Browsing: Global Policies

นโยบายเกี่ยวกับไฟป่า เครือข่าย Global Wildland Fire จะนำไปสู่ การพัฒนาหลักการหรือมาตรฐานสากลในด้านการบริหารจัดการไฟป่า การพัฒนาข้อเสนอแนะเกี่ยวกับข้อตกลงระดับโลกและข้อตกลงระดับภูมิภาคด้านความร่วมมือในการบริหารจัดการไฟป่าข้ามพรมแดน การสนับสนุนผลักดันการแลกเปลี่ยนความรู้และทรัพยากรเพื่อการพัฒนาศักยภาพด้านการบริหารจัดการไฟป่า ตลอดจนการสร้างความร่วมมือในการตอบสนองต่อเหตุไฟป่าฉุกเฉิน การมีส่วนร่วมในการพัฒนานโยบายระหว่างประเทศที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก รวมไปถึงด้านอัคคีภัย เป้าหมายในอนาคตและการมีส่วนร่วมหลัง HFA 2015 (II) จะนำไปสู่ การปฏิรูปสถาบันและการปรับโครงสร้างการกำกับดูแลด้านการบริหารจัดการอัคคีภัย การกระตุ้นให้เกิดการจัดหาเงินทุนระหว่างประเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการอัคคีภัย โดยเป็นปัจจัยหนึ่งในการส่งเสริมการปกป้องสิ่งแวดล้อมและการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ การสร้างผลกระทบที่เกิดจากความสัมพันธ์ของการใช้พื้นที่หรือการใช้ไฟ การเกิดไฟป่า และสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อพื้นที่ชุ่มน้ำธรรมชาติและที่ถูกรบกวนโดยมนุษย์ (พรุพิต หล่ม บึง) ไฟป่าในพื้นที่สูง และสังคม (สุขภาพและความมั่นคง) การสร้างศูนย์กลางในภูมิภาคเพื่อความเป็นเลิศด้านอัคคีภัยสำหรับการปฏิบัติงานที่เชื่อมประสานระหว่างวิทยาศาสตร์ การจัดการ และนโยบาย แหล่งข้อมูล: http://www.preventionweb.net/files/globalplatform/519f703aa7dffThe_Global_Fire_Monitoring_Center_and_the_Global_W._Fire_Network.pdf http://www.fire.uni-freiburg.de/course/meeting/2015/meet2015_02.htm แผนกลยุทธ์ความหลากหลายทางชีวภาพ   ในการประชุม decision X/2 ระหว่างวันที่ 18 ถึง 29 ตุลาคม 2553 ที่จัดขึ้นเป็นสมัยที่สิบของการประชุมภาคี ที่เมืองนาโกย่า จังหวัดไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ได้นำไปสู่การลงมติยอมรับแผนกลยุทธ์ด้านความหลากหลายทางชีวภาพฉบับปรับปรุงสำหรับปี 2554-2563 ที่ครอบคลุมเป้าหมายด้านความหลากหลายทางชีวภาพของจังหวัดไอจิ โดยแผนกลยุทธ์ได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพไม่เพียงเฉพาะสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงด้านความหลากหลายทางชีวภาพ แต่รวมไปถึงสำหรับระบบขององค์การสหประชาชาติทั้งหมดและพันธมิตรที่มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการความหลากหลายทางชีวภาพและการพัฒนานโยบาย ลดอัตราการสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ รวมถึงป่าไม้ ให้เหลือครึ่งหนึ่งหรือลดอัตราการสูญเสียลงจนเกือบเป็นศูนย์ถ้าเป็นไปได้ ตั้งเป้าหมายการอนุรักษ์ร้อยละ 17 ของพื้นที่แหล่งน้ำบนบกและในแผ่นดิน และร้อยละ 10 ของพื้นที่ทะเลและชายฝั่ง…

