Browsing: DEQP News

ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา นำนักเรียน ภาครัฐและเอกชน ปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ร่วมกันปลูกต้นพะยูง 100 ต้น พร้อมประชาสัมพันธ์เผยแพร่ให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว เมื่อช่วงสายของวันที่ 16 ส.ค. 2559 นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดฯ ได้ร่วมกับโรงเรียนบ้านหนองบัว (สหรัฐพิบูลประชาสรร) จัดกิจกรรมผู้ว่าฯ พาน้องปลูก โดยการนำเด็กๆ นักเรียนร่วมกันปลูกต้นพะยูงจำนวนกว่า 100 ต้น เพื่อทดแทนต้นเก่าที่ถูกแก๊งมอดไม้ลักลอบตัดต้นพะยูงอายุกว่า 100 ปี จำนวน 1 ต้นไป ที่โรงเรียนบ้านหนองบัว (สหรัฐพิบูลประชาสรร) หมู่ที่ 8 ตำบลบ้านโพธิ์ อ.เมืองฯ โดยมีหัวหน้าส่วนราชการภาครัฐ ภาคเอกชนก็ได้ร่วมด้วยช่วยกัน "กิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ตลอดจนเป็นการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการปลูกต้นไม้ และเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดโลกร้อนได้ด้วย" นายวิเชียร กล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีคนร้ายเข้าไปลักลอบตัดไม้พะยูงขนาดใหญ่ จำนวน 1 ต้น ในบริเวณโรงเรียนแห่งนี้ ซึ่งเป็นไม้ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี นับว่าเป็นพฤติกรรมที่อุกอาจไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่พี่น้องประชาชน ผู้นำชุมชน หมู่บ้านในพื้นที่จะต้องเป็นหูเป็นตาช่วยกันสอดส่องดูแลให้กับทางบ้านเมืองในการแจ้งเบาะแสข้อมูลข่าวสาร เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้…

ภาวะโลกร้อน หรือ ภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) เป็นปัญหาใหญ่ของโลกในปัจจุบัน สังเกตได้จากอุณหภูมิของโลกที่สูงขึ้น มีสาเหตุหลักของมาจากก๊าซเรือนกระจก ความรู้-ความเข้าใจ สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ภาวะโลกร้อน (Global Warming) เกิดจากการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจกที่ปกคลุมชั้นบรรยากาศของโลก ทำให้อุณภูมิภายในโลกสูงขึ้น เป็นเหตุให้ฤดูกาลทั่วโลกเปลี่ยนไป และก๊าซที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิล ก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse gas) ซึ่งประกอบด้วย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์, ก๊าซมีเทน, ก๊าซไนตรัสออกไซด์, ก๊าซโอโซนพื้นผิวดิน, ไอน้ำ, ก๊าซไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน, ก๊าซเพอร์ฟลูออโรคาร์บอน, ก๊าซซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์, และสารซีเอฟซี เป็นก๊าซที่มีคุณสมบัติในการดูดซับคลื่นรังสีความร้อน หรือรังสีอินฟาเรดได้ดี ก๊าซเหล่านี้มีความจำเป็นต่อการรักษาอุณหภูมิในบรรยากาศของโลกให้คงที่ ซึ่งหากบรรยากาศโลกไม่มีก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ ดังเช่นดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ ในระบบสุริยะแล้ว จะทำให้อุณหภูมิในตอนกลางวันนั้นร้อนจัด และในตอนกลางคืนนั้นหนาวจัด เนื่องจากก๊าซเหล่านี้ดูดคลื่นรังสีความร้อนไว้ในเวลากลางวัน แล้วค่อยๆ แผ่รังสีความร้อนออกมาในเวลากลางคืน ทำให้อุณหภูมิในบรรยากาศโลกไม่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน 2 ที่มา http://esh.fnal.gov ก๊าซเรือนกระจกมีความจำเป็นและมีความสำคัญต่อการรักษาระดับอุณหภูมิของโลก เนื่องจากภาวะก๊าซเรือนกระจกมีปฏิบัติการคล้ายกับการสะท้อนกลับของคลื่นในชั้นบรรยากาศที่กักเก็บความร้อนบางส่วนจากโลกไม่ให้ออกสู่ชั้นบรรยากาศ ที่ซึ่งทำให้อุณหภูมิในโลกมีระดับที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของสิ่งที่มีชีวิตและมีความสามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ ซึ่งถ้าหากปราศจากก๊าซเรือนกระจกสิ่งที่มีชีวิตในโลกอาจไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ โลกจะหนาวเย็นจนสิ่งมีชีวิตอยู่อาศัยไม่ได้ แต่การที่มีก๊าซเรือนกระจกมากเกินไปก็เป็นเหตุให้อุณหภูมิสูงขึ้นถึงระดับเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตได้เช่นกัน จากการคาดการณ์รูปแบบของสภาพดินฟ้าอากาศในช่วงระยะเวลาหนึ่งอย่างมีนัยสำคัญ เป็นที่สังเกตว่าในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมาโลกปัจจุบันนี้มีสภาพอบอุ่นเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้แนวโน้มของการเปลี่ยนแปลงมีอัตราเร่งที่สูงขึ้นในช่วง 10 ปีมานี้ ซึ่งอุณหภูมิของโลกโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมากกว่า 0.6 องศาเซลเซียส ในช่วง 100 ปี…

สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สภาพภูมิอากาศ คือ รูปแบบในระยะยาวของสภาพอากาศ (Weather) ในพื้นที่เฉพาะหนึ่งๆ หรืออธิบายได้อีกอย่างหนึ่งว่าเป็นค่าเฉลี่ยของสภาพอากาศ (Weather) ในภูมิภาคหนึ่งๆในช่วงเวลาหนึ่งๆซึ่งต้องมากกว่า 30 ปี การศึกษาเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศพิจารณาไปที่ ค่าเฉลี่ยของน้ำฝน อุณหภูมิ ความชื้นสัมพัทธ์ ความเร็วลมหรือ การตรวจวัดสภาพอากาศอื่นๆที่ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานในพื้นที่เฉพาะหนึ่งๆ เช่น จากการติดตามข้อมูลปริมาณน้ำฝน ระดับน้ำในแม่น้ำ อ่างเก็บน้ำและข้อมูลจากดาวเทียม พบว่าในช่วงหน้าร้อนพื้นที่ที่ศึกษามีความแล้งกว่าปกติและถ้าความแห้งแล้งนี้ยังปรากฏอย่างต่อเนื่องในทุกๆหน้าร้อนก็สามารถเป็นข้อบ่งชี้ได้ว่าสภาพภูมิอากาศมีการเปลี่ยนแปลง (NOAA 2005) สภาพภูมิอากาศส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติของโลกถ้าสภาพภูมิอากาศของโลกเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นก็จะทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้นเช่นอุณหภูมิของโลกสูงขึ้นทำให้ฤดูกาลต่างๆเปลี่ยนแปลงไปสิ่งมีชีวิตที่ไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปก็จะค่อยๆสูญพันธุ์ไปในที่สุด บางพื้นที่กลายเป็นทะเลทราย น้ำแข็งบริเวณขั้วโลกละลายและทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นโดยคาดว่าจะมีระดับน้ำทะเลสูงถึง 9-88 ซม. และอุณหภูมิเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 1.4-5.8 องศาเซลเซียสในปี ค.ศ.2100 จะทำให้เกิดน้ำท่วมเกาะเล็กๆ จมหายไป พื้นที่ที่อยู่อาศัยลดน้อยลงและสร้างความเสียหายกับชายฝั่ง เขตภูมิอากาศ เขตนิเวศและเขตเกษตร เขตอบอุ่นจะเคลื่อนไปอยู่ที่ละติจูดสูงขึ้นอีกประมาณ 150-550 กิโลเมตร ป่าไม้ทะเลทรายทุ่งหญ้าและพื้นที่ธรรมชาติต่างๆจะมีลักษณะอากาศชื้นแห้งแล้ง ร้อน หรือหนาวมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพอย่างกว้างขวางคุกคามขีดความสามารถในการผลิตอาหารของโลก ทำให้ทรัพยากรน้ำเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพต่างๆจะเสียหาย (กรมอุตุนิยมวิทยา, มปป) นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเกิดจากสาเหตุทางธรรมชาติและมนุษย์เป็นตัวการสำคัญ การเปลี่ยนแปลงโดยสาเหตุทางธรรมชาติต้องใช้ระยะเวลายาวนาน แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์จะเห็นผลได้ในระยะเวลาที่สั้นกว่า ปัจจัยจากธรรมชาติ การหมุนรอบตัวเองของโลกและรอบดวงอาทิตย์ การเปลี่ยนแปลงแนววงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์มีผลต่อภูมิอากาศเนื่องจากการกระจายของพลังงานรังสีดวงอาทิตย์ที่ตกลงมายังผิวโลกตามละติจูดต่างๆเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย คือจะทำให้ฤดูกาลในภูมิอากาศต่างๆบนพื้นผิวโลกเปลี่ยนแปลงด้วยอย่างเป็นลูกโซ่ โดยที่ Milankovitch นักดาราศาสตร์ชาว ยูโกสลาเวียได้สร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์จากข้อมูลต่างๆ (ปานทิพย์, 2554) ประกอบด้วย - การเปลี่ยนแปลงการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ทำให้เกิดความแตกต่างของระยะทางระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ซึ่งจะมีผลต่อความแตกต่างของอุณหภูมิตามฤดูกาลต่างๆน้อยมากแต่จะมีบทบาทที่สำคัญมากต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกในช่วงระยะเวลานับพันปี 80…
Menu Title