Browsing: Waste

ปัญหาขยะมูลฝอยชุมชนของประเทศไทย นับว่าเป็นปัญหาสำคัญที่อยู่คู่กับสังคมไทยมายาวนานไม่ว่าจะเป็นปริมาณการผลิตขยะที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจากสถานการณ์ขยะมูลฝอยในปี 2556 มีปริมาณขยะมูลฝอย ถึง 26.77 ล้านตัน ได้รับการจัดการอย่างถูกต้องเพียง 7.2 ล้านตันที่เหลือเป็นการกำจัดขยะมูลฝอยที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ซึ่งสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้เพียง5.1 ล้านตัน ซึ่งปัญหาดังกล่าวก่อให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม และส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยของประชาชน โดยขยะชุมชนที่เกิดขึ้นสามารถจำแนกตามองค์ประกอบได้ 4 ประเภท ได้แก่ ขยะย่อยสลาย ขยะรีไซเคิล ขยะอันตราย และขยะทั่วไป โดยขยะแต่ละประเภทจะต้องได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม โดยมีขั้นตอนวิธีดำเนินการ อันประกอบไปด้วย 6 ขั้นตอน ภายใต้หลักการ การลดปริมาณขยะและการใช้ซ้ำ (Reduce and Reuse) การนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycling) การผลิตพลังงาน (Energy Recovery) และการกำจัดขั้นตอนสุดท้าย (Final Disposal) ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยชุมชนที่ผ่านมา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพบว่าปัญหาสำคัญในการดำเนินการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยที่ผ่านมา ได้แก่ ข้อจำกัดด้านงบประมาณ ข้อจำกัดในด้านสมรรถนะองค์กร ปัญหาด้านการผลักดันนโยบายสู่การปฏิบัติ ปัญหาข้อจำกัดด้านสถานที่ ปัญหาผลกระทบของสารเคมีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ปัญหาด้านการประชาสัมพันธ์ จากปัญหาดังกล่าวข้างต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เสนอแนวทางและมาตรการในการแก้ไขปัญหาการดำเนินการในปี 2555-2559 สาระสำคัญ ดังนี้ ส่งเสริมและสนับสนุนระบบการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนแบบครบวงจรและระบบศูนย์รวม สนับสนุนและขยายผลให้ประชาชนลดปริมาณการเกิดขยะมูลฝอยจากบ้านเรือนโดยหลักการ 3Rs (Reduce Reuse and Recycle) สร้างแรงจูงใจด้านรายได้ให้กับประชาชนในการร่วมกันคัดแยกขยะมูลฝอยตั้งแต่บ้านเรือน ส่งเสริมธุรกิจรีไซเคิลหรือการแปรรูปใช้ใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จัดทำระบบการเรียกคืนซากของเสียอันตรายจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้แล้ว…

แนวคิดขยะเหลือศูนย์ (zero waste management) เป็นแนวคิดที่ยึดหลักการที่ว่า“ขยะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้” มีเป้าประสงค์ คือ “การทำให้ขยะเหลือน้อยที่สุดและกำจัดที่เหลือด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิผล” พบว่าแนวคิดการจัดการขยะดังกล่าวได้นำไปเป็นแนวคิดหลักในการดำเนินการในหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ แคนาดา อินเดีย เกาหลี ฟิลิปปินส์ ฮอลแลนด์ สวีเดน เยอรมันนี ออสเตรีย อังกฤษ ไอร์แลนด์ สกอร์ตแลนด์ นอร์มิเบีย สวิทเซอร์แลนด์ บราซิล และบางรัฐในสหรัฐอเมริกาได้แก่ รัฐวอร์ชิงตันดีซี นอร์ทแคโรไรน่า โอริกอน แคลิฟอร์เนีย จอร์เจียฯ (http://www.grrn.org) แนวคิดขยะเหลือศูนย์ (zero waste management ) มีหลักการสำคัญ คือ การใช้วัตถุการผลิตที่สามารถนำกลับมาแปรรูปใช้ใหม่ให้มากที่สุด ลดปริมาณของเสียที่จะทิ้งให้เหลือน้อยที่สุด บริโภคให้พอดีและบริโภคสินค้าที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ ผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลิตสินค้าใหม่ที่ผสมผสานการนำวัสดุกลับมาแปรรูปใช้ใหม่ได้ รณรงค์การใช้สินค้าที่ผลิตจากวัสดุเหลือใช้ พัฒนาการนำขยะกลับมาแปรรูปใช้ใหม่ เก็บภาษีรวมในราคาสินค้าที่คิดจากต้นทุนทรัพยากรการผลิต ช่วยยกระดับเป้าหมายทางเศรษฐกิจของชุมชน และสร้างงานใหม่ๆให้กับชุมชน การลดบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้ว เป็นแนวทางการนำบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ใหม่เพื่อลดปริมาณมูลฝอยของประเทศต่างๆ โดยการกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาและลดปริมาณมูลฝอย โดยการนำบรรจุภัณฑ์กลับมาใช้ใหม่ ด้วยมาตรการต่างๆ ดังนี้ การจัดตั้งองค์กรดำเนินการด้านการจัดการบรรจุภัณฑ์ที่ใช้แล้ว โดยการเรียกคืนบรรจุภัณฑ์ เพื่อรวบรวมและนำกลับมาใช้ซ้ำและรีไซเคิล เช่น เยอรมัน เบลเยียม ฝรั่งเศส…

