Browsing: Buildings

กระทรวงพลังงาน วางเกณฑ์มาตรฐานการอนุรักษ์พลังงานบังคับใช้สำหรับอาคารสร้างใหม่หรือดัดแปลง 9 ประเภท ได้แก่ สถานพยาบาล สถานศึกษา สำนักงาน อาคารชุด อาคารชุมนุมคน โรงมหรสพ โรงแรม อาคารสถานบริการ และ อาคารศูนย์การค้าหรือห้างสรรพสินค้า กำหนดใช้ในพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานสอดรับแผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP 2015) ทั้งนี้ การกำหนดเกณฑ์มาตรฐานการอนุรักษ์พลังงานในอาคาร หรือ Building Energy Code ถือเป็นหนึ่งมาตรการในกลยุทธ์ภาคบังคับที่กำหนดขึ้นภายใต้ พรบ. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535  สำหรับมาตรฐานการออกแบบอาคารตามมาตรฐาน Building Energy Code ประกอบด้วยมาตรฐานสำคัญ 6 ส่วน ดังนี้ ระบบกรอบอาคาร จะต้องมีค่าการถ่ายเทความร้อนรวมของผนังด้านนอกอาคารและผนังหลังคา ต้องไม่เกินค่าที่กำหนด ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง จะต้องมีระดับความส่องสว่างสำหรับงานแต่ละประเภทจะต้องเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และต้องใช้กำลังไฟฟ้าสูงสุดไม่เกินค่าที่กำหนด ระบบปรับอากาศ ในแต่ละประเภทและขนาดต่างๆ จะต้องมีค่าสัมประสิทธิ์สมรรถนะขั้นต่ำ ค่าประสิทธิภาพการให้ความเย็น และค่าพลังไฟฟ้าต่อตันความเย็นเป็นไปตามที่กำหนด อุปกรณ์ผลิตความร้อน จะต้องมีค่าประสิทธิภาพขั้นต่ำตามเกณฑ์ที่กำหนด การใช้พลังงานรวม กรณีที่การออกแบบไม่เป็นไปตามมาตรฐานตามข้อ 1 ข้อ 2 หรือ ข้อ 3 ให้พิจารณาตามเกณฑ์การใช้พลังงานโดยรวมของอาคารอ้างอิง โดยใช้หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณในการออกแบบอาคารแต่ละระบบที่กำหนด การใช้พลังงานหมุนเวียน ในระบบต่างๆ…

ในปัจจุบัน ภาคการก่อสร้างเผชิญความท้าทายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่สิ่งแวดล้อม ในขณะที่ต้องรักษามาตรฐานและคุณภาพในการก่อสร้าง กว่า 1 ใ น 3 ของสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกมาจากภาคการก่อสร้าง โดยสาเหตุหลักมาจากการใช้พลังงานเชื้อเพลิงจากฟอสซิลเป็นหลักในการผลิตวัสดุก่อสร้างสำหรับระบายความร้อน ระบบแสงสว่าง ระบบน้ำร้อน อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ซึ่งการบรรเทาและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในด้านการก่อสร้างนอกจากจะสร้างโอกาสในการสร้างระบบเศรษฐกิจที่ยังยืนแล้วยังสร้างโอกาสการทำงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการก่อสร้างมาจากการใช้ไฟฟ้า (8.6 กิกะตันของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า หรือ GtCO2) และฮาโลคาร์บอน (รวมถึงคลอโรฟลูออโรคาร์บอนหรือ CFCs และไฮโดรคลอโรฟลูโอโรคาร์บอน หรือ HCFCs ในสารทำความเย็นประมาณ 1.5 กิกะตันของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า) ในปีพ.ศ. 2547 IPCC ประเมินว่าภาคการก่อสร้างปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสู่ชั้นบรรยากาศประมาณ 3 กิกะตันต่อปี ทั้งนี้ภาคการก่อสร้างเสนอการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบบประหยัดต้นทุนในทุกภูมิภาคภายในปี พ.ศ. 2573 ซึ่งมีตั้งแต่ 0-2 ดอลลาร์สหรัฐต่อกิกะตันของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าในประเทศกำลังพัฒนา โดยใช้มาตรการการออกแบบภายในอาคารแบบบูรณาการ การปรับปรุงซ่อมแซมอย่างมีประสิทธิภาพและการใช้อาคารที่ใช้พลังงานน้อยที่สุดหรือเป็นศูนย์และอาคารที่ไม่ใช้พลังงาน กระบวนการบูรณาการเพื่อการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในบริบทของโลกด้านการก่อสร้าง ประกอบด้วย 3 ดานหลักคือ ด้านฮาร์ดแวร์ ได้แก่ กลยุทธ์การออกแบบ เทคโนโลยีและการปฏิบัติ ด้านซอฟ์ทแวร์ ได้แก่ แนวทางปฏิบัติ ประสบการณ์และความรู้ ด้าน Orgware ได้แก่ ความเป็นไปได้สำหรับการดำเนินงานและการแพร่หลายของเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงนโยบายการสนับสนุนและเสริมสร้างศักยภาพการฝึกอบรมซึ่งเป็นรูปแบบพื้นฐานของด้านฮาร์ดแวร์ ซึ่งหมายถึงรูปแบบการดำเนินชีวิตและพฤติกรรมของผู้ใช้งานโดยผ่านการศึกษาและโปรแกรมต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดความตระหนักรู้ กระบวนการบูรณาการเพื่อการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในบริบทของโลกด้านการก่อสร้างดังกล่าวมีส่วนช่วยในการปรับปรุงสามารถกำหนดความชัดเจนในการดำเนินงานและบรรเทาผลกระทบการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการก่อสร้างเพื่อที่จะปรับปรุงสภาพการทำงานและสภาพแวดล้อมของผู้ปฏิบัติงานโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่กำลังพัฒนาซึ่งมีความต้องการเข้าถึงในด้านเทคโนโลยี รายละเอียดของกรอบการทำงานเพื่อการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในบริบทของโลกด้านการก่อสร้างสามารถแบ่งได้ 8…
Menu Title