ที่ประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ครั้งที่ 21 หรือ COP 21 ได้บรรลุความตกลงที่สำคัญที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2558 โดยความตกลงดังกล่าวได้กำหนดแนวปฏิบัติพื้นฐานใหม่สำหรับการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และยุติความแตกต่างระหว่างประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งเป็นตัวกำหนดความพยายามในการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศก่อนหน้านี้ แล้วแทนที่ความแตกต่างดังกล่าวด้วยกรอบความร่วมมือที่มอบหมายให้ทุกประเทศเพิ่มความพยายามอย่างสุดความสามารถและเสริมความแข็งแกร่งให้กับประเทศเหล่านั้น ในช่วงหลายปีข้างหน้า ข้อกำหนดในความตกลงนี้ยังรวมถึงการกำหนดให้ประเทศภาคีทุกประเทศรายงานเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการดำเนินความพยายามในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างสม่ำเสมอและให้ประเทศอื่นๆ ดำเนินการตรวจสอบ นี้ ความตกลงและการตัดสินใจร่วมกันของประเทศภาคีคือผลสำคัญของการประชุมครั้งนี้ ความตกลงปารีสและการตัดสินใจของที่ประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มีสาระสำคัญดังนี้ ยืนยันเป้าหมายการควบคุมอุณหภูมิโลกให้สูงขึ้นต่ำกว่า 2 องศาสเซลเซียส ขณะที่เพิ่มความพยายามในการควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกให้อยู่ที่5 องศาเซลเซียส ทำข้อตกลงที่มีผลผูกพันทางกฎหมายโดยประเทศภาคีทุกประเทศเพื่อทำแผนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่เรียกว่า Nationally Determined Contributions (NDCs) และเพื่อดำเนินมาตรการในประเทศที่มีจุดประสงค์เพื่อทำตามข้อตกลงดังกล่าวให้สำเร็จ ตกลงให้ทุกประเทศต้องส่งรายงานเกี่ยวกับปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและความคืบหน้าในการปฏิบัติตามแผนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (NDCs) อย่างสม่ำเสมอ และให้ประเทศอื่นๆ ดำเนินการตรวจสอบ ตกลงให้ทุกประเทศต้องส่งแผนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (NDCs) ฉบับใหม่ทุกๆ 5 ปี โดยคาดหมายว่าจะต้องมีความคืบหน้าจากแผนฉบับก่อนๆ ยืนยันพันธกรณีที่มีผลผูกพันทางกฎหมานของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วภายใต้ UNFCCC เพื่อสนับสนุนความพยายามของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา และส่งเสริมการดำเนินการโดยสมัครใจของประเทศกำลังพัฒนาเป็นครั้งแรกด้วย ขยายเป้าระดมเงินสนับสนุนซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ถึงปี 2563 ให้เป็นปี 2568 และจะกำหนดเป้าหมายใหม่ที่มากกว่าเดิมสำหรับช่วงหลังปี 2568 ขยายกลไกเพื่อจัดการความสูญเสียและความเสียหายที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะไม่เกี่ยวข้อง  ความรับผิดชอบหรือการชดเชยใดๆ ขยายกลไกเพื่อแก้ไขปัญหาความสูญเสียและเสียหายที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะไม่เกี่ยวข้องกับความรับผิดสำหรับความเสียหายหรือการชดเชยใดๆ…

พิธีสารเกียวโตเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศที่เชื่อมโยงกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งกำหนดให้ประเทศภาคีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมายโดยมีผลผูกพันตามกฎหมาย เนื่องจากประเทศพัฒนาแล้วเป็นสาเหตุสำคัญของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณสูงสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งเป็นผลมาจากการทำอุตสาหกรรมกว่า 150 ปี พิธีสารเกียวโตจึงได้เพิ่มเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้กับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ภายใต้หลักการ “ความรับผิดชอบร่วมกันในระดับที่แตกต่างกัน” พิธีสารเกียวโตได้รับการลงนามรับรองที่เมืองเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2540 และมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2548 ส่วนความตกลงมาร์ราเกชหรือรายละเอียดข้อบังคับในการปฏิบัติตามพิธีสารเกียวโตได้รับการลงนามรับรองในที่ประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 7 (COP7) ที่เมืองมาร์ราเกช ประเทศโมรอกโก ในปี 2544 ระยะผูกพันช่วงแรกเริ่มขึ้นในปี 2551 และสิ้นสุดลงในปี 2555 ข้อตกลงแก้ไขพิธีสารเกียวโตได้รับการลงนามรับรองที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2555  สาระสำคัญของข้อตกลงแก้ไขพิธีสารเกียวโต มีดังนี้ พันธกรณีระยะใหม่ในการลดก๊าซเรือนกระจกสำหรับประเทศภาคีสมาชิกพิธีสารเกียวโตในภาคผนวกที่ 1 หรือกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งยอมรับพันธกรณีในช่วงระยะผูกพันที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556 ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563 รายชื่อก๊าซเรือนกระจกที่ประเทศภาคีต้องส่งรายงานในระยะผูกพันที่ 2 ฉบับแก้ไข แก้ไขหลายมาตราของพิธีสารเกียวโตที่เกี่ยวข้องกับระยะผูกพันช่วงแรกและจำเป็นต้องได้รับการปรับปรุงสำหรับระยะผูกพันช่วงที่ 2 กลไกภายใต้พิธีสารเกียวโต พิธีสารเกียวโตกำหนดให้ประเทศภาคีต้องทำตามเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยการใช้นโยบายระดับประเทศ แต่ก็เสนอวิธีเพิ่มเติมในการบรรลุเป้าหมายด้วยกลไกทางการตลาด 3 อย่าง หรือที่เรียกว่า กลไกภายใต้พิธีสารเกียวโต ได้แก่ กลไกการซื้อขายสิทธิ์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างประเทศ…
Menu Title