Browsing: Mitigation Actions

ในปี พ.ศ. 2555 กิจกรรมการบินระหว่างประเทศและการขนส่งทางเรือปล่อยก๊าซเรือนกระจกคิดเป็นร้อยละ 1.3 และ 2.2 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยร้อยละ 62 และ 79 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นการปล่อยในระดับนานาชาติ ซึ่งหมายความว่าในแต่ละประเทศไม่ได้มีการนับรวมก๊าซเรือนกระจกเหล่านี้ในบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตัวเอง องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization: ICAO) ได้นำแนวคิดการรักษาระดับก๊าซเรือนกระจกไม่ให้เพิ่มมากขึ้นหลังจากปี 2563 โดยก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มขึ้นหลังจากปีนั้นจะต้องถูกชดเชยเพื่อบรรลุเป้าหมายการชดเชยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Carbon Neutral Growth 2020) ส่วนองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization: IMO) ยังไม่มีการวางแผนหรือข้อตกลงใดๆ ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จนกระทั่งได้มีการระบุในพิธีสารเกียวโตให้กลุ่มประเทศในภาคผนวกที่ 1 (Annex I) หรือกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วกำหนดแนวทางในการในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการบินระหว่างประเทศและการขนส่งทางเรือ โดยให้ทำงานร่วมกับองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศและองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ จากคู่มือการเตรียมบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของ IPCC และคู่มือการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายปีของ UNFCCC ระบุว่าควรจะต้องมีการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากเชื้อเพลิงสำหรับการขนส่งระหว่างประเทศให้เป็นส่วนหนึ่งของบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศในกลุ่มสมาชิก แต่ให้ทำการรายงานแยกจากค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดของประเทศ เนื่องจากไม่ได้มีการระบุในข้อตกลงพิธีสารเกียวโต แนวทางในการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับการบินต่างประเทศ สามารถพิจารณาได้จาก 2 มุมมอง คือ ฝั่งผู้ใช้บริการ: ร้อยละ 80 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาจากการบินที่มีระยะไกลกว่า 1,500 กิโลเมตรซึ่งเป็นระยะทางที่ไม่สามารถเดินทางบนดินได้ มีการเสนอให้ใช้เทคโนโลยีการประชุมระยะไกลผ่านวีดิโอซึ่งนอกจากจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเดินทางแล้ว ยังเป็นการช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายอีกด้วย ฝั่งผู้ให้บริการ: ผู้ให้บริการสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้โดยการปรับปรุงประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิงและการเปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงสะอาด หรือแนวทางอื่นๆ เช่น ประเทศญี่ปุ่นมีการจัดเก็บภาษีเชื้อเพลิงจากการให้บริการการบินภายในประเทศ…

นโยบายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่าในประเทศกำลังพัฒนา (Reducing Emissions from Deforestation and Degradation: REDD) คือ นโยบายภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCC (link)) ว่าด้วยการส่งเสริมให้ประเทศกำลังพัฒนาลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่า รวมไปถึงการเก็บสะสมคาร์บอนในป่าและการจัดการป่าอย่างยั่งยืน โดยการสร้างแรงจูงใจทางบวกด้วยการมอบผลตอบแทนให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาจากมาตรการ REDD เรดด์พลัส (REDD+) คืออะไร? แนวความคิดเกี่ยวกับนโยบาย REDD+ ได้ถูกนำเข้าที่ประชุม COP14 และมีการประกาศอย่างเป็นทางการใน COP15 ในปี 2009 โดยความแตกต่างระหว่าง