ความตกลงปารีส (COP21)

Language : English

By Source (WP:NFCC#4), Fair use, https://en.wikipedia.org/w/index.php?curid=48736102

ที่ประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ครั้งที่ 21 หรือ COP 21 ได้บรรลุความตกลงที่สำคัญที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2558 โดยความตกลงดังกล่าวได้กำหนดแนวปฏิบัติพื้นฐานใหม่สำหรับการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และยุติความแตกต่างระหว่างประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งเป็นตัวกำหนดความพยายามในการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก่อนหน้านี้ แล้วแทนที่ความแตกต่างดังกล่าวด้วยกรอบความร่วมมือที่มอบหมายให้ทุกประเทศเพิ่มความพยายามอย่างสุดความสามารถและเสริมความแข็งแกร่งให้กับประเทศเหล่านั้น ในช่วงหลายปีข้างหน้า ข้อกำหนดในความตกลงนี้ยังรวมถึงการกำหนดให้ประเทศภาคีทุกประเทศรายงานเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการดำเนินความพยายามในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างสม่ำเสมอและให้ประเทศอื่นๆ ดำเนินการตรวจสอบ นี้ ความตกลงและการตัดสินใจร่วมกันของประเทศภาคีคือผลสำคัญของการประชุมครั้งนี้

By Presidencia de la República Mexicana - https://www.flickr.com/photos/presidenciamx/22802505643/, CC BY 2.0, https://commons.wikimedia.org/w/index.php?curid=45354666
By Presidencia de la República Mexicana – https://www.flickr.com/photos/presidenciamx/22802505643/, CC BY 2.0, https://commons.wikimedia.org/w/index.php?curid=45354666

ความตกลงปารีสและการตัดสินใจของที่ประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีสาระสำคัญดังนี้

  • ยืนยันเป้าหมายการควบคุมอุณหภูมิโลกให้สูงขึ้นต่ำกว่า 2 องศาสเซลเซียส ขณะที่เพิ่มความพยายามในการควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกให้อยู่ที่5 องศาเซลเซียส
  • ทำข้อตกลงที่มีผลผูกพันทางกฎหมายโดยประเทศภาคีทุกประเทศเพื่อทำแผนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่เรียกว่า Nationally Determined Contributions (NDCs) และเพื่อดำเนินมาตรการในประเทศที่มีจุดประสงค์เพื่อทำตามข้อตกลงดังกล่าวให้สำเร็จ
  • ตกลงให้ทุกประเทศต้องส่งรายงานเกี่ยวกับปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและความคืบหน้าในการปฏิบัติตามแผนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (NDCs) อย่างสม่ำเสมอ และให้ประเทศอื่นๆ ดำเนินการตรวจสอบ
  • ตกลงให้ทุกประเทศต้องส่งแผนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (NDCs) ฉบับใหม่ทุกๆ 5 ปี โดยคาดหมายว่าจะต้องมีความคืบหน้าจากแผนฉบับก่อนๆ
  • ยืนยันพันธกรณีที่มีผลผูกพันทางกฎหมานของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วภายใต้ UNFCCC เพื่อสนับสนุนความพยายามของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา และส่งเสริมการดำเนินการโดยสมัครใจของประเทศกำลังพัฒนาเป็นครั้งแรกด้วย
  • ขยายเป้าระดมเงินสนับสนุนซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ถึงปี 2563 ให้เป็นปี 2568 และจะกำหนดเป้าหมายใหม่ที่มากกว่าเดิมสำหรับช่วงหลังปี 2568
  • ขยายกลไกเพื่อจัดการความสูญเสียและความเสียหายที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะไม่เกี่ยวข้อง  ความรับผิดชอบหรือการชดเชยใดๆ
  • ขยายกลไกเพื่อแก้ไขปัญหาความสูญเสียและเสียหายที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะไม่เกี่ยวข้องกับความรับผิดสำหรับความเสียหายหรือการชดเชยใดๆ
  • กำหนดให้ประะเทศภาคีต้องเข้าร่วมการซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อป้องกันการนับซ้ำ

เรียกร้องให้มีกลไกใหม่ที่คล้ายกับกลไกการพัฒนาที่สะอาดภายใต้พิธีสารเกียวโต ซึ่งจะทำให้การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน 1

บริบทของประเทศไทย

ประเทศไทยได้เข้าร่วมการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 21 (COP21) ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในเดือนธันวาคม 2558 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวหลังการประชุมว่า ประเทศไทยได้นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทย มุ่งเน้นเรืองการเติบโตอย่างยั่งยืนบนพื้นฐานของความพอดี ความมีเหตุผลและการมีภูมิคุ้มกันตัวเอง ทั้งนี้ประเทศไทยได้นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้เป็นหนึ่งในนโยบายหลักเป็นเวลาหลายปีแล้ว โดยมีจุดประสงค์เพื่อเอาชนะความท้าทายจากทั้งภายในและนอกประเทศ

นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุม COP 21 ณ กรุงปารีส Soucre by: http://www.thaiembassy.fr
นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุม COP 21 ณ กรุงปารัส ประเทศฝรั่งเศส
แหล่งภาพ: http://www.thaiembassy.fr

 

ประเทศไทยให้คำมั่นว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 20-25 ภายในปี 2573 ตามเป้าหมาย และจัดโครงการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมหลายครั้ง โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับการทิ้งขยะและการฟื้นฟูสภาพป่าในภูมิภาคอาเซียน ทั้งยังส่งเสริมให้ประชาชนให้รถอีโคคาร์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและรถไฟฟ้า และมีแผนลดมลพิษจากหมอกควันด้วย

ประเทศไทยตั้งใจลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 20 จากระดับการปล่อยในสภาวะเศรษฐกิจปกติที่คาดไว้ภายในปี 2573 และอาจเพิ่มเป็นร้อยละ 25 หากสามารถเข้าถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและการขนส่ง ทรัพยากรด้านการเงินและความช่วยเหลือในการสร้างขีดความสามารถได้อย่างเพียงพอและดีขึ้น โดยอาศัยข้อตกลงภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC)

นอกจากนี้ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยังได้จัดทำแผนและยุทธศาสตร์เพื่อรับมือกับปัญหาโลกร้อน ได้แก่ยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2551-2555

ในยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2551-2555 ประเทศไทยตัั้งเป้าหมายจะเป็นสังคมที่มั่นคงและทนทานต่อความเสี่ยงจากภูมิอากาศและให้ความร่วมมือกับประชาคมโลกในการแก้ไขปัญหาโลกร้อนบนพื้นฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืน

 

แหล่งข้อมูล:

  • UNFCCC (https://unfccc.int/paris_agreement/items/9485.php)
  • กรมประชาสัมพันธ์ ประเทศไทย และ แผนสนับสนุนในระดับประเทศอย่างมุ่งมั่น (INDC)

Categories: Climate Change,Climate Change Policies,Global Policies

Tags: ,

Menu Title