Browsing: Agriculture

 ในปีพ.ศ. 2555 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เสนอแผนยุทธศาสตร์ลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตั้งแต่ในปีพ.ศ. 2556-2559 โดยมีเป้าหมายส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรสีเขียวและพืชพลังงานเพื่อทดแทนการใช้พลังงานจากฟอสซิล และการอนุรักษ์การส่งเสริมการเกษตร หลักการดำเนินงานในการส่งเสริมบทบาทของภาคเกษตรในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก คือ ต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อความมั่นคงทางด้านอาหารและพลังงานแก่สังคมโดยรวม หัวใจของการดำเนินงานลดการปล่อยออกก๊าซเรือนกระจกจากภาคเกษตรจึงอยู่ที่การลดก๊าซมีเทน (CH4) และก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) โดยการปรับปรุงการบริหารจัดการภาคเกษตร ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ไม่ง่ายนัก ในบางกรณีจำเป็นต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ทางเลือกสำหรับการส่งเสริมให้ภาคเกษตรลดการปล่อยออกก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย คือ ทดลองและส่งเสริมการปลูกข้าวแบบใหม่ โดยเฉพาะสายพันธุ์ข้าวทนแล้ง หรือใช้วิธีการปลูกข้าวโดยใช้น้ำน้อยตามแบบ Systems of rice intensification ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี เช่น การใช้สารลดการปล่อยออกก๊าซไนตรัสออกไซด์ (Nitrous oxide inhibitor) ในการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ หลีกเลี่ยงและลดการหมักวัชพืชในลักษณะที่ก่อให้เกิดก๊าซมีเทน โดยการให้ความรู้และแนะนำทางเลือกอื่นๆ แก่เกษตรกร ปรับรูปแบบการเกษตรจากการผลิตที่มุ่งปริมาณ (mass crop production) สู่การผลิตที่เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่ม (high-valued batch) แบบเกษตรประณีต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้ทรัพยากรและผลตอบแทนที่ดีกว่าปกติให้กับเกษตรกร จัดทำโครงการนำร่องการดำเนินงานลดผลกระทบที่เหมาะสมระดับชาติ (Nationally Appropriate Mitigation Action, NAMA) ในภาคเกษตร โดยใช้ “โครงการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยเพื่อลดต้นทุน” หรือนโยบายปุ๋ยสั่งตัด ซึ่งเป็นโครงการที่มีการวิเคราะห์เคมีของดินเพื่อจัดสูตรปุ๋ยวิทยาศาสตร์ให้เหมาะสมกับสภาพดินแทนการใช้ปุ๋ยสูตรกลาง เพื่อให้ตอบโจทย์ของการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินที่มีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม เพราะเป็นกิจกรรมที่สามารถช่วยลดการปล่อยไนตรัสออกไซด์ (N2O) จากการใช้ปุ๋ยเคมีในภาคเกษตรได้อย่างเห็นผล ซี่งก๊าซดังกล่าวก็เป็นสาเหตุของปรากฏการณ์เรือนกระจกที่สำคัญ มาตรการส่งเสริมการค้าการลงทุนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยจัดทำเป็นโครงการนำร่องภาคสมัครใจก่อนในช่วงระยะแรกโดยเน้นเกษตรกรขนาดกลางและรายย่อย รวมทั้งให้มีการปรับปรุงระเบียบการส่งเสริมการลงทุนที่มีการลดการปล่อยออกก๊าซเรือนกระจก อาจเริ่มจากนโยบาย ส่งเสริมการติด…

นาข้าวถือเป็นแหล่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุดในภาคการเกษตร โดยปล่อยก๊าซมีเทนซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ แต่ความมั่นคงด้านอาหารก็เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องให้ความสำคัญ ดังนั้นการรักษาผลผลิตหรือราคาอาหารไว้ขณะที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไปด้วย จึงเป็นวิธีที่สำคัญที่สุดในภาคการเกษตร เทคนิคและแนวปฏิบัติในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สามารถนำมาใช้ในการเกษตรได้ ได้แก่ การปรับปรุงผลผลิตและการจัดการที่ดินทุ่งเลี้ยงสัตว์เพื่อเพิ่มการกักเก็บคาร์บอนในดิน การฟื้นฟูพื้นที่ดินพรุที่ใช้เพาะปลูกและที่ดินเสื่อมโทรม การปรับปรุงเทคนิคการปลูกข้าวและเลี้ยงปศุสัตว์ และการจัดการมูลสัตว์เพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทน และการปรับปรุงเทคนิคการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนเพื่อลดการปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ ในระยะยาว การบรรเทาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ช่วยให้เราหลุดพ้นจากภาวะล้มเหลวของระบบอาหารและสภาพความเป็นอยู่ อีกทั้งลดแรงกดดันจากจำนวนประชากรที่อาจประสบภาวะความมั่นคงทางอาหารที่จะเพิ่มขึ้นทั่วโลก ระบบอาหารมีแนวโน้มที่จะช่วยบรรเทาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขั้นตอนการผลิตของห่วงโซ่อาหาร นอกจากนี้ มาตรการที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีส่วนมากยังจัดเป็นกลยุทธ์การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีประสิทธิผลโดยเฉพาะการเกษตรเพื่อการค้า นอกจากนี้ ยังมีแนวทางในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการเกษตร เช่น การทำการเกษตรอย่างยั่งยืนที่เสริมสร้างความเข้มแข็งของภูมิคุ้มกันของระบบนิเวศ อีกทั้งสร้างความมั่นคงของวิถีการดำรงชีพที่พึ่งพาการเกษตรท่ามกลางความผันแปรของสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้น ตัวอย่างต่อไปนี้คือกรณีศึกษาที่ชี้ให้เห็นถึงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการเกษตร การลดการปล่อยก๊าซมีเทนจากสัตว์เคี้ยวเอื้อง อัตราการปล่อยก๊าซมีเทนต่อตัวและต่อผลิตภัณฑ์จากปศุสัตว์จัดว่าสูงเมื่ออาหารสัตว์ไม่มีคุณภาพ (EPA Online) วัวเนื้อที่เลี้ยงแบบปล่อยแปลงเป็นแหล่งก๊าซมีเทนที่สำคัญเพราะสัตว์มีขนาดใหญ่มากเมื่อเทียบกับวัวนมโดยก๊าซมีเทนเกิดจากการหมักในลำไส้ วัวที่เลี้ยงแบบปล่อยแปลงกินพืชที่มีคุณภาพไม่คงที่ และมักจะมีคุณภาพต่ำกว่าอาหารของวัวนม นอกจากนี้ ประสิทธิภาพของการบริหารจัดการก็ไม่เทียบเท่า และประชากรวัวเนื้อมีขนาดใหญ่มาก ดังนั้น การบริหารจัดการที่ดีและการให้อาหารเสริมจึงเป็นวิธีการลดก๊าซเรือนกระจกที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเพราะช่วยปรับปรุงโภชนาการทางอาหารและประสิทธิภาพของการสืบพันธุ์ การลดการปล่อยก๊าซมีเทนที่เกิดจากข้าว การผลิตข้าวเป็นแหล่งปล่อยก๊าซมีเทนสู่บรรยากาศที่สำคัญมาก โดยอาจนับว่าเป็นแหล่งที่ใหญ่ที่สุดของการปล่อยก๊าซมีเทนที่มาจากมนุษย์ คิดเป็นปริมาณ 50 ถึง 100 ล้านตันต่อปี (GHG Online b) ด้วยเหตุที่ประชากรโลกเพิ่มจำนวนขึ้น การลดการผลิตข้าวเพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทนจึงไม่ใช่กลยุทธ์ที่เหมาะสม พันธุ์ข้าวหลายชนิดสามารถเจริญเติบโตในสภาวะที่มีความชื้นน้อยกว่าพันธุ์ข้าวในอดีต และสามารถลดการปล่อยก๊าซมีเทนได้ปริมาณมากโดยที่ไม่กระทบต่อผลผลิต การยึดหลักการทำการเกษตรแบบอนุรักษ์สำหรับพืช เช่น ข้าวนาชลประทานจะช่วยลดการใช้น้ำในการเพาะปลูก และการเปลี่ยนสภาพดินจากภาวะที่ไม่ต้องใช้ออกซิเจนเป็นใช้ออกซิเจนจะทำให้การปรับรูปแบบของการชลประทานเพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทนง่ายดายขึ้น ในขณะเดียวกัน การพัฒนาพันธุ์ข้าวให้มีผลผลิตต่อพื้นที่สูงขึ้นยังเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดพื้นที่ปลูกข้าวโดยที่ผลผลิตไม่ลดตามลงไปด้วย และในบางสภาวะพบว่า การเพิ่มสารประกอบที่เอื้อต่อการทำงานของจุลินทรีย์มากกว่ากลุ่มเมทาโนเจน (อาร์เคียกลุ่มที่สร้างก๊าซมีเทน)…
Menu Title