Browsing: Adaptation

ขยะอาหารต่างๆ เช่น อาหารเหลือทิ้ง สามารถปดปล่อยก๊าซมีเทนได้ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีศักยภาพค่อนข้างสูง การทำปุ๋ยหมักคือการเปิดให้เศษอาหารเหล่านี้เจอกับก๊าซออกซิเจนซึ่งเป็นการป้องกันการเกิดก๊าซมีเทนและยังเป็นการสร้างผลิตภัณฑ์พลอยได้ที่มีประโยชน์ละอุดมด้วยสารอาหารซึ่งสามารถนำไปใช้ในกองปุ๋ยได้ ปัจจุบันหน่วยงานรัฐหลายแห่งมีการแจกจ่ายถังสำหรับทำปุ๋ยหมักหรือเสนอการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าในการเลี้ยงไส้เดือน นอกจากนี้กองทำปุ๋ยหมักสามารถทำได้โดยมีราคาไม่แพงอีกด้วย แหล่งข้อมูล: http://www.greeninnovation.co.uk/composting.html

ถ่าน  เป็นวัสดุที่คล้ายถ่าน Charcoal สร้างโดยการให้ความร้อนชีวมวลภายใต้สภาพที่ไม่มีอากาศหรือมีปริมาณออกซิเจนน้อย โดยวัสดุนี้ใช้ในการดักและจัดเก็บคาร์บอนได้ เพราะถ่านเป็นของแข็งที่มีความเสถียรและอุดมไปด้วยคาร์บอน ดังนั้นมันจึงสามารถใช้ในการกักคาร์บอนไว้ในดินได้ Biochar ยังสามารถใช้ในการปรับปรุงสภาพดินได้ด้วย โรงงานจัดการสิ่งปฏิกูลในประเทศเยอรมันใช้ความร้อนเพื่อผลิตถ่าน Biochar ซึ่งกระบวนการดังกล่าวประสบความสำเร็จอย่างมากเพราะโรงงานดังกล่าวมีสถานะเป็นคาร์บอนสุทธิติดลบและสามารถกักเก็บคาร์บอนได้แทนที่จะปล่อยไปหมุนเวียนในบรรยากาศ แหล่งภาพ: http://www.greeninnovation.co.uk/new/900/15/biochar.html- 6 June 16 http://www.biochar.org/joomla/index.php?option=com_joomgallery&func=detail&id=34&Itemid=33

รัฐบริติชโคลัมเบียในประเทศแคนาดาเป็นแหล่งอุปทานที่สำคัญของลูกปรายจากเศษไม้ที่มีคุณภาพสูงซึ่งผลิตจากผลิตภัณฑ์พลอยได้จากอุตสาหกรรมป่าไม้ที่จัดการอย่างยั่งยืน ลูกปรายจากเศษไม้ผลิตจากการอัดเส้นไยของเศษไม้ด้วยแรงดันซึ่งเศษไม้ดังกล่าวได้มาจากไม้ซุงที่โค่นเพราะโดนแมลงศัตรูพืชหรือเป็นเศษไม้จากโรงงานผลิตไม้ การผลิตลูกปรายเศษไม้ดังกล่าวเป็นการขจัดความต้องการด้านข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการเผาเศษไม้และลดความเสี่ยงของการแพร่กระจายของแมลงศัตรูพืชด้วย แหล่งข้อมูล: http://www.naturallywood.com/forest-products-species/product-types/biomass-wood-pellets