ปัจจุบันประเทศไทยมีกรอบนโยบายปรับปรุงการใช้ประโยชน์จากขยะและลดจำนวนขยะ ส่งเสริมการผลิตพลังงานจากขยะ จัดตั้งการปกครองท้องถิ่นเพื่อพัฒนาโรงงานจัดการขยะและอนุญาตให้ภาครัฐและภาคเอกชนเข้าร่วมโครงการจัดการขยะ (UNEP, 2555) ทั้งนี้รัฐบาลไทยตั้งเป้าให้ติดตั้งเทคโนโลยีนี้ไว้ที่ 500 เมกะวัตต์ ภายในปี 2579 นอกจากนี้ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติได้มีมติในวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2558 เกี่ยวกับแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก โดยส่งเสริมแนวทางในการจัดทำแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (Alternative Energy Development Plan: AEDP 2015 - 2036) ซึ่งมียุทธศาสตร์ในการส่งเสริมพลังงานชีวภาพ โดยให้ความสำคัญต่อการตั้งเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะ ชีวมวล และก๊าซชีวภาพให้ได้เต็มตามศักยภาพเป็นลำดับแรก ซึ่งจากการสำรวจพบว่าประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตไฟฟ้าจากขยะได้ประมาณ 500 เมกะวัตต์ และแรงจูงใจจากรัฐบาลไทยทำให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการดึงดูดนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนได้ (EPPO, 2558) เทศบาลตำบลเมืองแกลงเป็นตัวอย่างกรณีศึกษาของการจัดการขยะในระดับท้องถิ่น โดยใช้แนวคิดในการดำเนินงานคือ “ผู้ก่อคือผู้แก้” เทศบาลฯ ได้ยกเลิกการตั้งถังขยะสาธารณะบนถนนที่เข้าร่วมโครงการ และครัวเรือนมีหน้าที่รวบรวมขยะและคัดแยกเบื้องต้น แนวทางนี้เป็นประโยชน์ต่อชุมชนมากกว่าการทิ้งขยะลงถังขยะสาธารณะเพราะเป็นการเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชน นอกจากนี้เยาวชนยังได้รับการปลูกฝังจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวมผ่านการทำกิจกรรมการแยกขยะอย่างต่อเนื่อง  สำหรับขยะที่ย่อยสลายได้ เช่น กิ่งไม้สดที่เกิดจากการตัดแต่งพื้นที่สีเขียวของเทศบาล  จะนำไปใช้หมักทำน้ำจุลินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพ ซึ่งการนำขยะอินทรีย์มาใช้ประโยชน์มีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซมีเทนและลดกลิ่นเหม็นที่เกิดจากการฝังกลบขยะ  นอกจากนี้เทศบาลฯ ยังได้ติดตั้งระบบก๊าซชีวภาพจากขยะอินทรีย์มูลสุกรและนำก๊าซที่ได้ไปใช้ในการต้มน้ำของโรงฆ่าสัตว์ของเทศบาล กิจกรรมเหล่านี้ของเทศบาลเน้นความเป็นธรรมชาติ สะดวก ไม่สิ้นเปลืองพลังงาน  และยังสร้างรายได้จากการจำหน่ายปุ๋ย และขยะที่สามารถขายได้ เป็นต้น เพื่อนำไปพัฒนาเทศบาลต่อไป  แนวทางการจัดการขยะของเทศบาลที่กล่าวมานี้เป็นการประยุกต์แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง คือ การพึ่งพาตนเอง และการทำลายสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดโดยอาศัยกระบวนการธรรมชาติในการแก้ไขปัญหาพลังงานและภาวะโลกร้อน…

