Browsing: GHG Emission Sources

สำหรับในประเทศไทย ผลการศึกษาขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) พบว่า ในปี พ.ศ. 2555 ประเทศไทยมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเท่ากับ 227.73 MtCO2-eq. (ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า) โดยพิจารณาจากปริมาณรวมของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับ 350.68 MtCO2-eq. หักลบกับปริมาณที่ดูดกลับ 122.95 MtCO2-eq. จากรูป แสดงปริมาณและสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับประเทศจำแนกรายสาขาในปี พ.ศ. 2555 ซึ่งแบ่งเป็น 4 ภาคหลัก ได้แก่ ภาคพลังงาน ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดเท่ากับ 256.44 MtCO2- หรือคิดเป็นร้อยละ 73.13 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของประเทศ ภาคการเกษตร ป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ที่ดิน ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับ 71 MtCO2-eq. คิดเป็นร้อยละ 15.89 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของประเทศ ภาคกระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับ 33.50 MtCO2- คิดเป็นร้อยละ 9.55 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของประเทศ ภาคการจัดการของเสีย ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเท่ากับ 5.03 MtCO2- หรือเท่ากับร้อยละ 1.43 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของประเทศ นอกจากนี้ ภาคการเกษตร ป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ที่ดิน (Agriculture Forestry and Other Land Use: AFOLU)…

ภาคพลังงานเป็นภาคที่ส่งผลกระทบต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด และโดยทั่วไปแล้ว จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึง ร้อยละ 90 และก๊าซเรือนกระจกอื่นๆ ร้อยละ 75 ของก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดในประเทศที่พัฒนาแล้ว การปล่อยก๊าซเรือกระจกหลัก (Stationary combustion) คิดเป็นร้อยละ 70 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงาน ร้อยละ 50 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหลักนี้มีความเกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโรงผลิตไฟฟ้าและโรงกลั่นน้ำมัน (Power plant and refineries) และร้อยละ 25 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงานเป็นผลพวงจากการเผาไหม้จากกิจกรรมการขนส่ง (การขนส่งบนถนนและการขนส่งอื่นๆ) การใช้พลังงานที่เกี่ยวข้องกับการเผาไหม้เชื้อเพลิงสามารถแบ่งประเภทของกิจกรรมได้ดังนี้ 1) อุตสากรรมพลังงาน 2) โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆและการก่อสร้าง 3) การขนส่ง 4) ภาคอื่นๆ 5) ไม่สามารถระบุได้ ดังรูปด้านล่าง (Garg, Kazunari & Pulles, 2006). แหล่งข้อมูล: Garg, A., & Pulles, T. (2006). Draft 2006 IPCC Guidelines for National Greenhouse Gas Inventories. IPCC. Retrieved from: https://www.ipcc.ch/meetings/session25/doc4a4b/vol2.pdf…

แหล่งก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการจัดการของเสียเกิดจากการทิ้งขยะ การบำบัดขยะเชิงชีวภาพ (biological treatment of solid waste) เตาเผาขยะ และการเผาขยะแบบเปิด และการบำบัดน้ำเสีย ซึ่งระหว่างกระบวนการได้มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก ได้แก่ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ก๊าซมีเทน (CH4) และก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) (Pipatti & Vieira, 2006) ดังรูป แหล่งข้อมูล: Pipatti, R., & Vieira, S. M. (2006). Draft 2006 IPCC Guidelines for National Greenhouse Gas Inventories. Retrieved from https://www.ipcc.ch/meetings/session25/doc4a4b/vol5.pdf

Photo source: pexels.com IPCC (2549) ได้ให้ความหมายกับภาคเกษตร ป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ที่ดิน (AFOLU) ว่าเป็นพื้นที่ที่มีความเกี่ยวข้องและจัดการโดยมนุษย์ซึ่งก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้น การจัดการและใช้ประโยชน์ที่ดินส่งผลกระทบโดยตรงต่อความหลากหลายทางชีวภาพของกระบวนการต่างๆในระบบนิเวศ ซึ่งส่งผลต่อเส้นทางของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่นการสังเคราะห์แสง การหายใจ การสลายตัวทางเคมีหรือทางชีวภาพ (decomposition) วัฏจักรไนโตรเจน (nitrification/denitrification) การย่อยอาหารโดยการหมักในกระเพาะอาหาร (Enteric Fermentation) ของสัตว์เคี้ยวเอื้อง และการเผาไหม้ ทั้งนี้ กระบวนการทางชีวภาพ (ที่เกี่ยวข้องกับจุลินทรีย์ พืชและสัตว์) และทางกายภาพ (ที่เกี่ยวกับการเผาไหม้ การชะล้าง และน้ำไหลบ่า (run-off)) ล้วนเป็นปัจจัยการเปลี่ยนสภาพในก๊าซคาร์บอนและไนโตรเจน ก๊าซเรือนกระจกหลักในภาคเกษตร ป่าไม้ และการใช้ประโยชน์ที่ดิน (AFOLU) ได้แก่ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ก๊าซมีเทน (CH4) และก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ถูกดูดซับผ่านการสังเคราะห์แสงของพืชและถูกปลดปล่อยผ่านการหายใจ การสลายตัวทางเคมีหรือทางชีวภาพ (decomposition)และการเผาไหม้ของอินทรียวัตถุ ซึ่งมีการไหลเวียนระหว่างชั้นบรรยากาศและระบบนิเวศ ก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) เป็นผลพลอยได้ของวัฏจักรไนโตรเจน และการเผาไหม้ของอินทรียวัตถุที่ถูกปล่อยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ ก๊าซมีเทน (CH4) เกิดจากกระบวนการสร้างมีเทนผ่านการหมักหมมในดินและมูลสัตว์ด้วยเงื่อนไขแบบไร้อากาศ (Anaerobic conditions) จากการย่อยอาหารโดยการหมักในกระเพาะอาหาร (Enteric Fermentation) ของสัตว์เคี้ยวเอื้องและจากกระบวนการเผาไหม้ของอินทรียวัตถุ ก๊าซเรือนกระจกประเภทอื่นๆจากภาคเกษตร ป่าไม้…

ภาคกระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ (Industrial Processes and Product Use: IPPU) มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการอุตสาหกรรม การใช้ผลิตภัณฑ์ และจากส่วนที่ไม่ได้ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก โดยทั่วไปแล้ว การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคอุตสาหกรรมมาจากกิจกรรมหลายส่วน โดยเฉพาะกระบวนการอุตสาหกรรมที่วัตถุดิบมีการแปรสภาพทางกายภาพและทางเคมี ส่งผลให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระหว่างกระบวนการผลิต ดังนี้ ก๊าซคาร์บอรไดออกไซด์ (CO2) ก๊าซมีเทน (CH4) ก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) ไฮโดรฟลูโรคาร์บอน (HFCs) และ เพอร์ฟลูโรคาร์บอน (PFCs) ภาคกระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ สามารถแบ่งประเภทแหล่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ดังรูปด้านล่าง แหล่งข้อมูล: Harnisch, J., & Agyeman-Bonsu, W. K. (2006). Draft 2006 IPCC Guidelines for National Greenhouse Gas Inventories V3. Retrieved from https://www.ipcc.ch/meetings/session25/doc4a4b/vol3.pdf

ก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gases) คือ ก๊าซที่เป็นองค์ประกอบของบรรยากาศโลกห่อหุ้มโลกไว้เสมือนเรือนกระจก ก๊าซเหล่านี้มีความจำเป็นต่อการรักษาอุณหภูมิของโลกให้คงที่ ก๊าซเรือนกระจกที่ถูกควบคุมโดยพิธีสารเกียวโต ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอีกอย่างว่าเป็นสนธิสัญญาเกี่ยวกับภูมิอากาศของโลก คือ บันทึกข้อตกลงระหว่างประเทศฉบับเดียวของโลกที่มีเป้าหมายผูกพัน คือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มีเพียง 6 ชนิด โดยจะต้องเป็นก๊าซที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ เท่านั้น ได้แก่ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ก๊าซมีเทน (CH4) ก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) ก๊าซไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (HFC) ก๊าซเพอร์ฟลูออโรคาร์บอน (PFC) และ ก๊าซซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์ (SF6) ทั้งนี้ ยังมีก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ที่สำคัญอีกชนิดหนึ่ง คือ สารซีเอฟซี (CFC หรือ Chlorofluorocarbon) ซึ่งใช้เป็นสารทำความเย็นและใช้ในการผลิตโฟม แต่ไม่ถูกกำหนดในพิธีสารเกียวโต เนื่องจากเป็นสารที่ถูกจำกัดการใช้ในพิธีสารมอนทรีออลแล้ว ข้อสังเกตหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงและฉับพลันในปัจจุบัน เป็นผลพวงจากกิจกรรมหลักของมนุษย์ ข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติระบุว่า ในปี 2557 จำนวนประชากรในเมืองมีการเพิ่มขึ้นมากถึงร้อยละ 54 ของจำนวนประชากรโลกทั้งหมดซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 34 เมื่อเทียบกับในปี 2503 และยังคงมีอัตราที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการขยายตัวของเมือง (Urbanization) เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และทำให้เกิดการใช้พลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นจากการขนส่งที่ยังคงใช้น้ำมันฟอสซิลเป็นหลัก การทำการเกษตรสมัยใหม่ที่ยังคงพึ่งพาสารเคมีและยากำจัดศัตรูพืช การเกิดก๊าซมีเทนจากการหมักหมมของภูเขาขยะ และเศษอาหารจากการทานเหลือและไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกวิธี IPCC ได้จำแนกแหล่งการเกิดก๊าซเรือนกระจกซึ่งมีความเชื่อมโยงระหว่าง กระบวนการ แหล่งที่มา และแหล่งดูดกลับ…
Menu Title