Browsing: Mitigation

กระทรวงพลังงาน วางเกณฑ์มาตรฐานการอนุรักษ์พลังงานบังคับใช้สำหรับอาคารสร้างใหม่หรือดัดแปลง 9 ประเภท ได้แก่ สถานพยาบาล สถานศึกษา สำนักงาน อาคารชุด อาคารชุมนุมคน โรงมหรสพ โรงแรม อาคารสถานบริการ และ อาคารศูนย์การค้าหรือห้างสรรพสินค้า กำหนดใช้ในพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานสอดรับแผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP 2015) ทั้งนี้ การกำหนดเกณฑ์มาตรฐานการอนุรักษ์พลังงานในอาคาร หรือ Building Energy Code ถือเป็นหนึ่งมาตรการในกลยุทธ์ภาคบังคับที่กำหนดขึ้นภายใต้ พรบ. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535  สำหรับมาตรฐานการออกแบบอาคารตามมาตรฐาน Building Energy Code ประกอบด้วยมาตรฐานสำคัญ 6 ส่วน ดังนี้ ระบบกรอบอาคาร จะต้องมีค่าการถ่ายเทความร้อนรวมของผนังด้านนอกอาคารและผนังหลังคา ต้องไม่เกินค่าที่กำหนด ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง จะต้องมีระดับความส่องสว่างสำหรับงานแต่ละประเภทจะต้องเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และต้องใช้กำลังไฟฟ้าสูงสุดไม่เกินค่าที่กำหนด ระบบปรับอากาศ ในแต่ละประเภทและขนาดต่างๆ จะต้องมีค่าสัมประสิทธิ์สมรรถนะขั้นต่ำ ค่าประสิทธิภาพการให้ความเย็น และค่าพลังไฟฟ้าต่อตันความเย็นเป็นไปตามที่กำหนด อุปกรณ์ผลิตความร้อน จะต้องมีค่าประสิทธิภาพขั้นต่ำตามเกณฑ์ที่กำหนด การใช้พลังงานรวม กรณีที่การออกแบบไม่เป็นไปตามมาตรฐานตามข้อ 1 ข้อ 2 หรือ ข้อ 3 ให้พิจารณาตามเกณฑ์การใช้พลังงานโดยรวมของอาคารอ้างอิง โดยใช้หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณในการออกแบบอาคารแต่ละระบบที่กำหนด การใช้พลังงานหมุนเวียน ในระบบต่างๆ…

ปัจจุบันประเทศไทยมีกรอบนโยบายปรับปรุงการใช้ประโยชน์จากขยะและลดจำนวนขยะ ส่งเสริมการผลิตพลังงานจากขยะ จัดตั้งการปกครองท้องถิ่นเพื่อพัฒนาโรงงานจัดการขยะและอนุญาตให้ภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมโครงการจัดการขยะ (UNEP, 2555) ทั้งนี้รัฐบาลไทยตั้งเป้าให้ติดตั้งเทคโนโลยีนี้ไว้ที่ 500 เมกะวัตต์ ภายในปี 2579 นอกจากนี้ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติได้มีมติในวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2558 เกี่ยวกับแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก โดยส่งเสริมแนวทางในการจัดทำแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (Alternative Energy Development Plan: AEDP 2015 - 2036) ซึ่งมียุทธศาสตร์ในการส่งเสริมพลังงานชีวภาพ โดยให้ความสำคัญต่อการตั้งเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะ ชีวมวล และก๊าซชีวภาพให้ได้เต็มตามศักยภาพเป็นลำดับแรก ซึ่งจากการสำรวจพบว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าจากขยะได้ประมาณ 500 เมกะวัตต์ และแรงจูงใจจากรัฐบาลไทยทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการดึงดูดนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนได้ (EPPO, 2558) เทศบาลตำบลเมืองแกลงเป็นตัวอย่างกรณีศึกษาของการจัดการขยะในระดับท้องถิ่น โดยใช้แนวคิดในการดำเนินงานคือ “ผู้ก่อคือผู้แก้” เทศบาลฯ ได้ยกเลิกการตั้งถังขยะสาธารณะบนถนนที่เข้าร่วมโครงการ และครัวเรือนมีหน้าที่รวบรวมขยะและคัดแยกเบื้องต้น แนวทางนี้เป็นประโยชน์ต่อชุมชนมากกว่าการทิ้งขยะลงถังขยะสาธารณะเพราะเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน นอกจากนี้เยาวชนยังได้รับการปลูกฝังจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวมผ่านการทำกิจกรรมการแยกขยะอย่างต่อเนื่อง  สำหรับขยะที่ย่อยสลายได้ เช่น กิ่งไม้สดที่เกิดจากการตัดแต่งพื้นที่สีเขียวของเทศบาล  