Browsing: Waste

ปัญหาขยะมูลฝอยชุมชนของประเทศไทย นับว่าเป็นปัญหาสำคัญที่อยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนานไม่ว่าจะเป็นปริมาณการผลิตขยะที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจากสถานการณ์ขยะมูลฝอยในปี 2556 มีปริมาณขยะมูลฝอย ถึง 26.77 ล้านตัน ได้รับการจัดการอย่างถูกต้องเพียง 7.2 ล้านตันที่เหลือเป็นการกำจัดขยะมูลฝอยที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ซึ่งสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้เพียง5.1 ล้านตัน ซึ่งปัญหาดังกล่าวก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม และส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยของประชาชน โดยขยะชุมชนที่เกิดขึ้นสามารถจำแนกตามองค์ประกอบได้ 4 ประเภท ได้แก่ ขยะย่อยสลาย ขยะรีไซเคิล ขยะอันตราย และขยะทั่วไป โดยขยะแต่ละประเภทจะต้องได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม โดยมีขั้นตอนวิธีดำเนินการ อันประกอบไปด้วย 6 ขั้นตอน ภายใต้หลักการ การลดปริมาณขยะและการใช้ซ้ำ (Reduce and Reuse) การนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycling) การผลิตพลังงาน (Energy Recovery) และการกำจัดขั้นตอนสุดท้าย (Final Disposal) ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยชุมชนที่ผ่านมา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพบว่าปัญหาสำคัญในการดำเนินการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยที่ผ่านมา ได้แก่ ข้อจำกัดด้านงบประมาณ ข้อจำกัดในด้านสมรรถนะองค์กร ปัญหาด้านการผลักดันนโยบายสู่การปฏิบัติ ปัญหาข้อจำกัดด้านสถานที่ ปัญหาผลกระทบของสารเคมีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ปัญหาด้านการประชาสัมพันธ์ จากปัญหาดังกล่าวข้างต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เสนอแนวทางและมาตรการในการแก้ไขปัญหาการดำเนินการในปี 2555-2559 สาระสำคัญ ดังนี้ ส่งเสริมและสนับสนุนระบบการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนแบบครบวงจรและระบบศูนย์รวม สนับสนุนและขยายผลให้ประชาชนลดปริมาณการเกิดขยะมูลฝอยจากบ้านเรือนโดยหลักการ 3Rs (Reduce Reuse and Recycle) สร้างแรงจูงใจด้านรายได้ให้กับประชาชนในการร่วมกันคัดแยกขยะมูลฝอยตั้งแต่บ้านเรือน ส่งเสริมธุรกิจรีไซเคิลหรือการแปรรูปใช้ใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จัดทำระบบการเรียกคืนซากของเสียอันตรายจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้ว…

ปัจจุบันประเทศไทยมีกรอบนโยบายปรับปรุงการใช้ประโยชน์จากขยะและลดจำนวนขยะ ส่งเสริมการผลิตพลังงานจากขยะ จัดตั้งการปกครองท้องถิ่นเพื่อพัฒนาโรงงานจัดการขยะและอนุญาตให้ภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมโครงการจัดการขยะ (UNEP, 2555) ทั้งนี้รัฐบาลไทยตั้งเป้าให้ติดตั้งเทคโนโลยีนี้ไว้ที่ 500 เมกะวัตต์ ภายในปี 2579 นอกจากนี้ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติได้มีมติในวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2558 เกี่ยวกับแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก โดยส่งเสริมแนวทางในการจัดทำแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (Alternative Energy Development Plan: AEDP 2015 - 2036) ซึ่งมียุทธศาสตร์ในการส่งเสริมพลังงานชีวภาพ โดยให้ความสำคัญต่อการตั้งเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะ ชีวมวล และก๊าซชีวภาพให้ได้เต็มตามศักยภาพเป็นลำดับแรก ซึ่งจากการสำรวจพบว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าจากขยะได้ประมาณ 500 เมกะวัตต์ และแรงจูงใจจากรัฐบาลไทยทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการดึงดูดนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนได้ (EPPO, 2558) เทศบาลตำบลเมืองแกลงเป็นตัวอย่างกรณีศึกษาของการจัดการขยะในระดับท้องถิ่น โดยใช้แนวคิดในการดำเนินงานคือ “ผู้ก่อคือผู้แก้” เทศบาลฯ ได้ยกเลิกการตั้งถังขยะสาธารณะบนถนนที่เข้าร่วมโครงการ และครัวเรือนมีหน้าที่รวบรวมขยะและคัดแยกเบื้องต้น แนวทางนี้เป็นประโยชน์ต่อชุมชนมากกว่าการทิ้งขยะลงถังขยะสาธารณะเพราะเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน นอกจากนี้เยาวชนยังได้รับการปลูกฝังจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวมผ่านการทำกิจกรรมการแยกขยะอย่างต่อเนื่อง  สำหรับขยะที่ย่อยสลายได้ เช่น กิ่งไม้สดที่เกิดจากการตัดแต่งพื้นที่สีเขียวของเทศบาล  จะนำไปใช้หมักทำน้ำจุลินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพ ซึ่งการนำขยะอินทรีย์มาใช้ประโยชน์มีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนและลดกลิ่นเหม็นที่เกิดจากการฝังกลบขยะ  นอกจากนี้เทศบาลฯ ยังได้ติดตั้งระบบก๊าซชีวภาพจากขยะอินทรีย์มูลสุกรและนำก๊าซที่ได้ไปใช้ในการต้มน้ำของโรงฆ่าสัตว์ของเทศบาล กิจกรรมเหล่านี้ของเทศบาลเน้นความเป็นธรรมชาติ สะดวก ไม่สิ้นเปลืองพลังงาน  และยังสร้างรายได้จากการจำหน่ายปุ๋ย และขยะที่สามารถขายได้ เป็นต้น เพื่อนำไปพัฒนาเทศบาลต่อไป  แนวทางการจัดการขยะของเทศบาลที่กล่าวมานี้เป็นการประยุกต์แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพึ่งพาตนเอง และการทำลายสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดโดยอาศัยกระบวนการธรรมชาติในการแก้ไขปัญหาพลังงานและภาวะโลกร้อน…

