Browsing: Thailand’s Policies

แผนยุทธศาสตร์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านสาธารณสุข ประกอบด้วย วิสัยทัศน์ วัตถุประสงค์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์ ตัวชี้วัด มาตรการ หน่วยงานรับผิดชอบหลักและรอง รวมทั้งแนวทางการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ฯ มีสาระส้าคัญโดยสรุป ดังนี้ วิสัยทัศน์ ประเทศไทยมีภูมิคุ้มกันและมีความพร้อมด้านสาธารณสุขในการรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยการบูรณาการศักยภาพของทุกภาคส่วน เพื่อให้ประชาชนไทยด้ารงชีวิตเป็นปกติสุขและมีสุขภาพดี วัตถุประสงค์ 1) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของระบบสาธารณสุขในการรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 2) เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ และสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคประชาชนในการเตรียมการรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านสาธารณสุข พันธกิจ 1) สื่อสาร เผยแพร่ให้ความรู้ ความเข้าใจ เพื่อสร้างความตระหนักแก่ประชาชนด้านผลกระทบต่อสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งการปรับตัวด้านสาธารณสุข 2) พัฒนากลไกเพื่อส่งเสริมและผลักดันให้ส่วนราชการ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชน ในการน้ามิติด้านภัยสุขภาพไปบูรณาการในการพัฒนานโยบาย แผนงาน และกิจกรรม ด้านการจัดการความเสี่ยงและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 3) พัฒนาระบบการเฝ้าระวังโรคและพัฒนาศักยภาพระบบการให้บริการสาธารณสุขในการรับมือภัยสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 4) วิจัยและพัฒนา องค์ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ค้นคว้าพัฒนาเครื่องมือในการประเมินผลกระทบ ความเปราะบาง ศักยภาพการปรับตัวด้านสาธารณสุขจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมทั้งพัฒนาแนวทางสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกของภาคส่วนสาธารณสุข ยุทธศาสตร์ ยุทธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาระบบการสื่อสารให้ความรู้และความเข้าใจแก่ประชาชน เพื่อสร้างความตระหนักและการเตรียมความพร้อมในการรับมือด้านผลกระทบสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มุ่งสร้างความรู้ ความเข้าใจ และสร้างความตระหนัก เรื่อง ผลกระทบต่อสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีความพร้อมรับมือผลกระทบต่อสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการและแก้ไขปัญหาผลกระทบสุขภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนากลไกความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภายในภาคการสาธารณสุขและกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งองค์กรภาคประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการมีส่วนร่วมการสร้างภูมิคุ้มกันและสร้างความพร้อมด้านการสาธารณสุขในการรับมือและการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ…

ยุทธศาสตร์การวิจัยกาหนดเป้าประสงค์ของยุทธศาสตร์การวิจัยไว้ คือ ประเทศไทยสามารถรักษาสวัสดิการสังคมทั้งด้านคุณภาพชีวิต ความมั่นคงทางอาหารและพลังงาน และทุนธรรมชาติ (Nature Capital) เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนสังคมไทยมีภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ สังคม และระบบนิเวศที่ดีขึ้น สามารถเผชิญกับความเสี่ยงจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศประเทศไทยมีขีดความสามารถในการร่วมมือกับนานาชาติในการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะการกาหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสามารถดำเนินการบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ความมั่นคงทางอาหาร และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และประเทศไทยสามารถเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาและการแข่งขันโดยอาศัยโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในการเป็นสังคมคาร์บอนต่ำได้ภายในปี 2593 สำหรับปัจจัยแห่งความสำเร็จของยุทธศาสตร์ คือ ต้องมีแผนการดำเนินงาน/แผนปฏิบัติการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของทุกภาคส่วนและทุกระดับ ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว มีการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่นาไปสู่สมดุลของระบบนิเวศ การผลิตอาหาร และการพัฒนาที่ยั่งยืน มีหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสามารถนาแผนไปดาเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรม และสามารถจัดทาแผนงาน/โครงการของหน่วยงานให้มีความเชื่อมโยงและสอดคล้องกับแผนแม่บทฯ แผนของทุกหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้รับงบประมาณและสามารถดาเนินงานตามแผนได้ตามระยะเวลาที่กาหนด และระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ลดลงของทุกภาคส่วนและทุกระดับโดยความสมัครใจภายในปี 2593  ข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.kmutt.ac.th/rippc/nrct59/48s24.pdf

แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) PDP จัดทำขึ้นเพื่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ เพื่อให้มีความมั่นคงครอบคลุมทั้งระบบผลิตไฟฟ้า ระบบส่งไฟฟ้า และระบบจำหน่ายไฟฟ้ารายพื้นที่ ต้นทุนค่าไฟฟ้าอยู่ในระดับที่เหมาะสมสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงประชาชนไม่แบกรับภาระมากเกินไป ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมลดการปล่อย CO2 ไม่สูงกว่าแผน PDP2010 ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3 โดยส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนให้ยั่งยืน แผนอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2558–2579 (Energy Efficiency Plan; EEP 2015) โดยมีเป้าหมายดังนี้ ลดความเข้มการใช้พลังงาน (Energy Intensity; EI) ลงร้อยละ 30 ในปี พ.ศ. 2579 (ค.ศ. 2036) เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2553 (ค.ศ. 2010) ตระหนักถึงเจตจานงของ APEC มีเป้าหมายร่วมในการลด EI ลงร้อยละ 45 ในปี พ.ศ. 2578 เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2548 (ค.ศ. 2005) โดยมุ่งเน้นสัดส่วนที่ประเทศไทยจะสามารถมีส่วนร่วมได้เป็นหลัก ตระหนักถึงเจตจำนงของ UNFCCC ในการประชุม COP 20 ที่ประเทศไทยได้เสนอเป้าหมาย NAMAs ในปี พ.ศ. 2563…

โครงการอุตสาหกรรมสีเขียว สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว ในช่วงเวลาที่ผ่านมาประเทศไทยได้เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และ ภัยธรรมชาติที่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจ และการดำเนินชีวิตของประชาชน นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับโลก ระดับภูมิภาคและประเทศ ที่มีผลต่อการพัฒนาประเทศ ดังนั้นรัฐบาลจึง ได้เตรียมความพร้อมระบบเศรษฐกิจของประเทศให้สามารถปรับตัวรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยสร้างโอกาสเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจด้วยการพัฒนาคน สร้างฐานความรู้เทคโนโลยี นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์บนพื้นฐานของการผลิตในภาคอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งน้อมนำ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” มาประยุกต์ใช้เป็นธงชัยในการนำทางการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่องสู่ความสมดุลและยั่งยืน กระทรวงอุตสาหกรรมได้ริเริ่ม “โครงการอุตสาหกรรมสีเขียว” ขึ้นในปี พ.ศ. 2554 เพื่อส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมให้มีการประกอบกิจการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีความรับผิดชอบต่อสังคมให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถอยู่ร่วมกับสังคมและชุมชนได้อย่างมีความสุขไปพร้อมๆ กันเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ขอบเขต คู่มืออุตสาหกรรมสีเขียวเล่มนี้จะใช้เป็นแนวทางสําหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ทุกขนาด ทุกประเภท ทุกพื้นที่ เพื่อการดําเนินการการขอรับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวจากกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งครอบคลุม นิยามศัพท์ หลักการ แนวทางปฏิบัติเพื่อการพัฒนาสู่อุตสาหกรรมสีเขียวและขั้นตอนการให้การรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวในแต่ละระดับของกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมได้ผนึกกําลังกับทุกหน่วยงานของกระทรวงอุตสาหกรรมและสถาบันเครือข่าย โดยเฉพาะสํานักงานอุตสาหกรรมจังหวัดและนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศส่งเสริมให้สถานประกอบการทั่วประเทศใส่ใจในการดําเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องสู่การเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวใน 5 ระดับ ได้แก่ ระดับที่ 1 ความมุ่งมั่นสีเขียว (Green Commitment) คือ การแสดงความมุ่งมั่นในรูปแบบของนโยบาย เป้าหมายและแผนงานที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และมีการสื่อสารภายในองค์กรให้ทราบโดยทั่วกัน ระดับที่ 2 ปฏิบัติการสีเขียว (Green Activity) คือ การดําเนินกิจกรรมตามนโยบาย เป้าหมายและแผนงานที่กําหนดเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมและสําเร็จตามความุ่งมั่นที่ตั้งไว ระดับที่ 3 ระบบสีเขียว (Green System)…

