Browsing: Transportation

การใช้รถร่วมกัน คือ การร่วมโดยสารกันไปในเส้นทางเดียวกัน หรือเส้นทางใกล้เคียงกัน ดังนั้น ในรถจะมีผู้โดยสารมากกว่าหนึ่งคน การใช้รถร่วมกันมีหลายรูปแบบ การใช้รถร่วมกันแบบระบุคนขับ (Designated Driver Carpool): โดยทั่วไปการใช้รถร่วมกันแบบนี้ประกอบด้วยคนขับ 1 คนและผู้โดยสาร 1 คน หรือมากกกว่า 1 คนขึ้นไป ซึ่งผู้โดยสารอาจเป็นผู้จ่ายค่าใช้จ่ายบางส่วน อาทิ ค่าน้ำมัน ค่าทางด่วน หรือค่าที่จอดรถ แบบรายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน ขึ้นกับความเหมาะสม การใช้รถร่วมกันสำหรับพนักงาน (Employer Carpool): นายจ้างบางคนส่งเสริมให้พนักงานใช้รถของบริษัทสำหรับเดินทางไปและกลับจากที่ทำงาน วิธีการนี้ส่งผลดีต่อทั้งบริษัทและพนักงาน เนื่องจากรถของบริษัทได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์หลังเวลาทำการของบริษัท โดยบริษัทลดภาระจากจากค่าจอดรถ รักษาสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันก็ลดค่าใช้จ่ายของพนักงาน การใช้รถร่วมกันแบบอื่นๆ (Others) : รถโรงเรียน รถแท๊กซี่ รถประจำทางและการขนส่งเอกสารร่วมกัน   ประโยชน์จากการใช้รถร่วมกัน การใช้รถร่วมกันมีความสัมพันธ์กับต้นทุนการดำเนินงานขนส่ง ซึ่งรวมถึงราคาก๊าซ ระยะทางในการเดินทางไปกลับ และสัมพันธ์กับทุนทางสังคม เช่น การใช้เวลากับผู้อื่น การใช้เวลาในการรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม และสถานะยังไม่แต่งงาน โดยแนวโน้มการโดยสารรถคันเดียวกันนั้นน้อยมากในกลุ่มคนที่ใช้เวลาทำงานมาก คนทำงานที่อายุมากและคนที่มีบ้านเป็นของตัวเอง ซึ่งประโยชน์ของการใช้รถร่วมกันประกอบด้วย ลดค่าใช้จ่าย: จากข้อมูลสถิติของ Canadian Automobile Association ในปี พ.ศ. 2550…

  เคล็ดลับในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ นั่งแท็กซี่ - แท็กซี่ก็ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการขนส่งสาธารณะเนื่องจากเราไม่ได้เป็นเจ้าของรถ และเมื่อเราไม่ได้ใช้บริการ แท็กซี่เหล่านั้นก็สามารถให้บริการผู้อื่นได้ ทั้งนี้ ให้เลือกแท็กซี่ที่เป็นรถไฮบริดเพราะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า เดินไปโรงเรียน - เดินไปส่งบุตรหลานหรือให้พวกเขานั่งรถโรงเรียน แทนที่จะขับรถไปส่งที่โรงเรียนซึ่งไม่ได้ไกลจากบ้านนัก หรืออาจเดินไปพร้อมๆ กับเด็กคนอื่นๆในละแวกบ้านก็ได้ ใช้รถโดยสารหรือรถไฟสำหรับการเดินทางไกล - รถโดยสาร รถไฟ รถรางเบาและเรือข้ามฟากจะช่วยให้ประหยัดเวลาในการเดินทางได้ แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้รถยนต์ก็ดูว่าสามารถโดยสารไปพร้อมกับคนอื่นๆได้หรือไม่ และการเดินทางด้วยวิธีทั้งหมดที่กล่าวมายังดีกว่าการเดินทางด้วยเครื่องบิน รถยนต์ที่มีผู้โดยสาร 4 คนจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 104 กิโลกรัมเท่านั้น ขณะที่เครื่องบินจะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 736 กิโลกรัม และการนั่งรถไฟข้ามประเทศจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียงราวครึ่งหนึ่งของการขับรถยนต์ นั่งรถโดยสารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม - เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนรถโดยสารเครื่องยนต์ดีเซลเป็นรถโดยสารที่ใช้ไฟฟ้าหรือน้ำมันไบโอดีเซล ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ นอกจากนี้เครื่องยนต์ไบโอดีเซลยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าและมีประสิทธิภาพมากกว่าเครื่องยนต์ดีเซลทั่วไป ถึงแม้ว่าการใช้รถโดยสารเครื่องยนต์ดีเซลจะประหยัดต้นทุนกว่า แต่เมื่อคำนวณแล้วพบว่า รถโดยสารจำเป็นต้องขนส่งผู้โดยสารเพียง 3-8 คนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เหลือเท่ารถยนต์ ลดการโดยสารเครื่องบิน - พยายามลดจำนวนการเดินทางด้วยเครื่องบินและไม่เดินทางด้วยเครื่องบินในระยะทางต่ำกว่า 1000 กิโลเมตร เนื่องจากการเดินทางด้วยเครื่องบินเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมมากกว่าการเดินทางด้วยรถ สำรวจเส้นทางการขนส่งสาธารณะ - ถ้ายังไม่มั่นใจเรื่องการเดินทางด้วยการขนส่งสาธารณะ ให้เริ่มต้นด้วยการใชสาธารณะอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน จนเข้าใจระบบการขนส่งสาธารณะ ซึ่งระหว่างนั้นอาจทำให้ได้เพื่อนใหม่จากการโดยสารรถไปกับคนอื่นๆ ทำงานทางไกล- ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงานและเสนองาน หรือประชุมทางไกลผ่านจอภาพด้วยอินเทอร์เน็ตแทนการขับรถไปทำงาน การประชุมทางไกลผ่านจอภาพสามารถลดการใช้พลังงานในการเดินทางข้ามทวีปได้ถึงร้อยละ 99 ในยุคอินเทอร์เน็ตมีเครื่องมือหลายอย่างที่จะทำให้การทำงานทางไกลเป็นวิธีการทำงานที่มีประสิทธิภาพและประหยัด ซื้อตั๋วแบบประหยัด- ตั๋วรถโดยสารหรือรถไฟแบบไปกลับ ตั๋วแบบรายสัปดาห์หรือรายเดือน…

