อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น

Language : English

อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น ส่งผลต่อภัยธรรมชาติในรูปแบบต่างๆ
อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้น ส่งผลต่อภัยธรรมชาติในรูปแบบต่างๆ

โลกของเรามีอุณหภูมิที่สูงขึ้นจากการวัดความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิบนพื้นผิวของผืนดินและมหาสมุทร หน่วยงาน  Climatic Research Unit และ National Oceanic and Atmospheric Administration ได้เก็บข้อมูลสถิตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตั้งแต่ปี พ.ศ. 2431 – 2558 โลกมีอุณหภูมิเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ 1 องศาเซลเซียส (NASA) อันเป็นผลพวงจากปรากฏการณ์เอลนิโน่ (El Niño) และกิจกรรมของมนุษย์

ในช่วงปีพ.ศ. 2554 – 2558 โลกของเรามาถึงช่วงจุดที่ร้อนที่สุดที่เคยได้ทำการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์มวลมนุษชาติ ซึ่งเป็นผลพวงมาจากระดับของก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศที่สูงทะลุสถิติในซีกโลกเหนือของช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม 2558 สามารถวัดความเข้มข้นเฉลี่ยของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 400 ส่วนต่อล้านส่วน (part per million: ppm) ในชั้นบรรยากาศเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้ปี 2558 เป็นปีที่ร้อนที่สุดเท่าที่เคยบันทึกมา จากการวัดอุณหภูมิบนพื้นผิวมหาสมุทรที่มีค่าสูงที่สุดตั้งแต่เริ่มบันทึกมา และอุณหภูมิที่สูงขึ้นนี้ก็คงจะเป็น “ข่าวร้าย” สำหรับโลกของเราจากนี้เป็นต้นไป (WMO)

ความเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลกในช่วงปี ค.ศ. 1888 – 2015 (พ.ศ. 2431 – 2558)

ดัชนีอุณหภูมิพื้นดินและมหาสมุทรโลก
อุณหภูมิพื้นดินและมหาสมุทรโลกที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

กราฟสีเขียวแสดงอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกรายปีซึ่งมีความผันผวนมากกว่ากราฟสีส้มที่แสดงอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกราย 5 ปี จะเห็นว่า อุณหภูมิของโลกมีแนวโน้มที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งอุณหภูมิที่สูงขึ้นนี้ ส่งผลกระทบต่อมวลมนุษยชาติโดยตรง (เชื่อมไปยัง: ผลกระทบและความเสี่ยงในอนาคต)

อุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้นจากในปีค.ศ 1884, 1950, 2000 และ 2015

3.1.1 Global temperature risemap4แสดงอุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้นจากในปีค.ศ. 1884 และ 1950 แสดงพื้นที่สีฟ้าซึ่งบ่งชี้ถึงอุณหภูมิในระดับต่ำ และในปีค.ศ. 2000 และ 2015 โลกของเรามีพื้นที่สีแดงมากขึ้นซึ่งบ่งชี้ถึงอุณหภูมิที่สูงขึ้น

 

แหล่งข้อมูล:

  • http://climate.nasa.gov/vital-signs/global-temperature/

Categories: Climate Change,Observed Changes

Tags:

Menu Title