การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทย

Language : English

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้จัดตั้งโครงการส่งเสริมการลงทุนด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนด้วยเงินทุนหมุนเวียน (ESCO Revolving Fund) เพื่อส่งเสริมภาคเอกชนให้ลงทุนในโครงการที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและพลังงานทดแทน โดยอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าของโครงการต่างๆ และนักลงทุนในการหาสินเชื่อโครงการ การให้บริการของโครงการนี้ ได้แก่ การลงทุนในตราสารทุน การให้เช่าอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการอำนวยความสะดวกให้กับโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

 

ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 (ปีพ.ศ. 2555-2558) หน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรมในการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศตามที่ระบุไว้ในแผนยุทธศาสตร์ของกระทรวงอุตสาหกรรม (ปีพ.ศ. 2558-2564) คือ การเพิ่มขีดความสามารถในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อเสริมสร้างสถานะของประเทศไทยในประชาคมโลก

 

ทั้งนี้ รัฐบาลไทยได้เริ่มใช้นโยบายการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในปีพ.ศ. 2556 นโยบายดังกล่าวเกี่ยวกับการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน การเติบโตทางเศรษฐกิจแบบมีส่วนร่วม การสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมให้ดำเนินโครงการอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและกระบวนการภายในที่มีประสิทธิภาพ ริเริ่มแนวคิดนิเวศอุตสาหกรรมและนโยบายการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศในประเทศไทย บริษัทเอกชนในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด ในจังหวัดระยองเป็นกลุ่มแรกที่นำนโยบายโรงงานเชิงนิเวศ

 

การใช้หลัก 3Rs กับของเสียในโรงงาน (3Rs for Industrial Waste Management)

3Rs คือหลักการจัดการของเสียโดยให้ความสำคัญกับการลดการเกิดของเสีย (Reduce) การนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) การแปรรูปมาใช้ใหม่ (Recycle) การจัดการของเสียให้ได้ผลต้องใช้หลายวิธีในการดำเนินการตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงลักษณะสมบัติของของเสีย การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและพลังงาน และการปกป้องรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม แนวคิดการจัดระดับชั้นบริหารจัดการของเสีย (Waste Management Hierarchy) ได้ถูกนำมาใช้เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการของเสียอย่างยั่งยืน รูปที่ 1 แสดงให้เห็นถึงการจัดระดับชั้นบริหารการจัดการของเสียโดยจะให้ความสำคัญกับการลดการเกิดของเสียที่แหล่งกำเนิดมากที่สุด (Waste Prevention/minimization) ตามด้วยการนำของเสียหรือวัสดุมาใช้ซ้ำ (Reuse) การแปรรูปกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) ก่อนที่จะนำส่วนที่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกมาผ่านการบำบัด (Treatment) ก่อนที่จะนำไปกำจัดทิ้ง (Disposal) ซึ่งหลักการนี้มีความคล้ายคลึงกับหลักการ 3Rs

5.3.5.2 3Rs TH
รูปที่ 1 การจัดระดับชั้นบริหารการจัดการของเสีย, แหล่งข้อมูล: http://203.155.220.174/modules.php?name=News&file=article&sid=112

 

โรงงานอุตสาหกรรมที่มีการจัดการของเสียตามหลัก 3Rs ควรมีการดำเนินการดังนี้

  • มีการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานทั้งในส่วนของการผลิตและกิจกรรมสนับสนุนอื่นๆ เพื่อลดการเกิดของเสียให้เหลือน้อยที่สุด
  • ควรมีการจัดการของเสียแต่ละประเภทที่เกิดขึ้นตามศักยภาพการใช้ประโยชน์ของเสียเหล่านั้น เพื่อลดปริมาณของเสียสู่หลุมฝังกลบ
  • มีการจัดการของเสียตามที่กฎหมายกำหนด ตั้งแต่การจัดเก็บของเสีย การยำไปใช้ประโยชน์ การบำบัดและการกำจัดภายนอกโรงงาน

