ความมั่นคงทางอาหารและระบบการผลิต

Language : English

 

01globalwarmingfix.adapt.1190.1

 

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบหลักต่อปริมาณอาหารในหลายภูมิภาคทั่วโลก ระบบการผลิตอาหารถูกคุกคามผ่านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในรูปแบบของดินเค็ม ภัยแล้ง และอัคคีภัย นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อระบบการผลิตทางประมงทั้งในน้ำจืดและในมหาสมุทร ซึ่งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้กระทบต่อการขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำและการจับปลาในทะเลเป็นอย่างมาก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่เพียงแต่เพิ่มอัตราการขยายพันธุ์ของแมลงศัตรูพืชและโรคภัยต่างๆ แต่ยังกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร (Food security) การเข้าถึงอาหาร (Food access) การใช้ประโยชน์ (Utilization) และความเสถียรของราคา (Price stability)

หากไม่มีการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเลย อุณหภูมิเฉลี่ยอาจสูงขึ้นประมาณ 1 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม (pre-industrial) ซึ้งจพส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลผลิตทางการเกษตร (ธัญพืช, ข้าว และข้าวโพด) ในภูมิภาคเขตร้อน (Tropical regions) และภูมิภาคที่อยู่ระหว่างเขตหนาวและเขตอบอุ่น (Temperate regions) ในขณะที่การคาดการณ์ความต้องการทางอาหารเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 14 ต่อทศวรรษจนถึงปี พ.ศ. 2593 ในระหว่างปี พ.ศ. 2573-2582 มีการคาดการณ์ว่าผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะทำให้ผลิตทางการเกษตรเฉลี่ยลดลงร้อยละ 0 -2 ต่อทศวรรษไปเรื่อยๆจนสิ้นศตวรรษนี้ และหลังปี พ.ศ. 2593 ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะทวีความรุนแรงและมีความถี่มากขึ้น

การรักษาเสถียรภาพทางอาหารในเงื่อนไขของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศดูเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ซึ่งทำให้เกิดการติดขัดหรือการลดลงของปริมาณอาหารที่ผลิตได้ทั่วโลกและในท้องถิ่น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของสภาพภูมิอากาศ รูปแบบใหม่ของการแพร่พพันธุ์แมลงและเชื้อโรค

ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ส่งออกข้าวและผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ที่สุดของโลกซึ่งร้อยละ 40 ของประชากรทั้งหมดประกอบอาชีพเกษตรกร การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ส่งผลกระทบต่อการเกิดภัยแล้งและน้ำท่วมที่รุนแรงมากขึ้น ทำให้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารและระบบการผลิตอาหารตามไปด้วย

 

แหล่งข้อมูล:

 

Categories: Climate Change,Future Risks & Impacts

Tags:

Menu Title