การย่อยขยะอาหารเป็นปุ๋ยหมักอินทรีย์

Language : English

การหมักปุ๋ยธรรมชาติด้วยเศษอาหารในครัวเรือน; แหล่งภาพ: http://www.diyhealthremedy.com/8-top-tips-to-reduce-food-wastage/
การหมักปุ๋ยธรรมชาติด้วยเศษอาหารในครัวเรือน; แหล่งภาพ: http://www.diyhealthremedy.com/8-top-tips-to-reduce-food-wastage/

ผลไม้ ผัก ผลิตภัณฑ์จากนม ธัญพืช ขนมปัง กระดาษเช็ดปากไม่ฟอกสี ที่กรองกากกาแฟ เปลือกไข่ เนื้อสัตว์ และหนังสือพิมพ์สามารถย่อยทำปุ๋ยหมักได้ถ้ามันสามารถถูกกิน หรือปลูกในไร่หรือสวนได้ ของที่ไม่สามารถย่อยทำปุ๋ยหมักได้เช่น พลาสติก จารบี แก้ว และโลหะ รวมถึงเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารที่เป็นพลาสติก บรรจุภัณฑ์เครื่องปรุงอาหารที่เป็นพลาสติก ห่อพลาสติก ถุงพลาสติก ฟอยล์ เครื่องเงิน หลอด ขวด โฟม หรือสารเคมี พวกวัตถุจำพวกเนื้อแดง กระดูก หรือเศษกระดาษปริมาณน้อยสามารถใช้ได้แต่ใช้เวลาในการย่อยสลายนาน และใช้เนื้อแดงกรณีที่ทำปุ๋ยหมักในสภาพที่มีการควบคุมที่ดีเพื่อป้องกันพยาธิ แมลงศัตรู และแมลงอื่นที่จะมาช่วยย่อยเศษเนื้อเหล่านี้

เศษอาหารมีคุณสมบัติโดดเด่นในการเป็นวัตถุดิบทำปุ๋ยหมักเพราะมีค่าความชื้นสูงและมีโครงสร้างไม่ซับซ้อน ซึ่งสำคัญในการผสมขยะอาหารสดกับสารเพิ่มปริมาณ เพื่อให้สารดังกล่าวซึมซับความชื้นส่วนเกินและเป็นการเพิ่มโครงสร้างให้กับสารเพิ่มปริมาณด้วยอัตราส่วนของคาร์บอนต่อไนโตรเจน (C:N) เช่นเศษขี้เลื่อยหรือของเสียจากคอกปศุสัตว์ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี ขยะอาหารมีแนวโน้มที่จะเกิดปัญหากลิ่นเหม็น โดยหลักๆ จากแอมโมเนียและน้ำชะขยะปริมาณมาก ดังนั้นวิธีการป้องกันที่ดีที่สุดคือการวนอากาศในกองขยะเพื่อคงสภาพการมีออกซิเจนและความชื้น น้ำชะขยะสามารถลดได้โดยการให้อากาศและการให้สารเพิ่มปริมาณที่มีคาร์บอนสูงอย่างเพียงพอ แต่มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะกลิ่นหรือนำขยะขยะหลงเหลืออยู่บ้าง ซึ่งสามารถนำน้ำชะขยะกลับไปใส่ในกองปุ๋ยหมักใหม่ได้

 

ประโยชน์ของปุ๋ยหมักต่อสิ่งแวดล้อมและการเกษตร

ทางด้านสิ่งแวดล้อม

  • การอนุรักษ์น้ำและดิน
  • การอนุรักษ์น้ำและดิน
  • ลดปัญหากลิ่นในพื้นที่เกษตรกรรม
  • ลดการผลิตก๊าซมีเทนและน้ำชะขยะในการฝังกลบโดยการเปลี่ยนรูปสารอินทรีย์จากพื้นที่ฝังกลบเป็นปุ๋ยหมัก
  • ป้องกันการชะหน้าดินและสนามหญ้าบนถนน เลียบภูเขา สนามเด็กเล่น หรือสนามกอล์ฟ
  • ลดความต้องการใช้ยาฆ่าแมลงหรือปุ๋ย
  • ดักจับโลหะหนักและป้องกันการปนเปื้อนกับแหล่งน้ำ ถูกพืชดูดซึม หรือสะสมในร่างกายมนุษย์
  • เป็นการใช้วัสดุที่ไม่ต้องการจากฟาร์มเพื่อผสมกับมูลสัตว์และใช้เป็นปุ๋ย
  • เป็นการอำนวยความสะดวกต่อการปลูกป่า ฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ และฟื้นฟูแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า โดยการพัฒนาดินในพื้นที่ปนเปื้อนมีลักษณะหนาแน่นและมีขนาดเล็ก
  • ปุ๋ยหมักจากมูลสัตว์ให้น้ำหนักที่น้อยกว่าถึง 1 ใน 4 ของมูลสัตว์ต่อตัน
  • เป็นตัวบัฟเฟอร์ความเป็นกรดด่างของดิน
  • เป็นแหล่งของอินทรียวัตถุที่เสถียรในระยะยาว

ด้านเกษตรกรรม

  • เป็นการเพิ่มมวลอินทรีย์ ฮิวมัส และความสามารถในการแลกเปลี่ยนประจุบวกเพื่อฟื้นฟูสภาพดิน
  • เป็นการลดการเกิดโรคพืชบางชนิด พยาธิ และฆ่าเมล็ดวัชพืช
  • เพิ่มผลิตผลและขนาดในพืชผลบางชนิด
  • เพิ่มความยาวและปริมาณของรากในพืชผลบางชนิด
  • เพิ่มสารอาหารและความสามารถในการอุ้มน้ำในดินทราย และความแทรกซึมน้ำของดินเหนียว
  • ลดการใช้ปุ๋ย
  • ฟื้นฟูโครงสร้างดินหลังปริมาณของจุลชีพในดินลดลงจากการใช้ปุ๋ยเคมี เพราะปุ๋ยหมักมีคุณสมบัติคือเป็นหัวเชื้อในดิน
  • เพิ่มปริมาณประชากรไส้เดือนดิน
  • ทำให้การปล่อยสารอาหารในดินช้าลงและลดการสูญเสียจากการปนเปื้อนของดิน
  • ลดความต้องการใช้น้ำและชลประทาน
  • เพิ่มโอกาสในการหารายได้เสริมโดยการขายปุ๋ยหมักในราคาที่ดีและมีคุณภาพ
  • ขยายตลาดของมูลสัตว์ที่ไม่เคยมีมาก่อน
  • เพิ่มมูลค่าให้พืชผลจากวิธีเกษตรอินทรีย์
  • ลดการเกิดปัญหากลิ่นจากพื้นที่เกษตรกรรม

 

แหล่งข้อมูล:

 

Categories: Sustainable Living,Waste

Tags:

Menu Title