REDD และ REDD+ คือ การให้ความสำคัญอย่างเท่าเทียมกันทั้งในเรื่องของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่า และการเก็บสะสมคาร์บอนโดยการจัดการทรัพยากรป่าอย่างยั่งยืน ในการประมาณค่าการปล่อยและการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกในระยะยาวควรพิจารณาในเชิงผลกระทบที่เกิดจากพื้นที่แทนที่จะเป็นผลกระทบที่เกิดจากกิจกรรม เพราะจะมีความแม่นยำในการหาผลกระทบที่แท้จริง พิจารณาสิทธิมนุษยชนของชาวพื้นเมืองและมุมมองด้านการปกป้องสังคมและสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ มีการกล่าวถึงกลไกการให้ความช่วยเหลือทางการเงินและการกระจายความช่วยเหลือเรื่องเงินทุนอย่างเท่าเทียม นอกจากนี้ยังมีการหารือในเรื่องความเป็นไปได้ที่จะรวมมาตรการ REDD+ ให้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับชาติ (NAMA) การประยุกต์ใช้นโยบายเรดด์พลัส (REDD+) ในประเทศกำลังพัฒนา ประเทศกำลังพัฒนาที่ต้องการเข้าร่วมนโยบาย REDD+ จะต้องดำเนินกิจกกรมการลดก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่าโดยคำนึงถึงความสามารถและสถานการณ์ของประเทศนั้นๆ โดยมีกระบวนการดำเนินงานอยู่ 3 ระยะ คือ จัดทำแผนปฏิบัติการ กลยุทธ์ นโยบาย และ/หรือมาตรการที่เกี่ยวข้องกับ REDD โดยจะต้องดำเนินงานตามเป้าหมายหรือแผนกิจกกรมที่ระบุไว้ในแผนและนโยบายแห่งชาติหรือเส้นฐานอ้างอิงการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกของป่า (Reference emission level หรือ Forest reference level)…

มาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับชาติ (Nationally Appropriate Mitigation Actions: NAMA) คือ นโยบาย แผนปฏิบัติการ และโครงการการลดก๊าซเรือนกระจกที่ประเทศสมาชิกทั้งที่พัฒนาแล้วและกำลังพัฒนาได้จัดทำขึ้น และดำเนินการโดยสมัครใจโดยไม่มีการจำกัดรูปแบบของนโยบายหรือโครงการ การกำหนดนโยบายหรือโครงการการลดก๊าซเรือนกระจกจะต้องมีความสอดคล้องกับเป้าหมายในการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการขจัดปัญหาความยากจน ความพร้อมในเชิงนโยบาย เทคโนโลยี เงินทุน และขีดความสามารถ ดังนั้นในแต่ละประเทศจะมีการกำหนดมาตรการการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่แตกต่างกัน การได้รับการสนับสนุนจากประเทศพัฒนาแล้วไม่ว่าจะเป็นในด้านการการลงทุน เทคโนโลยี หรือแม้แต่การเข้ามาเพิ่มขีดความสามารถก็ถือเป็นปัจจัยหนึ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในประเทศกำลังพัฒนา NAMA สามารถจำแนกได้เป็น 2 ประเภทคือ การกำหนดเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับประเทศ และการดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นรายกิจกรรมโดยมีความสอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศ มาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับชาติ (NAMA) และกลไกการพัฒนาที่สะอาด (CDM) กลไกการพัฒนาที่สะอาด (CDM) คือ กลไกในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่กำหนดขึ้นภายใต้พิธีสารเกียวโต เพื่อช่วยให้ประเทศพัฒนาแล้วสามารถบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้โดยการซื้อ-ขายคาร์บอนเครดิตจากประเทศกำลังพัฒนาที่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ ในขณะที่มาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับชาติ (NAMA) เป็นนโยบายหรือโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ประเทศพัฒนาแล้วหรือกำลังพัฒนาดำเนินการโดยสมัครใจภายใต้ UNFCCC เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่แต่ละประเทศกำหนดโดยมีประเทศที่พัฒนาแล้วเป็นผู้ให้การสนับสนุน การพัฒนา ส่งเสริม และการดำเนินโครงการ NAMA โครงการ NAMA ประกอบด้วย 4 ขั้นตอนหลักๆ ดังนี้ ขั้นตอน 1 การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การปรึกษาและการพูดคุยกันระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระดับประเทศ ยกตัวอย่างเช่น นักลงทุน ผู้ประกอบการ นักวางแผนและนโยบาย ผู้กำหนดนโยบาย และผู้ให้การสนับสนุนอื่นๆ เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดให้การสนับสนุนและดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับเป้าหมายของ NAMA…

