชั้นล่างของอาคารให้มีพื้นที่น้ำไหลผ่าน
      3. สร้างแนวป้องกันน้ำท่วมสำหรับกิจการที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อน้ำท่วม อย่างไรก็ดี การสร้างกำแพงกั้นน้ำรอบนิคมอุตสาหกรรม อาจส่งผลให้น้ำท่วมในพื้นที่อื่นมากขึ้น จึงควรทำการสำรวจพื้นที่และประเมินความเสี่ยงร่วมกับชุมชนและเกษตรกรโดยรอบ เพื่อหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน เช่น การสร้างแก้มลิงเพื่อเก็บน้ำในพื้นที่การเกษตร ซึ่งสามารถใช้เป็นแหล่งเก็บกักน้ำในฤดูแล้งด้วย
    2. มาตรการที่ไม่ใช้โครงสร้าง
      1. ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ช่วยประหยัดพลังงานและลดของเสีย มลภาวะ และไม่เกิดการรั่วไหลปนเปื้อนเมื่อเกิดภัยพิบัติ
      2. มีระบบบำบัดน้ำเสียที่ได้มาตรฐานและมีมาตรการป้องกันการรั่วไหล
      3. มีระบบป้องกันอัคคีภัย ระบบป้องกันการรั่วไหลของสารเคมี
      4. จัดทำกฎระเบียบ และบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัยในสถานประกอบการและมีการตรวจสอบเป็นระยะ
      5. ผลักดันให้การประเมินความเสี่ยงจากภัยพิบัติเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA)
  2. มาตรการเตรียมความพร้อม
    1. การปรับตัว
      1. จัดหาแหล่งวัตถุดิบสำรอง หรือจับคู่ธุรกิจที่ผลิตสินค้าแบบเดียวกัน เพื่อให้สามารถส่งสินค้าให้ลูกค้าได้ทันเวลา หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องหยุดกิจการชั่วคราวในช่วงเกิดภัยพิบัติ
    2. การเตรียมรับมือกับภัยพิบัติ
      1. มีระบบการผลิตที่ต่อเนื่อง มีเครื่องจักรสำรอง
      2. มีโกดังและจุดกระจายสินค้าตั้งอยู่ต่างพื้นที่กัน ในกรณีที่แห่งหนึ่งประสบภัย
      3. จะยังสามารถใช้อีกแห่งหนึ่งดำเนินการแทนได้
      4. มีแผนป้องกันและเผชิญอุบัติภัยในโรงงานและมีการฝึกซ้อมพนักงานอย่างสม่ำเสมอ
      5. มีระบบสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและช่องทางสำรองให้สามารถใช้ติดต่อสื่อสารได้ยามเกิดภัย และมีการสื่อสารกับคู่ค้าอย่างสม่ำเสมอ
      6. เตรียมช่องทางการขนส่งสินค้าสำรอง ในกรณีเส้นทางการขนส่งถูกตัดขาด
      7. เตรียมระบบสำรองข้อมูลเพื่อไม่ให้ข้อมูลสูญหายเมื่อเกิดภัยพิบัติ
      8. วางแผนการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อให้กลับมาดำเนินกิจการได้อย่างรวดเร็ว
      9. ทำประกันความเสียหายสำหรับโรงงานและสถานประกอบการ และทำประกันสุขภาพและประกันชีวิตให้กับพนักงาน
      10. เตรียมมาตรการควบคุม แก้ไข และป้องกันผู้ค้าที่ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าเอาเปรียบผู้บริโภคในช่วงสินค้าขาดแคลนภายหลังเกิดภัยพิบัติ และมีบทลงโทษต่อผู้กระทำผิด
      11. ทำความตกลงระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อให้การช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ เมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น สนับสนุนเครื่องจักรหนัก เครื่องเจาะ เครื่องปั่นไฟเครื่องส่องสว่าง ผู้เชี่ยวชาญ ฯลฯ

ภาคีในอุตสาหกรรม ธุรกิจ การค้าและการลงทุนในการตั้งรับภัยพิบัติ

นักอุตสาหกรรม/ผู้ประกอบการ/นักธุรกิจ/หน่วยงานภาครัฐ/ธนาคาร

 

เนื่องจากความเสี่ยงเป็นปัจจัยกำหนดที่สำคัญอย่างหนึ่งของภาคธุรกิจ จึงจำเป็นต้องมีการประเมินความเสี่ยงอย่างละเอียดเพื่อให้มั่นใจว่าการลงทุนจะไม่ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้การประเมินความเสี่ยงเป็นประจำจะทำให้แผนลดความเสี่ยงได้ผลดีขึ้นด้วย ดูตารางที่ 1 แสดงตัวอย่างกิจกรรมลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติสำหรับภาคธุรกิจ

ตารางที่ 1 ตัวอย่างกิจกรรมทางธุรกิจเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ

มาตรการป้องกันและลดผลกระทบจากภัยพิบัติ
กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างโรงงานและสิ่งอำนวยความสะดวกต้องได้มาตรฐานการก่อสร้าง และอาจสร้างโครงสร้างป้องกันน้ำท่วมรอบนิคมอุตสาหกรรม แต่โครงสร้างป้องกันน้ำท่วมอาจทำให้ระดับน้ำภายนอกนิคมสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อชุมชนที่อยู่ใกล้เคียง จึงต้องมีการหารือกับชุมชนใกล้เคียงเพื่อหาวิธีที่ให้ประโยชน์กับทุกฝ่าย
กิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน การใช้เทคนิคการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเมื่อเกิดภัยพิบัติ อาจช่วยลดการใช้ไฟฟ้า มลพิษและการปนเปื้อนได้

การติดตั้งระบบจัดการน้ำเสียและระบบป้องกันไฟไหม้ และระบบป้องกันสารเคมีรั่วซึม

การกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยและรักษามาตรฐานดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านมาตรฐานเสมอ

กาารวมการประเมินความเสี่ยงจากภัยพิบัติเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)

มาตรการเตรียมความพร้อม
การปรับตัว การจัดเตรียมวัตถุดิบสำรอง หรือตั้งพันธมิตรที่ผลิตสินค้าคล้ายๆ กันเพื่อจัดส่งสินค้าไปยังลูกค้าได้ทันตามเวลา หากสมาชิกในพันธมิตรหยุดการผลิตเนื่องจากภัยพิบัติ
การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ การสร้างคลังสินค้าและศูนย์การกระจายสินค้าในหลายๆ พื้นที่

การพัฒนาแผนตอบสนองเหตุฉุกเฉินและการซ้อมรับมือเหตุฉุกเฉินภายในคลังสินค้าและศูนย์การกระจายสินค้าตามกำหนด

การเตรียมแผนสำรองสำหรับการขนส่งสินค้า

การวางแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจในสถานการณ์ไม่ปกติ

 

ตัวอย่างที่ 1: การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ SCG

บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG ได้ดำเนินการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2543 เนื่องจากมีการประท้วง เป้าหมายของการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจคือเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติและเสริมสร้างความเชื่อมั่นในการตอบสนองต่อวิกฤตการณ์ ทั้งนี้ตามแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ พนักงานที่ได้รับมอบหมายจะต้องติดตามและประเมินสถานการณ์และวางแผนรับมือ ในช่วงที่เกิดน้ำท่วมในปีพ.ศ. 2554 ทีมบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจของ SCG ได้จัดตั้งสำนักงานเคลื่อนที่เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ขณะเดียวกันก็ได้วางแผนช่วยพนักงานบรรเทาผลกระทบจากน้ำท่วม (DDMP, 2557)

การเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติของบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด, แหล่งภาพ: Cheechern, Hathaipat, 2014 (พ.ศ. 2557) และ บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)
การเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติของบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด, แหล่งภาพ: Cheechern, Hathaipat, 2014 (พ.ศ. 2557) และ บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)

 

ตัวอย่างที่ 2 ถังกักเก็บน้ำฝนในห้างสรรพสินค้า (ตัวอย่างจากต่างประเทศ)

ห้างสรรพสินค้า‘SM City Masinag’ ในฟิลิปปินส์ ตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงเกิดน้ำท่วมสูง จึงได้ออกแบบถึงเก็บน้ำเพื่อกักเก็บน้ำฝนจากหลังคาของอาคารและระบบระบายน้ำเมื่อเกิดพายุไต้ฝุ่น เพื่อป้องกันความเสียหาย ถังเก็บน้ำความจุ 150,000 ลูกบาศก์เมตรสามารถป้องกันน้ำท่วมได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร นอกจากนี้ยังสามารถลดค่าใช้จ่ายในการใช้น้ำในสภาพการทำงานปกติด้วย (DDMP, 2557)

นอกจากนี้ภาคส่วนอื่นๆ เช่น โครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา สาธารณสุขและที่อยู่อาศัย ยังสามารถดำเนินมาตรการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติได้เช่นกัน ผู้ที่สนใจสามารถอ่านเพิ่มข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการป้องกันและลดผลกระทบจากภัยพิบัติ ได้จากแนวปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ (Disaster Risk Reduction Guideline)

 

แหล่งข้อมูล:

 

Categories: Adaptation,Disaster Resilience

Tags:

Menu Title