ปัจจุบันมีการนำแนวคิดการทำเคโนโลยีสะอาด (Clean Technology: CT) และระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (Environmental Management System: EMS) เข้ากับแนวคิดเรื่อง 3Rs ในการจัดการของเสียให้มประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความตระหนก ความมุ่งมั่น และการสนับสนุนของผู้บริหารเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ตัวอย่างการใช้หลัก 3Rs ในการจัดการของเสียในอุตสาหกรรมต่างๆ

กลุ่มอุตสาหกรรม การจัดการตามหลัก 3Rs
อุตสาหกรรมสุรา
  • Reduce
  • ลดการสูญเสียน้ำสับปะรดที่จะนำไปหมักสุรา โดยทำถาดรองนำกลับมาใช้
  • ลดขยะจากถุงโซดาไฟที่จะใช้ล้างขวดเก่า โดยเลือกใช้โซดาไฟแบบน้ำ (สารละลาย) ที่บรรจุถังแทนโซดาไฟแบบเกล็ด
  • ลดการใช้สารเคมีและวัสดุสิ้นเปลืองในห้องปฏิบัติการ (Lab) โดยเลือกใช้/ปรับวิธีการวิเคราะห์ (Analytical method) ที่ใช้สารเคมีน้อยลง และปรับวิธีปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการให้ใช้วัสดุสิ้นเปลืองน้อยลงและลดการสูญเสียสารเคมี เช่น การตัดแบ่งกระดาษลิตมัสเท่าที่พอใช้ เป็นต้น
  • Reuse
  • ใช้ขวดเก่าในการบรรจุสุรา
  • เวียนใช้ซ้ำน้ำโซดาไฟในการล้างขวด และเลือกใช้กาวติดฉลากชนิดที่ล้างออกได้ง่าย เพื่อควบคุมปริมาณการใช้โซดาไฟไม่เกิน 2% รวมทั้งนำตะกอนกระดาษเข้าเครื่องรีดน้ำ เพื่อนำน้ำโซดาไฟกลับมาใช้ใหม่ และลดปริมาณกากตะกอนกระดาษที่ต้องนำไปกำจัด
  • เวียนใช้น้ำหล่อเย็นถังหมัก และนำน้ำอ่อนที่เหลือใช้มาใช้ในหอหล่อเย็น (Cooling tower) เพื่อลดการใช้น้ำดิบนำไส้ลังและสายรัดพลาสติกเก่ามาใช้ซ้ำ
  • นำน้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดแล้วมาใช้ในพื้นที่สีเขียวและใช้ซ้อมดับเพลิง
  • Recycle
  • นำน้ำกากส่าเข้าระบบก๊าซชีวภาพ (Biogas) และนำก๊าซมีเทนที่ได้ มาใช้เป็นเชื้อเพลิงในหม้อไอน้ำทดแทนน้ำมันเตา
  • นำกากตะกอนจากระบบก๊าซชีวภาพ (Biogas) เศษฉลากกระดาษจากการล้างขวด เศษใบไม้จากพื้นที่สีเขียว เศษอาหาร เถ้าจากหม้อไอน้ำ และตะกอนจากการเคี่ยวคาราเมลมาทำปุ๋ย และให้เกษตรกรไปใช้เป็นสารปรับปรุงดิน
  • นำกากสับปะรดและกากจากการล้างสับปะรดไปใช้เป็นอาหารสัตว์
  • นำน้ำสับปะรดที่เหลือซึ่งไม่สามารถนำไปหมักสุราได้ มาใช้ปรับ pH ในระบบบำบัดน้ำเสีย
  • นำถังไม้โอ๊คเก่าและเศษไม้พาเลทมาใช้ประโยชน์อื่นๆ เช่น ทำเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้ กระถางต้นไม้และอุปกรณ์ตกแต่งอื่นๆ
อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
  • Reduce
  • ออกแบบผลิตภัณฑ์ด้วยแนวคิด “Green product” ผลิตภัณฑ์มีขนาดเล็กลงและใช้ทรัพยากรน้อยลง รวมทั้งควบคุมประสิทธิภาพการผลิต (% yield) ให้ได้สูงสุดและเกิดของเสียน้อยที่สุด เช่น ใช้ Lead frame ให้คุ้มค่าที่สุด ลดการใช้กาวเงิน (Silver paste) เป็นต้น
  • ลดการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิต เช่น ลดการใช้อะซีโตนในการล้างชิ้นอุปกรณ์
Reuse
  • เลือกใช้กล่องกระดาษแทนกล่องไม้ในการบรรจุผลิตภัณฑ์ ทำให้สามารถเวียนใช้ซ้ำกล่องอีกหลายครั้ง เป็นการลดการใช้บรรจุภัณฑ์ ลดน้ำหนักในการขนส่ง ลดพื้นที่ในการจัดเก็บกล่องบรรจุภัณฑ์
  • นำสารดูดความชื้น (Silica gel) เก่า มาใช้ดูดความชื้นในตู้ไฟ
  • Recycle
  • แยกสารเคมีประเภทกรด-ด่างจากกระบวนการผลิต แล้วนำไปใช้ปรับสภาพ pH ในระบบบำบัดน้ำเสีย และใช้เป็นสารตั้งต้นในระบบบำบัดน้ำเสียโดยวิธีเคมี (Chemical precipitation) เช่น โซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) จากกระบวนการกัดผิว (Etching)
  • ส่งตัวทำละลายใช้แล้วไปรีไซเคิล และนำกลับมาใช้ใหม่
  • นำเศษอาหารมาทำปุ๋ย/น้ำหมักชีวภาพ เพื่อใช้ในห้องน้ำ
อุตสาหกรรมปิโตรเคมี
  • Reduce
  • ปรับกระบวนการผลิต (Tune up) ให้เหมาะสมเพื่อทำให้เกิดของเสียในปริมาณที่ลดลง เช่น Yellow oil และ Spent caustic
  • แยก Oily waste และโพลิเมอร์ที่เกิดขึ้นเองระหว่างกระบวนการผลิต ออกจากกันเพื่อลดปริมาณของเสียที่ต้องกำจัด
  • Reuse
  • แยก Spent caustic จากกระบวนการผลิต และนำกลับไปใช้ในกระบวนการผลิต
  • นำน้ำทิ้งที่ผ่านการบำบัดแล้ว (บางส่วน) กลับมาผ่านระบบ Reverse osmosis (RO) และนำกลับมาใช้ในหอหล่อเย็น (Cooling tower)
  • Recycle
  • นำเศษอาหารจากโรงอาหารและสำนักงานมาทำน้ำหมักชีวภาพใช้ในโรงงาน
อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์
  • Reduce
  • ลดการใช้ถ่านหินสำหรับเตาปูนซีเมนต์ โดยการใช้เชื้อเพลิงทดแทน
  • Reuse
  • นำน้ำมันหล่อลื่นเก่ากลับมาใช้ใหม่ในส่วนอื่น เช่น นำมาใช้หล่อลื่นข้อโซ่
  • นำตัวทำละลายใช้แล้วมาตกตะกอนสิ่งปนเปื้อนและนำส่วนใสด้านบนกลับมาใช้ใหม่
  • นำถังบรรจุน้ำมันกลับมาใช้ซ้ำ
  • Recycle
  • ใช้เศษอิฐเก่าจากการรื้อเปลี่ยนเตาเผานำเข้าเตาเผาเพื่อเป็นวัตถุดิบทดแทนในการผลิตปูนซีเมนต์
  • นำของเสียประเภทหินปูนเกรดต่ำ (Low grade limestone) เศษอิฐทนไฟและฝุ่นผงปูน ไปใช้เป็นวัตถุดิบทดแทน
  • นำของเสียประเภทน้ำมันใช้แล้ว เศษผ้าปนเปื้อนน้ำมัน ถุง Bag filter ไปใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทน (Alternative Fuel)

(แหล่งข้อมูล: สำนักบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม, 2012)

 

 

5.1.3.4 Industrial
นโยบายการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, ดัดแปลงโดย: ERM-Siam Co., Ltd.

 

แหล่งข้อมูล:

Categories: Industry,Mitigation,Mitigation Application

Tags:

Menu Title