Browsing: Global Navigators

กองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF) ถูกก่อตั้งขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดของโลก (Earth Summit) ที่นครริโอ เดอ จาเนโร ในปี 2535 โดยมีจุดประสงค์เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม นับตั้งแต่ก่อตั้งได้ให้เงินช่วยเหลือจำนวน 14,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และระดมเงิน 75,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับโครงการต่างๆ เกือบ 4,000 โครงการ นอกจากนี้กองทุนสิ่งแวดล้อมโลกยังเป็นพันธมิตรกับประเทศต่างๆ สถาบันระหว่างประเทศ องค์กรประชาสังคม และภาคเอกชน 183 แห่งในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมโลกด้วย กองทุนสิ่งแวดล้อมโลกทำหน้าที่เป็นกลไกทางการเงินให้กับอนุสัญญาเหล่านี้ อนุสัญญาว่าด้วยความหลากลายทางชีวภาพ (CBD) อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) อนุสัญญาสตอกโฮล์มว่าด้วยสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน (POPs) อนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย (UNCCD) อนุสัญญามินามาตะว่าด้วยการจัดการสารปรอท กองทุนสิ่งแวดล้อมโลก ถึงแม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับพิธีสาร ถึงแม้ว่ากองทุนสิ่งแวดล้อมโลกจะไม่ได้เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการกับพิธีสารมอนทรีออลว่าด้วยสารทำลายชั้นบรรยากาศโอโซน (MP) แต่ก็สนับสนุนการปฏิบัติตามพิธีสารฉบับดังกล่าวในหลายประเทศที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.thegef.org/gef/whatisgef

โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) เป็นหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลกที่สำคัญ ทำหน้าที่กำหนดวาระด้านสิ่งแวดล้อมทั่วโลก ส่งเสริมการพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนภายในระบบของสหประชาชาติและทำหน้าที่ผู้สนับสนุนสิ่งแวดล้อมโลกที่มีอำนาจ UNEP มีหน้าที่หลัก 3 อย่าง ได้แก่ 1) ประเมินสภาพและแนวโน้มของสิ่งแวดล้อมในระดับชาติและระดับภูมิภาค 2) พัฒนาเอกสารด้านสิ่งแวดล้อมระดับชาติและระหว่างประเทศ 3) เสริมสร้างสถาบันต่างๆ เพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างชาญฉลาด แหล่งข้อมูล: http://www.unep.org/climatechange/ http://www.unep.org/pdf/UNEP_CC_STRATEGY_web.pdf

โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ทำหน้าที่ช่วยประเทศต่างๆ แก้ไขปัญหาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และยังคงเป็นองค์กรด้านการปรับตัวและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่ใหญ่ที่สุดในระบบของสหประชาชาติ นอกจากนี้ UNDP ยังให้การสนับสนุนประเทศต่างๆ ในการเปลี่ยนแปลงไปสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับต่ำและลดโลกร้อนอย่างยั่งยืน รวมถึงช่วยเตรียมความพร้อมและสร้างความเข้มแข็งในการรับมือกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และดำเนินการตามแผนพัฒนาสังคมคาร์บอนต่ำซึ่งมีจุดประสงค์ลดการใช้พลังงานและเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดด้วย UNDP ให้ความร่วมมือในการจัดการเจรจาระดับโลกหลายครั้ง ซึ่งรวมถึงการเจรจาภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) และให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคสำหรับกลไกเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยเหตุนี้ UNDP ได้ช่วยให้กว่า 140 ประเทศเข้าถึงและก่อตั้งความริเริ่มเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้สำเร็จ และที่ผ่านมา UNDP รับผิดชอบเรื่องปัญหาโลกร้อน การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสนับสนุนการเจรจานโยบายสำหรับโลกร้อน การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ UNDP ส่งเสริมการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยบูรณาการข้อมูลความเสี่ยงจากโลกร้อนและทางเลือกในการปรับตัวเข้าด้วยกันให้กลายเป็นกระบวนการวางแผนระดับประเทศหรือต่ำกว่าระดับประเทศและงบประมาณ ทั้งยังส่งเสริมและดำเนินการลงทุนแบบบูรณาการเพื่อปกป้องการดำรงชีพและการพัฒนาจากผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ปัจจุบัน UNDP กำลังให้ความช่วยเหลือด้านการจัดการความเสี่ยงแก่ประเทศต่างๆ กว่า 100 ประเทศ ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนให้ประเทศด้อยพัฒนา 50 ประเทศในแอฟริกาและเอเชีย และประเทศกําลังพัฒนาที่เป็นเกาะขนาดเล็กกว่า 20 ประเทศทั่วโลก ดำเนินการขั้นพื้นฐานเพื่อค้นหาความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และหาทางลด จัดการและถ่ายโอนความเสี่ยงดังกล่าว จนถึงขณะนี้ประชาชนและชุมชนที่เสี่ยงได้รับผลกระทบกว่า 2 ล้านแห่งได้รับประโยชน์โดยตรงจากความริเริ่มที่ UNDP เป็นผู้ให้การสนับสนุน ในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ปัจจุบัน UNDP กำลังพัฒนาหรือดำเนินโครงการเกี่ยวกับการใช้พลังงานอย่างยั่งยืนราว 170 โครงการ และกำลังสร้างผลงานโดยการให้เงินช่วยเหลือราว 585 ล้านดอลลาร์สหรัฐและให้กู้ร่วมเกือบ 4,670 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งในผลงานดังกล่าวรวมถึงการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงบริการพลังงานสะอาดและราคาไม่แพง และส่งเสริมชุมชนเมืองที่มั่นคงและทนทานต่อความเสี่ยงจากภูมิอากาศและโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง…

คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) เป็องค์กรระหว่างประเทศชั้นนำที่ทำหน้าที่ประเมินการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก่อตั้งขึ้นโดยโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) และองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ในปี 2531 โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ทั่วโลกได้รับความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและแนวโน้มผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคม และได้รับการอนุมัติจากสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในปีเดียวกันนั้น IPCC มีหน้าที่ตรวจสอบและประเมินข้อมูลใหม่ๆ ทางวิทยาศาสตร์ เทคนิคและเศรษฐกิจและสังคมที่ได้มาจากทั่วโลกและเป็นข้อมูลที่จะช่วยให้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ดีขึ้น แต่ไม่ได้ทำการวิจัยและไม่ได้มีหน้าที่ติดตามข้อมูลหรือตัวแปรที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ เนื่องจาก IPCC เป็นองค์กรระหว่างรัฐบาล ประเทศสมาชิกของสหประชาชาติ (UN) และองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ทุกประเทศจึงสามารถเข้าร่วมเป็นสมาชิกได้ ปัจจุบัน IPCC มีสมาชิก 195 ประเทศ หลายประเทศเข้าร่วมกระบวนการตรวจสอบและเข้าร่วมการประชุมใหญ่ โดยระหว่างการประชุมจะมีการตัดสินใจเกี่ยวกับแผนงานของ IPCC และรับทราบรายงาน รวมถึงรับรองและอนุมัติรายงานเหล่านั้น นอกจากนี้ยังมีการเลือกตั้งประธานและตำแหน่งต่างๆ ของสมาชิก IPCC ระหว่างการประชุมด้วย นอกจากนี้ IPCC ยังให้ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์แก่ผู้มีอำนาจตัดสินใจ และรัฐบาลของแต่ละประเทศสามารถให้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์แก่เจ้าหน้าที่ได้โดยการรับรองรายงานของ IPCC ดังนั้นการทำงานของ IPCC จึงเกี่ยวข้องกับนโยบาย แต่ไม่ได้เป็นผู้ไปกำหนดนโยบาย แหล่งข้อมูล: http://ipcc.ch/news_and_events/docs/factsheets/FS_what_ipcc.pdf

มาตรา 6 ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการส่งเสริมการศึกษา การฝึกอบรม และการรณรงค์ให้ประชาชนเกิดความตระหนักเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มาตรา 6 กำหนดกิจกรรมสำคัญ 6 ด้าน ที่  UNFCCC ชี้ว่ามีความจำเป็นสำหรับการเชื่อมโยงสังคมทุกระดับเข้ากับกระบวนการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งผลการดำเนินงานที่ประเทศภาคีจำเป็นต้องรายงานและควรเป็นผลการดำเนินงานที่ส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้แก่การแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระดับประเทศ ระดับอนุภูมิภาคและระดับภูมิภาค ได้แก่ โครงการด้านการศึกษาที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่ 1 และช่วงชั้นที่ 2 การรณรงค์ให้ประชาชนเกิดความตระหนัก การให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง การมีส่วนร่วมของประชาชน การฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญ และการเพิ่มความร่วมมือระหว่างประเทศ แหล่งข้อมูล: United Nations. (n.d.). Doha work programme on Article 6 of the. Retrieved from http://unfccc.int/resource/docs/2012/sbi/eng/l47.pdf

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัญหาซับซ้อนที่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตบนโลกของเราในทุกๆ ด้าน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในปีพ.ศ. 2553 รัฐบาลหลายประเทศเห็นตรงกันว่าจำเป็นต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อให้อุณหภูมิของโลกเพิ่มขึ้นต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส และเพื่อให้เห็นภาพรวมของการแก้ไขปัญหาโลกร้อนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น จะเริ่มต้นด้วยการเล่าความเป็นมาคร่าวๆ และเหตุการณ์สำคัญของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ในเรื่องข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพอากาศ ในปีพ.ศ. 2535 หลายประเทศได้ร่วมลงนามรับรองอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เป็นผลมาจากการที่โลกร้อนขึ้น และเพื่อจัดการกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในปีพ.ศ. 2538 หลายประเทศตระหนักว่าข้อกำหนดลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังไม่เพียงพอ จึงได้เจรจาหารือกันอีกหลายครั้งโดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ทั่วโลกเพิ่มการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปีพ.ศ. 2540 ก็ได้จัดทำพิธีสารเกียวโตขึ้น พิธีสารเกียวโต กำหนดให้ประเทศพัฒนาแล้วลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเป็นข้อผูกพันทางกฎหมาย ระยะเวลาผูกมัดพิธีสารเกียวโตช่วงแรกเริ่มขึ้นในปีพ.ศ. 2551 และสิ้นสุดในปีพ.ศ. 2555 ช่วงที่ 2 เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2556 และจะสิ้นสุดลงในปีพ.ศ. 2563 ปัจจุบันอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) มีภาคีสมาชิก 195 ประเทศ ส่วนพิธีสารเกียวโตมีภาคีสมาชิก 192 ประเทศ พิธีสารเกียวโตมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2548 และนับแต่นั้นมาประเทศภาคีก็ได้เจรจาหารือกันมาเรื่อยๆ และได้ปรับปรุงแก้ไขพิธีสารเกียวโตเพื่อบรรลุเป้าหมายที่สูงขึ้นให้ได้ภายในปี 2573 ลำดับเหตุการณ์การเจรจา ดาวน์โหลด: ลำดับเหตุการณ์เจรจา UNFCCC แหล่งข้อมูล: https://unfccc.int/essential_background/items/6031.php http://www.scribd.com/doc/280184753/History-of-the-UNFCCC-Negotiations?mc_cid=59aa560ee3&mc_eid=3a3280bfbe…
Menu Title