จะนำไปใช้หมักทำน้ำจุลินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพ ซึ่งการนำขยะอินทรีย์มาใช้ประโยชน์มีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนและลดกลิ่นเหม็นที่เกิดจากการฝังกลบขยะ  นอกจากนี้เทศบาลฯ ยังได้ติดตั้งระบบก๊าซชีวภาพจากขยะอินทรีย์มูลสุกรและนำก๊าซที่ได้ไปใช้ในการต้มน้ำของโรงฆ่าสัตว์ของเทศบาล กิจกรรมเหล่านี้ของเทศบาลเน้นความเป็นธรรมชาติ สะดวก ไม่สิ้นเปลืองพลังงาน  และยังสร้างรายได้จากการจำหน่ายปุ๋ย และขยะที่สามารถขายได้ เป็นต้น เพื่อนำไปพัฒนาเทศบาลต่อไป  แนวทางการจัดการขยะของเทศบาลที่กล่าวมานี้เป็นการประยุกต์แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพึ่งพาตนเอง และการทำลายสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดโดยอาศัยกระบวนการธรรมชาติในการแก้ไขปัญหาพลังงานและภาวะโลกร้อน…

กระทรวงคมนาคมประกาศในปี พ.ศ. 2554 ว่าจะดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น มาตรการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพในภาคการขนส่งและมาตรการการขนส่งอย่างยั่งยืน ในขั้นแรกจะมีการปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะที่เรียกว่า “การส่งเสริมการใช้รถประจำทางและการเดินทางที่ไม่ใช้เครื่องยนต์ เพื่อเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล” (People - centered Urban Mobility in Bangkok) โดยใช้เงินสนับสนุนจากกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศ (Nationally Appropriate Mitigation Actions, NAMAs) หรือกองทุนสภาพภูมิอากาศสีเขียว คาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 0.3-0.7 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า(MtCO2e) ภายในปีพ.ศ. 2568 และคาดว่าหลังจากปี 2568 จะมีการดำเนินมาตรการ 4 อย่าง ได้แก่ ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากพลังงานชีวภาพในการขนส่งสาธารณะ เปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์ยานพาหนะที่ประหยัดพลังงานขึ้น ปรับปรุงการประสานงานและการทำงานของระบบขนส่ง และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของประชาชนที่เดินทางสัญจรเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (MoT, 2015). นอกจากนี้รัฐบาลไทยและรัฐวิสาหกิจยังมุ่งเน้นการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และแผนงานเกี่ยวกับการใช้รถยนต์ไฟฟ้ากำลังอยู่ในกระบวนการร่าง (OIE, 2558) ขณะเดียวกันการไฟฟ้านครหลวงก็กำลังดำเนินการติดตั้งสถานีประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (MEA, 2013) ภาคการการขนส่งจัดอยู่ในกลุ่มที่มีอัตราการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลค่อข้างสูงเมื่อพิจารณาภาพรวมของเศรษฐกิจไทย โดยเชื้อเพลิงฟอสซิลส่วนใหญ่มาจาการนำเข้าซึ่งทำให้สถานภาพการใช้เชื้อเพลิงของไทยค่อนข้างผันผวนตามกระแสของราคาน้ำมันโลกและการมีอยู่อย่างจำกัดของน้ำมัน ซึ่งส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในภาคขนส่งและการเดินทางค่อนข้างสูง ในปี 2556 มีการสำรวจพฤติกรรมการเดินทางของประชากรในประเทศไทยพบว่าประชากรส่วนใหญ่นิยมรูปแบบการเดินทางบนท้องถนนที่มีค่าใช้จ่ายสูงมากกว่าการใช้รูปแบบการเดินทางอื่นๆที่มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าดังที่แสดงไว้ใน ตารางที่ 5.XX ซึ่งเมื่อตรวจสอบกับข้อมูลสถิติการลงทะเบียนยานพาหนะบนท้องถนนแล้วพบว่ามีอัตราส่วนเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 จาก 34.6 ล้านคัน (รวมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ และรถจักรยานยนต์) ในปี 2556…

กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้จัดตั้งโครงการส่งเสริมการลงทุนด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนด้วยเงินทุนหมุนเวียน (ESCO Revolving Fund) เพื่อส่งเสริมภาคเอกชนให้ลงทุนในโครงการที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและพลังงานทดแทน โดยอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าของโครงการต่างๆ และนักลงทุนในการหาสินเชื่อโครงการ การให้บริการของโครงการนี้ ได้แก่ การลงทุนในตราสารทุน การให้เช่าอุปกรณ์ที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการอำนวยความสะดวกให้กับโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 (ปีพ.ศ. 2555-2558) หน้าที่ของกระทรวงอุตสาหกรรมในการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศตามที่ระบุไว้ในแผนยุทธศาสตร์ของกระทรวงอุตสาหกรรม (ปีพ.ศ. 2558-2564) คือ การเพิ่มขีดความสามารถในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อเสริมสร้างสถานะของประเทศไทยในประชาคมโลก ทั้งนี้ รัฐบาลไทยได้เริ่มใช้นโยบายการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในปีพ.ศ. 2556 นโยบายดังกล่าวเกี่ยวกับการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน การเติบโตทางเศรษฐกิจแบบมีส่วนร่วม การสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมให้ดำเนินโครงการอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและกระบวนการภายในที่มีประสิทธิภาพ ริเริ่มแนวคิดนิเวศอุตสาหกรรมและนโยบายการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศในประเทศไทย บริษัทเอกชนในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด ในจังหวัดระยองเป็นกลุ่มแรกที่นำนโยบายโรงงานเชิงนิเวศ การใช้หลัก 3Rs กับของเสียในโรงงาน (3Rs for Industrial Waste Management) 3Rs คือหลักการจัดการของเสียโดยให้ความสำคัญกับการลดการเกิดของเสีย (Reduce) การนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) การแปรรูปมาใช้ใหม่ (Recycle) การจัดการของเสียให้ได้ผลต้องใช้หลายวิธีในการดำเนินการตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง อีกทั้งยังต้องคำนึงถึงลักษณะสมบัติของของเสีย การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและพลังงาน และการปกป้องรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม แนวคิดการจัดระดับชั้นบริหารจัดการของเสีย (Waste Management Hierarchy) ได้ถูกนำมาใช้เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการของเสียอย่างยั่งยืน รูปที่ 1 แสดงให้เห็นถึงการจัดระดับชั้นบริหารการจัดการของเสียโดยจะให้ความสำคัญกับการลดการเกิดของเสียที่แหล่งกำเนิดมากที่สุด (Waste Prevention/minimization) ตามด้วยการนำของเสียหรือวัสดุมาใช้ซ้ำ (Reuse) การแปรรูปกลับมาใช้ใหม่…

 ในปีพ.ศ. 2555 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอแผนยุทธศาสตร์ลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตั้งแต่ในปีพ.ศ. 2556-2559 โดยมีเป้าหมายส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรสีเขียวและพืชพลังงานเพื่อทดแทนการใช้พลังงานจากฟอสซิล และการอนุรักษ์การส่งเสริมการเกษตร หลักการดำเนินงานในการส่งเสริมบทบาทของภาคเกษตรในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คือ ต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อความมั่นคงทางด้านอาหารและพลังงานแก่สังคมโดยรวม หัวใจของการดำเนินงานลดการปล่อยออกก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตรจึงอยู่ที่การลดก๊าซมีเทน (CH4) และก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) โดยการปรับปรุงการบริหารจัดการภาคเกษตร ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่ายนัก