Browsing: Transport

กระทรวงคมนาคมประกาศในปี พ.ศ. 2554 ว่าจะดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น มาตรการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพในภาคการขนส่งและมาตรการการขนส่งอย่างยั่งยืน ในขั้นแรกจะมีการปรับปรุงระบบขนส่งสาธารณะที่เรียกว่า “การส่งเสริมการใช้รถประจำทางและการเดินทางที่ไม่ใช้เครื่องยนต์ เพื่อเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล” (People - centered Urban Mobility in Bangkok) โดยใช้เงินสนับสนุนจากกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกที่เหมาะสมของประเทศ (Nationally Appropriate Mitigation Actions, NAMAs) หรือกองทุนสภาพภูมิอากาศสีเขียว คาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 0.3-0.7 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า(MtCO2e) ภายในปีพ.ศ. 2568 และคาดว่าหลังจากปี 2568 จะมีการดำเนินมาตรการ 4 อย่าง ได้แก่ ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากพลังงานชีวภาพในการขนส่งสาธารณะ เปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์ยานพาหนะที่ประหยัดพลังงานขึ้น ปรับปรุงการประสานงานและการทำงานของระบบขนส่ง และเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของประชาชนที่เดินทางสัญจรเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (MoT, 2015). นอกจากนี้รัฐบาลไทยและรัฐวิสาหกิจยังมุ่งเน้นการใช้รถยนต์ไฟฟ้า และแผนงานเกี่ยวกับการใช้รถยนต์ไฟฟ้ากำลังอยู่ในกระบวนการร่าง (OIE, 2558) ขณะเดียวกันการไฟฟ้านครหลวงก็กำลังดำเนินการติดตั้งสถานีประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (MEA, 2013) ภาคการการขนส่งจัดอยู่ในกลุ่มที่มีอัตราการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลค่อข้างสูงเมื่อพิจารณาภาพรวมของเศรษฐกิจไทย โดยเชื้อเพลิงฟอสซิลส่วนใหญ่มาจาการนำเข้าซึ่งทำให้สถานภาพการใช้เชื้อเพลิงของไทยค่อนข้างผันผวนตามกระแสของราคาน้ำมันโลกและการมีอยู่อย่างจำกัดของน้ำมัน ซึ่งส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในภาคขนส่งและการเดินทางค่อนข้างสูง ในปี 2556 มีการสำรวจพฤติกรรมการเดินทางของประชากรในประเทศไทยพบว่าประชากรส่วนใหญ่นิยมรูปแบบการเดินทางบนท้องถนนที่มีค่าใช้จ่ายสูงมากกว่าการใช้รูปแบบการเดินทางอื่นๆที่มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่าดังที่แสดงไว้ใน ตารางที่ 5.XX ซึ่งเมื่อตรวจสอบกับข้อมูลสถิติการลงทะเบียนยานพาหนะบนท้องถนนแล้วพบว่ามีอัตราส่วนเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5 จาก 34.6 ล้านคัน (รวมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ และรถจักรยานยนต์) ในปี 2556…

ภาคการขนส่งเป็นต้นเหตุการปล่อยคาร์บอนที่เกี่ยวข้องกับพลังงานราว 1 ใน 4 ของการปล่อยทั่วโลก เนื่องจากการขนส่งจำเป็นต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิง (UNFCCC, 2014) แต่ก็มีหลายมาตรการที่สามารถนำมาใช้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการขนส่งได้ หลายประเทศสนับสนุนการใช้ยานพาหนะที่ประหยัดน้ำมันและยานพาหนะแบบไฮบริด ปัจจุบันทั่วโลกก็หันมาให้ความสนใจรถที่ใช้ไฟฟ้าเนื่องจากเทคโนโลยีของรถชนิดนี้สามารถทำกำไรได้และช่วยลดต้นทุน นอกจากนี้การใช้รถไฟและระบบขนส่งสาธารณะยังสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในเมืองใหญ่ได้ ยานพาหนะสะอาด (Cleaner Vehicles) เทคโนโลยีทางเลือกเพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมในภาคการคมนาคมขนส่งมีอยู่หลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยียานพาหนะขั้นสูง เชื้อเพลิงทางเลือก และการปรับปรุงคุณภาพเชื้อเพลิง โดยในส่วนนี้จะทำการเปรียบเทียบระหว่างเทคโนโลยียานพาหนะ 3 ประเภท ได้แก่ รถยนต์ไฮบริด (Hybrid Electric Vehicles: HEV) รถยนต์ไฮบริดจ์เป็นการผสมผสานเทคโนโลยีเครื่องยนต์เผาไหม้และเครื่องยนต์ไฟฟ้าเข้าด้วยกัน ส่งผลให้มีการใช้เชื้อเพลิงและการปล่อยมลพิษจากท่อไอเสียลดลงเมื่อเทียบกับรถยนต์แบบธรรมดา การพัฒนารถยนต์ไฮบริดจ์ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนารถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าซึ่งจะทำให้ไม่มีการปล่อยมลพิษที่เกิดจากการเผาไม้ชื้อเพลิงอีก รถยนต์ดีเซลสะอาด (Clean Diesel Vehicles: CDV) เป็นการผสมผสานกันของเทคโนโลยีบำบัดขั้นสูงในเครื่องยนต์ เช่น ตัวกรอง หรือการใช้น้ำมันดีเซลที่มีสารประกอบซัลเฟอร์ต่ำในรถยนต์ เทคโนโลยีเหล่านี้สามารถนำไปใช้สำหรับรถโดยสารประจำทางหรือรถบรรทุกก็ได้ รถยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติอัดแรงดัน (Compressed Natural Gas Vehicles: CNG) เป็นการดัดแปลงเครื่องยนต์ให้สามารถทำงานได้โดยการใช้ก๊าซธรรมชาติ (95% ก๊าซมีเทน) โดยจะทำการบรรจุก๊าซเข้าไปในถังเชื้อเพลิงที่ความดันสูง (ประมาณ 200-240 บาร์) โดยสามารถดัดแปลงทั้งเครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ดีเซลให้มีความเหมาะสมสำหรับการใช้ก๊าซธรรมชาติ โดยทำการเปรียบเทียบในแง่ของการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การใช้เชื้อเพลิง พบว่ามีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และมลพิษทางอากาศอื่นๆ น้อยกว่ารถยนต์ทั่วไป อีกทั้งยังใช้เชื้อเพลิงน้อยกว่ารถยนต์ทั่วไปโดยตลอดอายุการใช้งานของรถยนต์ไฮบริดจ์สามารถลดการใช้เชื้อเพลิงลงได้ถึง 6,000…
Menu Title