เพื่อรองรับการเดินทางของประชากร และตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากการที่มีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นในพื้นที่เมือง รัฐบาลควรทำการทดสอบระบบขนส่งมวลชนในปัจจุบัน เพื่อกำหนดวิธีรองรับการเจริญเติบโต และความหลากหลายของประชากรด้านเศรษฐกิจ- สังคม พร้อมกับการหาวิธีการลดปัญหามลพิษด้านสิ่งแวดล้อม และความแออัดในเมือง ดังนั้นในบริบทของแนวทางการขนส่งอย่างยั่งยืน ได้แก่ ขนส่งสาธารณะ ระบบที่เกี่ยวข้องกับจักรยาน และเครือข่ายของตนเดินเท้า เป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การเจริญเติบโตของเมืองและความสามารถในการตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพต่อประชากรอย่างยั่งยืน ตัวเลือกการขนส่งอย่างยั่งยืน สามารถให้บริการเพื่อดึงดูด รองรับความต้องการ และวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันของผู้อยู่อาศัยในเมือง รวมทั้งมักจะเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวที่มีการบูรณาการระบบต่างๆ ทั้งภูมิศาสตร์และรูปแบบการเดินทาง ระบบการขนส่งอย่างยั่งยืนเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยตอบสนองต่อความต้องการพื้นฐานต่อการเข้าถึงและการเคลื่อนย้ายของแต่ละบุคคลได้อย่างปลอดภัย ราคาประหยัด มีตัวเลือกการขนส่งหลายรูปแบบ และสนับสนุนด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจที่ดี จากการปล่อยมลพิษที่จำกัด และการลดการใช้ทรัพยากรสิ้นเปลือง ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างระบบขนส่งที่ยั่งยืน ได้แก่ ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม การปล่อยก๊าซเรือนกระจก – ระบบขนส่งเป็นส่วนหนึ่งของการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก เชื้อเพลิงฟอสซิล – เชื้อเพลิงฟอสซิลสิ้นเปลือง เช่น ถ่านหิน น้ำมันปิโตรเลียม และก๊าซธรรมชาติ ถูกนำมาใช้ในระบบขนส่งเพิ่มขึ้น ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้ลดลงอย่างรวดเร็ว และส่งผลกระทบต่อความผันผวนทางราคาของเชื้อเพลิงที่รุนแรง พลังงานหมุนเวียน- ยานพาหนะพลังงานทางเลือกถูกใช้มากขึ้น ความท้าทายด้านเศรษฐศาสตร์ เงินทุน - รัฐบาลมักใช้เงินลงทุนไปกับการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานทีมีอายุ เช่น ถนน ทางด่วน และสะพาน เงินทุนจึงเป็นความท้าทายที่รัฐบาลจะหาแหล่งเงินทุนเพื่อให้มั่นใจว่าโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่จะมีความปลอดภัยและใช้เงินลงทุนในการสร้างทางเลือกใหม่ เช่น ระบบขนส่งมวลชน ถนนที่เชื่อมกันอย่างสมบูรณ์ และเพิ่มทางเชื่อมต่อ รัฐบาลมักจะสนับสนุนเงินลงทุนในโครงการขนส่งที่ใช้เงินลงทุนเพียงพอ ซึ่งอาจถูกจำกัดในระบบขนส่งทางเลือกที่เอนกประสงค์ที่ทันสมัย การบริหารจัดการความต้องการ…
Menu Title