ในบางกรณีจำเป็นต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ทางเลือกสำหรับการส่งเสริมให้ภาคเกษตรลดการปล่อยออกก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย คือ ทดลองและส่งเสริมการปลูกข้าวแบบใหม่ โดยเฉพาะสายพันธุ์ข้าวทนแล้ง หรือใช้วิธีการปลูกข้าวโดยใช้น้ำน้อยตามแบบ Systems of rice intensification ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี เช่น การใช้สารลดการปล่อยออกก๊าซไนตรัสออกไซด์ (Nitrous oxide inhibitor) ในการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ หลีกเลี่ยงและลดการหมักวัชพืชในลักษณะที่ก่อให้เกิดก๊าซมีเทน โดยการให้ความรู้และแนะนำทางเลือกอื่นๆ แก่เกษตรกร ปรับรูปแบบการเกษตรจากการผลิตที่มุ่งปริมาณ (mass crop production) สู่การผลิตที่เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่ม (high-valued batch) แบบเกษตรประณีต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้ทรัพยากรและผลตอบแทนที่ดีกว่าปกติให้กับเกษตรกร จัดทำโครงการนำร่องการดำเนินงานลดผลกระทบที่เหมาะสมระดับชาติ (Nationally Appropriate Mitigation Action, NAMA) ในภาคเกษตร โดยใช้ “โครงการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยเพื่อลดต้นทุน” หรือนโยบายปุ๋ยสั่งตัด ซึ่งเป็นโครงการที่มีการวิเคราะห์เคมีของดินเพื่อจัดสูตรปุ๋ยวิทยาศาสตร์ให้เหมาะสมกับสภาพดินแทนการใช้ปุ๋ยสูตรกลาง เพื่อให้ตอบโจทย์ของการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินที่มีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม เพราะเป็นกิจกรรมที่สามารถช่วยลดการปล่อยไนตรัสออกไซด์ (N2O) จากการใช้ปุ๋ยเคมีในภาคเกษตรได้อย่างเห็นผล ซี่งก๊าซดังกล่าวก็เป็นสาเหตุของปรากฏการณ์เรือนกระจกที่สำคัญ มาตรการส่งเสริมการค้าการลงทุนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยจัดทำเป็นโครงการนำร่องภาคสมัครใจก่อนในช่วงระยะแรกโดยเน้นเกษตรกรขนาดกลางและรายย่อย รวมทั้งให้มีการปรับปรุงระเบียบการส่งเสริมการลงทุนที่มีการลดการปล่อยออกก๊าซเรือนกระจก อาจเริ่มจากนโยบาย ส่งเสริมการติด…

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทยได้รวมแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2555-2559)  ในส่วน (ร่าง) แผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (พ.ศ.2556-2593) ซึ่งในแผนดังกล่าวรวมถึงการปลูกสร้างสวนป่า การฟื้นฟูป่า และการจัดการพื้นที่ป่า และได้วางเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืชยังได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อจัดการนโยบายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่าในประเทศกำลังพัฒนา (Reducing Emission from Deforestation and Forest Degradation in Developing Countries, REDD) ซึ่งมีจุดเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ จากการเสนอเข้าสู่เวทีเจรจาปัญหาโลกร้อนในปีพ.ศ. 2548 โดยประเทศปาปัวนิวกินีและคอสตาริกาโดยมีแนวคิดว่าการดูแลรักษาป่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวมของโลก ดังนั้นผู้ที่ดูแลรักษาป่าควรจะได้รับค่าตอบแทนเพื่อเป็นกลไกที่สร้างแรงจูงใจเชิงบวกในการรักษาป่า โครงการ REDD จึงเป็นโครงการที่ประเทศพัฒนาแล้วสนับสนุนให้ประเทศกำลังพัฒนารักษาป่า ซึ่งการเข้าร่วมโครงการของประเทศกำลังพัฒนาจะเป็นการเข้าร่วมตามความสมัครใจ โดยขอบเขตของการรักษาป่า คือ เป็นกิจกรรมลดการทำลายป่า ลดความเสื่อมโทรมของป่ารวมถึงกิจกรรมการปลูกป่าหรือฟื้นฟูป่าเพิ่มเข้าไป จนปัจจุบันนี้เรียกกันว่าเป็น REDD-Plus (REDD+) กิจกรรม REDD-Plus ไม่สนับสนุนการปลูกป่าแบบเชิงเดี่ยวเพื่อมุ่งเน้นประโยชน์ผลตอบแทนจากการกักเก็บคาร์บอน และคาร์บอนเครดิตซึ่งเป็นเป้าหมายด้านเศรษฐกิจแต่เพียงด้านเดียว รวมทั้งมีข้อเสนอให้ออกแบบกติกาของกลไก REDD-Plus ที่สอดคล้องกับประโยชน์และคุณค่าของป่าในหลากหลายมิติทั้งด้านระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม และวัฒนธรรม ยึดหลักการเคารพสิทธิของชุมชนท้องถิ่น ให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการดำเนินงานและได้รับสิทธิประโยชน์อย่างเป็นธรรมจากการดูแลรักษาและฟื้นฟูป่า แหล่งข้อมูล: Department of National Parks, Wildlife and Plant Conservation. 