การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้านการจัดหาพลังงานในประเทศไทย

Language : English

ประเทศไทยได้พัฒนาการวางแผนด้านพลังงานระยะยาวในแผนพัฒนากําลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ปี 2558 ซึ่งบูรณาการแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกปีพ.ศ. 2558-2579 และแผนอนุรักษ์พลังงานปีพ.ศ. 2558-2579 และกำหนดเป้าหมายบนหลักการ 3 ประการ ได้แก่

  • มั่นคง – ระบบไฟฟ้าต้องมีความมั่นคงเพื่อตอบสนองความต้องการใช้กระแสไฟฟ้าซึ่งหลีกเลี่ยงการพึ่งพาการผลิตก๊าซธรรมชาติมากเกินไป
  • ประหยัด – ค่าไฟฟ้าต้องสะท้อนต้นทุนในการผลิตพลังงานและส่งเสริมการใช้กระแสไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ
  • เป็นมิตรต่อระบบนิเวศ – ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนและการใช้พลังงานอย่างชาญฉลาดเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหน่วยไฟฟ้า

แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกปีพ.ศ. 2558-2579 มุ่งเน้นการใช้พลังงานจากของเสีย ชีวมวล ก๊าซชีวภาพเป็นหลัก โดยคาดการณ์ว่าจะมีการใช้พลังงานทดแทนร้อยละ 8-12 ของการใช้พลังงานทั้งหมดในปี 2579 นอกจากนี้ ปัจจุบันยังมีการดำเนินแผนโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะคู่ขนานไปกับโครงการนำร่องด้านสาธารณูปโภคไฟฟ้า อาทิ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่ทั้งสองโครงการยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น

GHG emission reduction in Thailand
แผนพัฒนากําลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ปี 2558: มั่นคง ประหยัด และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, แหล่งภาพ: ERM-Siam Co., Ltd.

พลังงานทางเลือกในประเทศไทย (Alternative Energy in Thailand)

กระทรวงพลังงานได้วางกรอบแผนบูรณาการพลังงานแห่งชาติโดยให้ความสำคัญ 3 ด้านประกอบด้วย ด้านความมั่นคงทางพลังงาน ด้านเศรษฐกิจ และด้านสิ่งแวดล้อม ในด้านสิ่งแวดล้อมจะให้ความสำคัญในการเพิ่มสัดส่วนการผลิตพลังงานหมุนเวียนภายในประเทศ และการผลิตพลังงานโดยเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูงเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

สถานภาพการพัฒนาพลังงานทดแทนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมากจากนโยบายส่งเสริมการผลิตและการใช้พลังงานทดแทน ไม่ว่าจะเป็นในรูปพลังงานไฟฟ้า พลังงานความรอน และพลังเชื้อเพลิงชีวภาพ ในปี 2557 ประเทศไทยมีการใช้พลังงานทดแทนทั้งสิ้นประมาณ 9 ล้านตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ (กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน, 2015) ตารางที่ 1 แสดงผลการดำเนินงานด้านพลังงานทดแทนในรูปของพลังงานไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปี 2557

ตารางที่ 1 การดำเนินงานด้านพลังงานทดแทนในรูปของพลังงานไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปี 2557

พลังงานทดแทน หน่วย ผลการดำเนินงาน
    2555 2556 2557
แสงอาทิตย์ เมกะวัตต์ 376.72 823.46 1,298.51
พลังงานลม 111.73 222.71 224.47
พลังงาน้ำขนาดเล็ก 101.75 108.80 142.01
ชีวมวล 1,959.95 2,320.78 2,451.82
ก๊าซชีวภาพ 193.40 265.23 311.50
ขยะชุมชน 42.72 47.48 65.72

กระทรวงพลังงานมีนโยบายในการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนตั้งแต่ปี 2532 โดยให้ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็กที่ผลิตพลังงานไฟฟ้าและความร้อนร่วม (Cogeneration) จากกากหรือเศษวัสดุเหลือใช้จากการเกษตรขายไฟฟ้าที่ผลิตได้เข้าระบบสายส่งของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) วิธีนี้จะช่วยส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพและแบ่งเบาภาระการลงทุนในระบบการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าของภาครัฐ