จากการประชุมร่วมของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change) ทุกภาคส่วนฝ่ายต้องคำนึงถึงความรับผิดชอบและความสามารถที่จะกำหนดและดำเนินงานตามมาตรการเพื่อลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มาตรการ การลดโลกร้อน อาจจะมีผลครอบคลุมทางเศรษฐกิจในวงกว้างทั้งหลายภาคส่วนหรือภาคเดียว เช่น การจัดหาพลังงาน การขนส่ง อาคาร อุตสาหกรรม การเกษตรการป่าไม้และการจัดการของเสีย มาตรการการลดโลกร้อน มีหลายมาตรการตัวเลือกซึ่งภาคีแต่ละประเทศนำไปพิจารณาให้เหมาะกับสถานการณ์ของแต่ละประเทศ ความพร้อมของเทคโนโลยีและฐานะทางการเงิน รวมทั้งศักยภาพการลดผลกระทบจากโลกร้อนและลดอุปสรรคในการดำเนินนโยบาย นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมโยงระหว่างส่วนการลดโลกร้อน การปรับตัวต่อผลกระทบการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภาคีประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่ได้ดำเนินนโยบายการและมาตรการการลดโลกร้อน โดยเน้นที่ภาคส่วนที่มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาก เช่น พลังงานและการขนส่งการเสริมสร้างความเข้มแข็งของนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นทำให้สร้างข้อกำหนดที่เข้มงวด มากขึ้น กว้างขวางขึ้นและคุ้มครองการลงทุน ที่เพิ่มขึ้น เครื่องมือที่ใช้ในเชิงการกำกับดูแลและการเงินถูกนำมาประยุกต์โดยระบบตลาดมาใช้ในการการซื้อขายการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ประเทศที่พัฒนาแล้วจะมีการรายงานการดำเนินการลดโลกร้อนเป็นระยะ ๆ เพื่อสื่อสารรายงานการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับประเทศโดยสรุปและเมื่อเร็ว ๆ นี้ ประเทศที่พัฒนาแล้วได้ตกลงที่จะ ดำเนินการภายใต้ อนุสัญญาโดยตั้งเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับปี 2563 มาตรการลดผลกระทบมุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มป่าไม้ธรรมชาติ เพื่อดำเนินมาตรการนี้ให้สำเร็จ ทุกฝ่ายจำเป็นต้องพัฒนาความรับผิดชอบและขีดความสามารถซึ่งครอบคลุมภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่งหรือหลายภาคส่วน ทั้งนี้ทางเลือกในการลดผลกระทบนั้นมีหลายประเภท ซึ่งอาจต้องคำนึงถึงสภาวการณ์ภายในที่แตกต่างกันไปของแต่ละประเทศ เทคโนโลยี ทรัพยากรทางการเงิน ความเป็นไปได้ในการลดผลกระทบ และการดำเนินนโยบาย นอกจากนี้ การลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังเกี่ยวข้องกับทั้งการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการพัฒนาอย่างยั่งยืนอีกด้วย มาตรการจำกัดหรือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับโลก ได้แก่ มาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับชาติ (NAMA) ประเทศกำลังพัฒนาสามารถปรับลดหรือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานในสภาวะเศรษฐกิจปกติให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายในปี 2563 โดยได้รับการสนับสนุนจากประเทศพัฒนาแล้ว นอกจากนี้ประเทศกำลังพัฒนายังมีส่วนร่วมในมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายใต้บริบทการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งสามารถเป็นความริเริ่มระดับรัฐบาลหรือปฏิบัติการข้ามภาคส่วน นโยบายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่าในประเทศกำลังพัฒนา  (REDD)…
Menu Title