2015. Forest Environment…

ประเทศไทยได้พัฒนาการวางแผนด้านพลังงานระยะยาวในแผนพัฒนากําลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย ปี 2558 ซึ่งบูรณาการแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกปีพ.ศ. 2558-2579 และแผนอนุรักษ์พลังงานปีพ.ศ. 2558-2579 และกำหนดเป้าหมายบนหลักการ 3 ประการ ได้แก่ มั่นคง - ระบบไฟฟ้าต้องมีความมั่นคงเพื่อตอบสนองความต้องการใช้กระแสไฟฟ้าซึ่งหลีกเลี่ยงการพึ่งพาการผลิตก๊าซธรรมชาติมากเกินไป ประหยัด - ค่าไฟฟ้าต้องสะท้อนต้นทุนในการผลิตพลังงานและส่งเสริมการใช้กระแสไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อระบบนิเวศ - ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนและการใช้พลังงานอย่างชาญฉลาดเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหน่วยไฟฟ้า แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกปีพ.ศ. 2558-2579 มุ่งเน้นการใช้พลังงานจากของเสีย ชีวมวล ก๊าซชีวภาพเป็นหลัก โดยคาดการณ์ว่าจะมีการใช้พลังงานทดแทนร้อยละ 8-12 ของการใช้พลังงานทั้งหมดในปี 2579 นอกจากนี้ ปัจจุบันยังมีการดำเนินแผนโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะคู่ขนานไปกับโครงการนำร่องด้านสาธารณูปโภคไฟฟ้า อาทิ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่ทั้งสองโครงการยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น พลังงานทางเลือกในประเทศไทย (Alternative Energy in Thailand) กระทรวงพลังงานได้วางกรอบแผนบูรณาการพลังงานแห่งชาติโดยให้ความสำคัญ 3 ด้านประกอบด้วย ด้านความมั่นคงทางพลังงาน ด้านเศรษฐกิจ และด้านสิ่งแวดล้อม ในด้านสิ่งแวดล้อมจะให้ความสำคัญในการเพิ่มสัดส่วนการผลิตพลังงานหมุนเวียนภายในประเทศ และการผลิตพลังงานโดยเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูงเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน สถานภาพการพัฒนาพลังงานทดแทนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมากจากนโยบายส่งเสริมการผลิตและการใช้พลังงานทดแทน ไม่ว่าจะเป็นในรูปพลังงานไฟฟ้า พลังงานความรอน และพลังเชื้อเพลิงชีวภาพ ในปี 2557 ประเทศไทยมีการใช้พลังงานทดแทนทั้งสิ้นประมาณ 9 ล้านตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ (กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน, 2015) ตารางที่ 1 แสดงผลการดำเนินงานด้านพลังงานทดแทนในรูปของพลังงานไฟฟ้าตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปี…

ในปี พ.ศ. 2555 กิจกรรมการบินระหว่างประเทศและการขนส่งทางเรือปล่อยก๊าซเรือนกระจกคิดเป็นร้อยละ 1.3 และ 2.2 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยร้อยละ 62 และ 79 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นการปล่อยในระดับนานาชาติ ซึ่งหมายความว่าในแต่ละประเทศไม่ได้มีการนับรวมก๊าซเรือนกระจกเหล่านี้ในบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตัวเอง องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization: ICAO) ได้นำแนวคิดการรักษาระดับก๊าซเรือนกระจกไม่ให้เพิ่มมากขึ้นหลังจากปี 2563 โดยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้นหลังจากปีนั้นจะต้องถูกชดเชยเพื่อบรรลุเป้าหมายการชดเชยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Carbon Neutral Growth 2020) ส่วนองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization: IMO) ยังไม่มีการวางแผนหรือข้อตกลงใดๆ ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จนกระทั่งได้มีการระบุในพิธีสารเกียวโตให้กลุ่มประเทศในภาคผนวกที่ 1 (Annex I) หรือกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วกำหนดแนวทางในการในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการบินระหว่างประเทศและการขนส่งทางเรือ โดยให้ทำงานร่วมกับองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศและองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ จากคู่มือการเตรียมบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ IPCC และคู่มือการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายปีของ UNFCCC ระบุว่าควรจะต้องมีการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากเชื้อเพลิงสำหรับการขนส่งระหว่างประเทศให้เป็นส่วนหนึ่งของบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศในกลุ่มสมาชิก แต่ให้ทำการรายงานแยกจากค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของประเทศ เนื่องจากไม่ได้มีการระบุในข้อตกลงพิธีสารเกียวโต แนวทางในการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับการบินต่างประเทศ สามารถพิจารณาได้จาก 2 มุมมอง คือ ฝั่งผู้ใช้บริการ: ร้อยละ 80 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาจากการบินที่มีระยะไกลกว่า 1,500 กิโลเมตรซึ่งเป็นระยะทางที่ไม่สามารถเดินทางบนดินได้ มีการเสนอให้ใช้เทคโนโลยีการประชุมระยะไกลผ่านวีดิโอซึ่งนอกจากจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเดินทางแล้ว ยังเป็นการช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายอีกด้วย ฝั่งผู้ให้บริการ: ผู้ให้บริการสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้โดยการปรับปรุงประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิงและการเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงสะอาด หรือแนวทางอื่นๆ เช่น ประเทศญี่ปุ่นมีการจัดเก็บภาษีเชื้อเพลิงจากการให้บริการการบินภายในประเทศ…

นโยบายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่าในประเทศกำลังพัฒนา (Reducing Emissions from Deforestation and Degradation: REDD) คือ นโยบายภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCC (link)) ว่าด้วยการส่งเสริมให้ประเทศกำลังพัฒนาลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่า รวมไปถึงการเก็บสะสมคาร์บอนในป่าและการจัดการป่าอย่างยั่งยืน โดยการสร้างแรงจูงใจทางบวกด้วยการมอบผลตอบแทนให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาจากมาตรการ REDD เรดด์พลัส (REDD+) คืออะไร? แนวความคิดเกี่ยวกับนโยบาย REDD+ ได้ถูกนำเข้าที่ประชุม COP14 และมีการประกาศอย่างเป็นทางการใน COP15 ในปี 2009 โดยความแตกต่างระหว่าง REDD และ REDD+ คือ การให้ความสำคัญอย่างเท่าเทียมกันทั้งในเรื่องของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่า และการเก็บสะสมคาร์บอนโดยการจัดการทรัพยากรป่าอย่างยั่งยืน ในการประมาณค่าการปล่อยและการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกในระยะยาวควรพิจารณาในเชิงผลกระทบที่เกิดจากพื้นที่แทนที่จะเป็นผลกระทบที่เกิดจากกิจกรรม เพราะจะมีความแม่นยำในการหาผลกระทบที่แท้จริง พิจารณาสิทธิมนุษยชนของชาวพื้นเมืองและมุมมองด้านการปกป้องสังคมและสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ มีการกล่าวถึงกลไกการให้ความช่วยเหลือทางการเงินและการกระจายความช่วยเหลือเรื่องเงินทุนอย่างเท่าเทียม นอกจากนี้ยังมีการหารือในเรื่องความเป็นไปได้ที่จะรวมมาตรการ REDD+ ให้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับชาติ (NAMA) การประยุกต์ใช้นโยบายเรดด์พลัส (REDD+) ในประเทศกำลังพัฒนา ประเทศกำลังพัฒนาที่ต้องการเข้าร่วมนโยบาย REDD+ จะต้องดำเนินกิจกกรมการลดก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่าโดยคำนึงถึงความสามารถและสถานการณ์ของประเทศนั้นๆ โดยมีกระบวนการดำเนินงานอยู่ 3 ระยะ คือ จัดทำแผนปฏิบัติการ กลยุทธ์ นโยบาย และ/หรือมาตรการที่เกี่ยวข้องกับ REDD โดยจะต้องดำเนินงานตามเป้าหมายหรือแผนกิจกกรมที่ระบุไว้ในแผนและนโยบายแห่งชาติหรือเส้นฐานอ้างอิงการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกของป่า (Reference emission level หรือ Forest reference level)…

มาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับชาติ (Nationally Appropriate Mitigation Actions: NAMA) คือ นโยบาย แผนปฏิบัติการ และโครงการการลดก๊าซเรือนกระจกที่ประเทศสมาชิกทั้งที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนาได้จัดทำขึ้น และดำเนินการโดยสมัครใจโดยไม่มีการจำกัดรูปแบบของนโยบายหรือโครงการ การกำหนดนโยบายหรือโครงการการลดก๊าซเรือนกระจกจะต้องมีความสอดคล้องกับเป้าหมายในการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการขจัดปัญหาความยากจน ความพร้อมในเชิงนโยบาย เทคโนโลยี เงินทุน และขีดความสามารถ ดังนั้นในแต่ละประเทศจะมีการกำหนดมาตรการการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่แตกต่างกัน การได้รับการสนับสนุนจากประเทศพัฒนาแล้วไม่ว่าจะเป็นในด้านการการลงทุน เทคโนโลยี หรือแม้แต่การเข้ามาเพิ่มขีดความสามารถก็ถือเป็นปัจจัยหนึ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศกำลังพัฒนา NAMA สามารถจำแนกได้เป็น 2 ประเภทคือ การกำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับประเทศ และการดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นรายกิจกรรมโดยมีความสอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศ มาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับชาติ (NAMA) และกลไกการพัฒนาที่สะอาด (CDM) กลไกการพัฒนาที่สะอาด (CDM) คือ กลไกในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่กำหนดขึ้นภายใต้พิธีสารเกียวโต เพื่อช่วยให้ประเทศพัฒนาแล้วสามารถบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้โดยการซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตจากประเทศกำลังพัฒนาที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ ในขณะที่มาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับชาติ (NAMA) เป็นนโยบายหรือโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ประเทศพัฒนาแล้วหรือกำลังพัฒนาดำเนินการโดยสมัครใจภายใต้ UNFCCC เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่แต่ละประเทศกำหนดโดยมีประเทศที่พัฒนาแล้วเป็นผู้ให้การสนับสนุน การพัฒนา ส่งเสริม และการดำเนินโครงการ NAMA โครงการ NAMA ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนหลักๆ ดังนี้ ขั้นตอน 1 การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การปรึกษาและการพูดคุยกันระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับประเทศ ยกตัวอย่างเช่น นักลงทุน ผู้ประกอบการ นักวางแผนและนโยบาย ผู้กำหนดนโยบาย และผู้ให้การสนับสนุนอื่นๆ เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดให้การสนับสนุนและดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับเป้าหมายของ NAMA…
Menu Title