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการจัดการขยะและของเสียคิดเป็นส่วนน้อยของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ทั้งหมด ภาคส่วนนี้จึงอยู่ในฐานะผู้ประหยัดก๊าซเรือนกระจกให้กับภาคส่วนอื่นๆ ด้วยการป้องกันการเกิดขยะและนำขยะกลับมาใช้ใหม่  (UNEP, 2010) มาตรการที่สามารถนำมาใช้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคส่วนนี้ ได้แก่ การนำก๊าซมีเทนที่เกิดจากการฝังกลบขยะมูลฝอยมาใช้ใหม่ การใช้เตาเผาขยะที่มีการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ การทำปุ๋ยหมักจากขยะอินทรีย์ การบำบัดน้ำเสีย การรีไซเคิลและการลดจำนวนขยะให้เหลือน้อยที่สุด (IPCC, 2550) ในส่วนของขยะจากการบริโภค (Post-consumer waste) นับเป็นส่วนน้อยที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด โดยส่วนประกอบหลักของก๊าซเรือนกระจกส่วนนี้ ประกอบด้วยก๊าซมีเทนที่เกิดจากการนำขยะไปฝังกลบ ก๊าซมีเทนที่เกิดจากน้ำเสีย และก๊าซไนตรัสออกไซด์ นอกจากนี้ ยังมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) อีกเล็กน้อย ที่เกิดจากการเผาขยะที่มีคาร์บอน (เช่น พลาสติก และวัตถุสิ่งทอสังเคราะห์) การทำให้ก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากขยะและของเสียลดน้อยลง สามารถทำได้ด้วยเทคโนโลยีที่หลากหลาย เช่น การนำก๊าซที่เกิดจากขยะที่ถูกฝังกลบมาใช้ (เพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทน) การนำขยะจากการบริโภคมาใช้ใหม่ (เพื่อป้องกันการสร้างขยะ) การทำปุ๋ยจากขยะและของเสีย (เพื่อหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก) รวมไปถึงการดำเนินกระบวนการที่สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่าการนำขยะไปฝังกลบ (กระบวนการที่ใช้ความร้อน เช่น การกำจัดขยะโดยการเผา กระบวนการเผาไหม้ร่วมกันทางอุตสาหกรรม การบำบัดโดยวิธีเชิงกลชีวภาพ (Mechanical Biological Treatment (MBT)) และการย่อยสลายโดยไม่ใช้ออกซิเจน) ดังนั้น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากขยะและของเสีย ต้องอาศัยเทคโนโลยีที่หลากหลาย โดยการนำเทคโนโลยีต่างๆ ไปประยุกต์ใช้นั้นจะขึ้นอยู่กับแรงผลักดันจากระดับท้องถิ่น ประเทศ และภูมิภาค ในการบริหารจัดการขยะและของเสีย และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แหล่งข้อมูล: UNEP. 2010. Waste…
Menu Title