มหาวิทยาลัย MIT ได้ออกแบบต้นแบบของแบตเตอร์รี่เหลวที่สามารถสร้างประจุสะสมโดยอาศัยแรงโน้มถ่วงของโลกที่สามารถปรับอัตราการสร้างประจุได้โดยการปรับองศาการเอียงของแบตเตอร์รี่ดังกล่าวได้ ในการใช้ประโยชน์จากแรงโน้มถ่วงของโลก นักวิจัยจากสถาบัน MIT ได้ออกแบบแบตเตอร์รี่เหลวที่ทำหน้าที่เหมือนนาฬิกาทราย ซึ่งแบตเตอร์รี่อาศัยแรงโน้มถ่วงนี้ถือว่าเป็นนวัตกรรมในเรื่องของความเรียบง่ายและมีค่าใช้จ่ายที่ถูกและนักวิทยาศาสตร์ยังเชื่อว่าสามารถใช้ประโยชน์จากแนวคิดนี้ในการสร้างระบบการจัดเก็บไฟฟ้าของเครือข่ายแจกจ่ายไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพได้ แม้ว่านี่จะเป็นแค่ช่วงของการพิสูจน์แนวคิด แต่ทีมนักวิจัยมั่นใจว่าสามารถสร้างตัวต้นแบบที่สามารถทำงานได้จริง แบตเตอรี่เหลวชนิดนี้พัฒนาครั้งแรกในช่วงปี 2513 อิเล็กตรอนระจุบวกและประจุลบเก็บในรูปของเหลวและแยกโดยใช้เมมเบรน ซึ่งในอดีตการเพิ่มการจัดเก็บประจุต้องใช้แท็งก์ขนาดใหญ่เพื่อเก็บสารละลายข้นของอนุภาคที่มีประจุอยู่ การเพิ่มขนาดของระบบดังกล่าวจำเป็นต้องใช้ระบบปั๊ม ลิ้น และแท็งก์ที่มีความซับซ้อน ซึ่งมีราคาแพงและประสิทธิภาพการทำงานลดลง รูปแบบระบบใหม่ที่คิดค้นขึ้นโดยสถาบัน MIT เป็นการแทนที่ความซับซ้อนด้วยความเรียบง่ายของระบบปั๊มที่สามารถสร้างพลังงานโดยอาศัยแรงโน้มถ่วงของโลกที่สามารถปรับอัตราการสร้างประจุได้โดยการปรับองศาการเอียงของแบตเตอร์รี่ดังกล่าว การออกแบบนี้เป็นการรวมส่วนประกอบของแบตเตอร์รี่เหลวและแห้งเข้าด้วยกัน แนวคิดนี้เป็นการออกแบบที่อยู่ระหว่างกลางของแบตเตอร์รี่เหลวและแห้งและมีส่วนประกอบที่ไม่ซับซ้อนและมีความเป็นไปได้ที่สามารถผลิตด้วยเครื่องสามมิติได้ แหล่งข้อมูล: http://inhabitat.com/mits-new-liquid-battery-charges-with-gravity-like-an-hourglass/ - 6 June 16

ระบบพลังงานคลื่น เป็นการใช้พลังงานกลจากคลื่นทะเลเพื่อหมุนใบพัดที่ติดตั้งใต้น้ำซึ่งคล้ายกับการใช้กระแสลมหมุนกังหัน วิธีการนี้มีการนำไปใช้มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเป็นวิธีการที่ราคาถูกและมีผลกระทบต่อธรรมชาติน้อยกว่าวิธีการสร้างเขื่อนกั้นน้ำ “กังหันน้ำ” เหล่านี้มีคุณสมบัติเหมือนกังหันลมในสมัยปัจจุบันละทำหน้าที่ได้เหมือนกันเพียงแต่ทำงานอยู่ใต้น้ำ ซึ่งใบพัดจะหมุนโดยอาศัยคลื่นทะเลแทนที่จะใช้ลมในการหมุน ซึ่งลักษณะของใบพัดจะมีสั้นและแข็งแรงกว่าเพื่อให้ทนทานต่อแรงกดดันที่เกิดจากคลื่นทะเลได้ และทิศทางของกังหันสามารถปรับได้อัตโนมัติเพื่อให้เกิดการผลิตกระแสไฟฟ้าได้มีประสิทธิภาพที่สุด เทคโนโลยีนี้ทำงานได้ดีที่สุดในบริเวณที่คลื่นมีขาดใหญ่เช่น ชายฝั่งของประเทศนอร์เวย์และชายฝั่งของประเทศอังกฤษเพราะเป็นบริเวณที่มีคลื่นลูกใหญ่เกิดขึ้น ซึ่งนี่เป็นบริเวณที่มีการทำงานวิจัยและมีการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ตลอดเวลา แต่อย่างไรก็ตาม“กังหันน้ำ”เหล่านี้จะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 1 เมกกะวัตต์ที่ต้นทุนการผลิตประมาณ 1.8-3.2 บาทต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง Source: http://www.tidalenergy.eu/tidal_stream_systems.html