หลังจากนั้นก็ได้มีการขยายผลสู่การรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากที่ใช้พลังงานหมุนเวียนประเภทอื่นๆ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ ก๊าซชีวภาพ ขยะ พลังน้ำ พลังงานลม ทั้งนี้ เป็นการสร้างโอกาสให้กับพื้นที่ห่างไกลให้มีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้า ลดความสูญเสียในระบบไฟฟ้า และลดต้นทุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่เพื่อจำหน่ายไฟฟ้า โดยทางภาครัฐได้ออกมาตรการสนับสนุนผ่านมาตรการส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าเพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน รูปที่ 2 แสดงระบบการรับส่งไฟฟ้าจากผู้ผลิตสู่ระบบสายส่งของการไฟฟ้า

รูปที่ 2 ระบบการรับส่งไฟฟ้าจากผู้ผลิตสู่ระบบสายส่งของการไฟฟ้า แหล่งภาพ: http://www.wind-solarcell.com/index.php?module=product&op=detail&id=107
รูปที่ 2 ระบบการรับส่งไฟฟ้าจากผู้ผลิตสู่ระบบสายส่งของการไฟฟ้า
แหล่งภาพ: http://www.wind-solarcell.com/index.php?module=product&op=detail&id=107

อีกหนึ่งพลังงานทางเลือกที่มีความโดดเด่นเมื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับพลังงานทดแทนประเภทอื่นๆ คือ เชื้อเพลิงชีวภาพ กระทรวงพลังงานได้ดำเนินการส่งเสริมเชื้อเพลิงชีวภาพอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่ปีพ.ศ. 2547 ไม่ว่าจะเป็นการอนุญาตให้มีการตั้งโรงงานผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ การเพิ่มสถานีบริการจำหน่ายเชื้อเพลิงชีวภาพ และการสร้างความเชื่อมั่นต่อเชื้อเพลิงชีวภาพ การใช้เชื้อเพลิงชีวภาพได้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในปี 2551 เนื่องมาจากการเพิ่มสูงขึ้นของราคาน้ำมันดิบ ความต้องการเชื้อเพลิงชีวภาพเพิ่มมากขึ้นเพื่อนำมาทดแทนและลดการนำเข้าน้ำมันดิบ การใช้ไบโอเอทานอลเพิ่มขึ้นจาก 0.71 ล้านลิตรต่อวันเป็น 1.29 ล้านลิตรต่อวัน และการใช้ไบโอดีเซลเพิ่มขึ้นจาก 0.80 ล้านลิตรต่อวันเป็น 1.40 ล้านลิตรต่อวัน

ในปีพ.ศ. 2554 ปริมาณการใช้ไบโอดีเซลเพิ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อกระทรวงพลังงานได้เพิ่มสัดส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลที่อัตราส่วนร้อยละ 3-5 และในปี 2557 ได้เพิ่มอัตราผสมเพิ่มขึ้นอีกเป็นร้อยละ 7 ซึ่งในปีนั้นประเทศไทยมีโรงงานผลิตไบโอดีเซลเพิ่มเป็น 10 แห่ง กำลังการผลิตรวม 4.96 ล้านลิตรต่อวัน สำหรับเอทานอลมีสัดส่วนการใช้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในปี 2556 เนื่องจากการประกาศยกเลิกการใช้น้ำมันเบนซินออกเทน 91 อีกทั้งสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกมีแนวโน้มสูงขึ้น ทำให้ประชาชนหันมาใช้แก๊สโซฮอล์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การใช้เอทานอลเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ในปี 2557 มีโรงงานผลิตเอทานอลเพิ่มเป็น 22 แห่ง กำลังการผลิตรวม 5.31 ล้านลิตรต่อวันและมีการใช้เอทานอลรวม 1,185.50 ล้านลิตร

 

แหล่งข้อมูล:

Categories: Energy Supply,Mitigation,Mitigation Application

Tags:

Menu Title