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้จัดทำแผนบรรเทาภาวะโลกร้อนด้านการเกษตรขึ้น โดยใช้ 3 ยุทธศาสตร์หลักในการดำเนินการ ได้แก่ (1) ยุทธศาสตร์ด้านการบริหารจัดการองค์ความรู้ (2) ยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหา (3) ยุทธศาสตร์ด้านการรณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ และพัฒนาบุคลากร เพื่อพัฒนา ความเข้มแข็งแก่หน่วยงานและพัฒนากลไกการดำเนินงานด้านความร่วมมือ โดยแบ่งแผนการดำเนินงานบริหารจัดการออกเป็น 5 ด้าน แผนงานด้านพืช แผนงานด้านดิน แผนงานด้านนํ้า แผนงานด้านปศุสัตว์และการประมง แผนงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับการเกษตร ดาวโหลดข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.oae.go.th/download/climate_change/climate_full.pdf เชื่อมไปยัง (ลิ้งค์ภายใน): กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.moac.go.th

การปรับเปลี่ยนภาวะเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของโลก รวมทั้งผลจากการเจรจาในเวทีสหประชาชาติภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในช่วงที่ผ่านมา มีแนวโน้มนาไปสู่การกำหนดเปูาหมายลดก๊าซเรือนกระจกของทุกประเทศที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้น รัฐภาคีอนุสัญญาฯ ต่างตระหนักถึงทิศทางหลักของการพัฒนา ซึ่งจะต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์สู่เศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำบนพื้นฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืน องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ในฐานะหน่วยงานหลักในการส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย จึงต้องวางยุทธศาสตร์การทางานให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาตามกระแสโลกดังกล่าว โดยปรับเปลี่ยนบทบาทจากเดิมที่เน้นการเป็นองค์กรรับรองโครงการตามกลไกการพัฒนาที่สะอาด ไปสู่การเป็นองค์กรหลักในการจัดการก๊าซเรือนกระจกและผลักดันการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การพัฒนา โดยเน้นการสร้างเครือข่าย (Networking) เชื่อมโยงกับหน่วยงานรัฐและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันผลักดันเปูาหมายเชิงนโยบายในการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ให้เข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนการพัฒนาสู่สังคมคาร์บอนต่าอย่างเป็นรูปธรรม ประเด็นยุทธศาสตร์กลยุทธ์หลัก ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 1 สนับสนุนทุกภาคส่วนในการลดก๊าซเรือนกระจกด้วยกลไกต่างๆ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ 2 พัฒนาระบบสารสนเทศ และการจัดการองค์ความรู้ด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก ข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.tgo.or.th/2015/thai/index.php เชื่อมไปยัง (ลิ้งค์ภายใน): องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน)

แผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2550 – 2554 ได้กำหนดกรอบแนวคิดตามหลักของปรัญชาของเศรษฐกิจพอเพียง และมีความสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550 – 2554) ซึ่งเน้นเรื่อง การสร้างสังคมที่มีความสุขอย่างยั่งยืน บนรากฐานการพัฒนาของความสมดุลในมิติเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีแนวทางการจัดการแบบบูรณาการที่สอดรับกับระบบนิเวศของแต่ละพื้นที่ รวมทั้งได้มีการผสมผสานการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นร่วมกับการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ดาวโหลดข้อมูลเพิ่มเติม: แผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2550-2554 เชื่อมไปยัง (ลิ้งค์ภายใน): กรมควบคุมมลพิษ ข้อมูลเพิ่มเติม: http://www.pcd.go.th

การพัฒนาประเทศในระยะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 จะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันในมิติต่างๆ ให้แก่ ปัจเจก ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศ โดยใช้แนวคิดและทิศทางการพัฒนาประเทศสู่ความยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงต่อเนื่องจากแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 พร้อมทั้งขยายการน าทุนของ ประเทศที่มีศักยภาพจาก ๓ ทุน ทั้งทุนสังคม ทุนเศรษฐกิจ และทุนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็น 6 ทุน ได้แก่ ทุนมนุษย์ ทุนสังคม ทุนกายภาพ ทุนทางการเงิน ทุนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และทุน ทางวัฒนธรรมมาใช้ประโยชน์อย่างบูรณาการและเกื้อกูลกัน โดยเฉพาะการสร้างฐานทางปัญญาเพื่อเป็น ภูมิคุ้มกันให้กับคนและสังคมไทยเป็นสังคมที่มีคุณภาพ ก้าวสู่สังคมและเศรษฐกิจสีเขียวที่มีแบบแผนการผลิต และบริโภคอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยน าความรู้และจุดแข็งของอัตลักษณ์ไทยมาปรับ โครงสร้างเศรษฐกิจบนฐานนวัตกรรมที่เข้มแข็ง เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในภูมิภาคอย่างรู้ เท่าทัน สร้างความยั่งยืนของภาคเกษตรและความมั่งคั่งด้านอาหารและพลังงาน รวมทั้งการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างระบบธรรมาภิบาลและความ สมานฉันท์ในทุกภาคส่วนและทุกระดับ เป็นฐานการพัฒนาประเทศที่มั่นคงและสมดุล มุ่งสู่การอยู่ร่วมกันใน สังคมอย่างมีความสุขและเป็นธรรม การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ให้ความสำคัญกับการบริหาร จัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้เพียงพอต่อการรักษาสมดุลของระบบนิเวศบนพื้นฐานของการมี ส่วนร่วมของชุมชนในการดูแล รักษาและใช้ประโยชน์ การปรับกระบวนทัศน์การพัฒนาและขับเคลื่อนประเทศ ไปสู่การเป็นเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อม รองรับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติทางธรรมชาติสร้างภูมิคุ้มกันด้านการค้าจากเงื่อนไขด้าน สิ่งแวดล้อมและเพิ่มบทบาทของไทยในเวทีประชาคมโลกเพื่อให้สังคมมีภูมิคุ้มกัน สามารถสนับสนุนการพัฒนา เศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตให้คนในสังคมไทย ยุทธศาสตร์การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ประเทศไทยมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อให้ประเทศสามารถลดความเสี่ยงและบริหารจัดการรวมทั้งสร้างความพร้อมในการรับมือกับปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวข้างต้นได้ ทั้งนี้ เพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นฐานที่มั่นคงในการพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืน…

แผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทยเป็นแผนงานที่บูรณาการนโยบายและแผนการดำเนินงาน ที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าด้วยกัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนความริเริ่มเตรียมพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมไทย และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักการ ยึดแนวคิดการสนับสนุนภาครัฐในการเร่งให้เกิดความเปลี่ยนแปลง และส่งเสริมการเป็นหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนที่เข้มแข็ง ไปพร้อมๆกับการใช้หลักการผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย แบ่งแผนปฏิบัติงานออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว และเตรียมการสำหรับการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน รวมถึงปรับปรุงแผนแม่บททุกๆ 10 ปี เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพโดยรวมของแผนแม่บทและการดำเนินงาน วิสัยทัศน์ ประเทศไทยมีแผนงานและแนวทางในการเตรียมพร้อมรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสามารถนำแผนงานและแนวทางดังกล่าวมาใช้อย่างเหมาะสม รวมถึงเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาไปสู่เศรษฐกิจพอเพียงและสังคมคาร์บอนต่ำ พันธกิจ ทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีความพร้อมและมีทักษะในการจัดการกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งเสริมให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกบนพื้นฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการมีผลประโยชน์ร่วมกันในบริบทของสังคมไทย ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและวิถีชีวิตของคนไทย พัฒนาความรู้และกลไกในการกระตุ้นให้เกิดแผนบูรณาการเพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างมีประสิทธิภาพในทุกระดับ ร่วมมือกับประชาคมโลกในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยไม่ทำให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของไทย ส่งเสริมการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันอุปสรรคต่อการพัฒนาและความสามารถในการแข่งขันของไทยในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ จุดประสงค์ เพื่อร่วมมือกับประชาคมโลกในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโดยไม่ทำให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของไทย เพื่อส่งเสริมการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันอุปสรรคต่อการพัฒนาและความสามารถในการแข่งขันของไทยในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เพื่อทำหน้าที่เป็นแผนงานและกลไกสำหรับแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย ทั้งในด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกภาคส่วน เพื่อกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนและทุกระดับสามารถสร้างแผนดำเนินงานสำหรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนของไทย โดยสอดคล้องกับความพยายามในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ สอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในปี 2593 โดยไม่กระทบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) หรือลดการเติบโตของขีดความสามารถในการพัฒนาและความสามารถในการแข่งขัน ดาวน์โหลดเอกสารได้ที่ http://climate.onep.go.th/wp-content/uploads/2015/10/ccmp_2558_2593.pdf แหล่งข้อมูล: สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, 2555

ในยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการจัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2551-2555 ประเทศไทยตั้งเป้าหมายจะเป็นสังคมที่มั่นคงและทนทานต่อความเสี่ยงจากภูมิอากาศและให้ความร่วมมือกับประชาคมโลกในการแก้ไขปัญหาโลกร้อนบนพื้นฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ยุทธศาสตร์ 1 สร้างขีดความสามารถในการปรับตัวและลดความเสี่ยงต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วัตถุประสงค์ เพื่อปกป้อง อนุรักษ์และเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อปกป้อง อนุรักษ์และปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตให้ปลอดภัยจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แนวทาง สร้างขีดความสามารถในการประเมินผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ป้องกันและลดความเสียหายที่เกิดจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ ภัยธรรมชาติ การตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม สถานที่ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ สาธารณสุข สร้างขีดความสามารถในการปรับตัว ตัวอย่างมาตรการ ค้นหาพื้นที่เสี่ยงภัยที่อาจได้รับความเสียหายจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งเสริมกิจกรรมการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น การอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำและป่า ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานและการใช้ที่ดินเพื่อลดความเสี่ยงได้รับความเสียหายในพื้นที่เสี่ยงภัย ประเมินทางเลือกในการปรับตัวสำหรับพื้นที่เสี่ยงภัย อาทิ การเปลี่ยนชนิดพืชผล และเปลี่ยนกระบวนการเพาะปลูก เป็นต้น จัดตั้งระบบเตือนภัยและแผนอพยพประชาชนที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลด ความเสียหายจากเหตุการณ์สภาพภูมิอากาศรุนแรงให้เหลือน้อยที่สุด ยุทธศาสตร์ 2 ส่งเสริมกิจกรรมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกบนพื้นฐานของการพัฒนาอย่างยั่งยืน วัตถุประสงค์ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) และส่งเสริมเทคโนโลยีสะอาด (CT) แนวทาง ส่งเสริมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ภาคพลังงาน ภาคการจัดการของเสีย ภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม เพิ่มคาร์บอนซิงค์หรือป่าไม้ธรรมชาติ พัฒนาและส่งเสริมกลไกที่ส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีสะอาด   ตัวอย่างมาตรการ ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในการผลิตไฟฟ้า การขนส่งและกระบวนการด้านอุตสาหกรรม ปรับปรุงแผนลดการใช้พลังงานในการขนส่ง กระบวนการด้านอุตสาหกรรม การสร้างสิ่งปลูกสร้างเพื่อการพาณิชย์และเพื่ออยู่อาศัย ส่งเสริมการอนุรักษ์ป่าไม้ การปลูกสร้างสวนป่าและการฟื้นฟูป่าเพื่อเพิ่มป่าไม้ธรรมชาติ เพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง…
Menu Title