ดิน ฟ้าอากาศ กลายเป็นผู้กำหนดให้เกษตรกร ชาวประมงผู้พึงพาสภาพอากาศจะต้องผันตัวเองมาเป็นผู้สังเกตการณ์อากาศเพื่อให้เกิดการเตรียมพร้อมกับสภาพอากาศที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปในอนาคตหากเกษตรกร ชาวประมงไม่ปรับตัวตามสภาพอากาศที่ปรวนแปรได้นั่นก็อาจจะนำไปสู่การล่มสลายของกระบวนการทำเกษตรกรรมหรือการทำประมงแบบดั้งเดิม เมื่อฤดูกาลเปลี่ยนแปลงไปและสภาพอากาศที่ยากจะคาดเดาเริ่มส่งผลกระทบต่อชุมชนเกษตรในท้องถิ่นในอดีตที่ผ่านมาชาวนาจะสังเกตปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เช่น มดอพยพ เพื่อดูว่า ฝนจะมาตอนไหนหากมดเริ่มขนไข่ ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมเป็นการบ่งชี้ว่าฤดูกาลเริ่มเปลี่ยนจากหน้าร้อนแล้งเข้าสู่หน้าฝนและภายในสามวันหลังมดขนไข่ ฝนก็จะตกและชาวนาจะเริ่มเตรียมดินไถนาปลูกข้าว เหตุการณ์มดดำขนไข่ย้ายรังขึ้นสู่ที่สูง ฝูงมดดำจำนวนมาก ช่วยกันขนไข่ตัวอ่อนสีขาวจากรังเดิมที่สร้างอยู่บนพื้นดิน ขึ้นสู่ที่สูงเป็นปรากฏการณ์ที่คนโบราณได้บอกกล่าวเล่าขานสืบทอดกันมาว่า จะเกิดฝนตกหนักอาจจะมีน้ำท่วมในพื้นที่ “มดขนไข่” เป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านที่สืบทอดกันมา โดยคนเฒ่าคนแก่ได้บอกเล่าให้ลูกหลานฟังต่อ ๆ กันว่า ถ้าเห็นมดขนไข่กันเป็นแถวเป็นแนวขึ้นสู่ที่สูงจำนวนมาก ๆ แบบนี้ ให้เตรียมป้องกันตัวเองเพราะฝนกำลังจะตกหนัก หนักมาก ฟ้าจะคะนองเป็นเหตุในการเตือนภัยสำหรับชาวบ้านสมัยโบราณหากบ้านไหนยกพื้นต่ำต้องขนของขึ้นให้พ้น หรือหากคนใดจำเป็นต้องออกไปทำธุระนอกบ้านก็จะได้ถือร่มและอุปกรณ์กันฝนติดตัวไปด้วย จึงถือว่า “มดขนไข่”เป็นสิ่งบอกเหตุได้อย่างหนึ่ง แต่หากวิเคราะห์ตามหลักทางวิทยาศาสตร์แล้วสาเหตุที่มดรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดฝนตกหนักนั้นก็เป็นเพราะมดเป็นสัตว์ที่มีโสตประสาทในการรับความรู้สึกได้ดีมันสามารถใช้หนวดเพื่อรับรู้ความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโดยเฉพาะเรื่องความชื้นในอากาศซึ่งคนอาจบ่นเรื่องอากาศร้อนเกินไปหรือเย็นเกินไปแต่มดจะวิเคราะห์ต่อไปถึงความชื้นและเริ่มเตรียมการหลบภัยเพราะถ้ามดไม่สามารถดูแลตัวเองหรือครอบครัวก็จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเป็นวงกว้างถูกน้ำท่วมรังและตายหมดยกรังเลยทีเดียว ซึ่งภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิธีสังเกตการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศสามารถกระทำได้หลายวิธี ดังนี้ ในเวลากลางวัน ถ้ามีเมฆจำนวนมาก ท้องฟ้ามีแสงสีแดง ลมสงบ ผิวน้ำทะเลไม่มีระลอกคลื่น เป็นสัญญาณเตือนว่า กำลังจะมีพายุ ลมแรงและจะมีฝนตกหนักมาก ในเวลากลางคืน ถ้ามองไม่เห็นดวงดาว ท้องฟ้ามีแสงสีแดง ลมสงบ เป็นสัญญาณเตือนว่า ภายในคืนนี้จะมีพายุลมแรงและจะมีฝนตกหนักมาก ในเวลากลางวันในฤดูร้อน ถ้าอากาศร้อนอบอ้าวติดต่อกัน 2 วัน พอเช้าวันที่ 3 มีเมฆมากตามแนวขอบฟ้า ลมสงบ ก้อนเมฆใหญ่ขึ้นสูงขึ้น เรื่อยๆ เป็นสัญญาณเตือนว่า ตอนเย็นจนถึงใกล้ค่ำจะมีพายุฤดูร้อน จะมีฝนฟ้าคะนองรุนแรง มีฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าฝ่าลม กระโชกแรง…
Menu Title