ผลไม้ ผัก ผลิตภัณฑ์จากนม ธัญพืช ขนมปัง กระดาษเช็ดปากไม่ฟอกสี ที่กรองกากกาแฟ เปลือกไข่ เนื้อสัตว์ และหนังสือพิมพ์สามารถย่อยทำปุ๋ยหมักได้ถ้ามันสามารถถูกกิน หรือปลูกในไร่หรือสวนได้ ของที่ไม่สามารถย่อยทำปุ๋ยหมักได้เช่น พลาสติก จารบี แก้ว และโลหะ รวมถึงเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารที่เป็นพลาสติก บรรจุภัณฑ์เครื่องปรุงอาหารที่เป็นพลาสติก ห่อพลาสติก ถุงพลาสติก ฟอยล์ เครื่องเงิน หลอด ขวด โฟม หรือสารเคมี พวกวัตถุจำพวกเนื้อแดง กระดูก หรือเศษกระดาษปริมาณน้อยสามารถใช้ได้แต่ใช้เวลาในการย่อยสลายนาน และใช้เนื้อแดงกรณีที่ทำปุ๋ยหมักในสภาพที่มีการควบคุมที่ดีเพื่อป้องกันพยาธิ แมลงศัตรู และแมลงอื่นที่จะมาช่วยย่อยเศษเนื้อเหล่านี้ เศษอาหารมีคุณสมบัติโดดเด่นในการเป็นวัตถุดิบทำปุ๋ยหมักเพราะมีค่าความชื้นสูงและมีโครงสร้างไม่ซับซ้อน ซึ่งสำคัญในการผสมขยะอาหารสดกับสารเพิ่มปริมาณ เพื่อให้สารดังกล่าวซึมซับความชื้นส่วนเกินและเป็นการเพิ่มโครงสร้างให้กับสารเพิ่มปริมาณด้วยอัตราส่วนของคาร์บอนต่อไนโตรเจน (C:N) เช่นเศษขี้เลื่อยหรือของเสียจากคอกปศุสัตว์ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดี ขยะอาหารมีแนวโน้มที่จะเกิดปัญหากลิ่นเหม็น โดยหลักๆ จากแอมโมเนียและน้ำชะขยะปริมาณมาก ดังนั้นวิธีการป้องกันที่ดีที่สุดคือการวนอากาศในกองขยะเพื่อคงสภาพการมีออกซิเจนและความชื้น น้ำชะขยะสามารถลดได้โดยการให้อากาศและการให้สารเพิ่มปริมาณที่มีคาร์บอนสูงอย่างเพียงพอ แต่มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะกลิ่นหรือนำขยะขยะหลงเหลืออยู่บ้าง ซึ่งสามารถนำน้ำชะขยะกลับไปใส่ในกองปุ๋ยหมักใหม่ได้ ประโยชน์ของปุ๋ยหมักต่อสิ่งแวดล้อมและการเกษตร ทางด้านสิ่งแวดล้อม การอนุรักษ์น้ำและดิน การอนุรักษ์น้ำและดิน ลดปัญหากลิ่นในพื้นที่เกษตรกรรม ลดการผลิตก๊าซมีเทนและน้ำชะขยะในการฝังกลบโดยการเปลี่ยนรูปสารอินทรีย์จากพื้นที่ฝังกลบเป็นปุ๋ยหมัก ป้องกันการชะหน้าดินและสนามหญ้าบนถนน เลียบภูเขา สนามเด็กเล่น หรือสนามกอล์ฟ ลดความต้องการใช้ยาฆ่าแมลงหรือปุ๋ย ดักจับโลหะหนักและป้องกันการปนเปื้อนกับแหล่งน้ำ ถูกพืชดูดซึม หรือสะสมในร่างกายมนุษย์ เป็นการใช้วัสดุที่ไม่ต้องการจากฟาร์มเพื่อผสมกับมูลสัตว์และใช้เป็นปุ๋ย เป็นการอำนวยความสะดวกต่อการปลูกป่า ฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ และฟื้นฟูแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า โดยการพัฒนาดินในพื้นที่ปนเปื้อนมีลักษณะหนาแน่นและมีขนาดเล็ก ปุ๋ยหมักจากมูลสัตว์ให้น้ำหนักที่น้อยกว่าถึง…

เศษอาหารเหลือทิ้ง หมายถึงการลดลงของมวล (ปริมาณมวลแห้ง) หรือคุณค่าทางโภชนาการ (คุณภาพ) ของอาหารที่แต่เดิมมีไว้เพื่อการบริโภคของมนุษย์ การสูญเสียชนิดนี้มาจากห่วงโซ่อุปทานอาหารที่ไม่มีประสิทธิภาพเป็นสาเหตุหลัก เช่น โครงสร้างพื้นฐานหรือการขนส่งที่ไม่มีคุณภาพ การขาดเทคโนโลยี ทักษะ ความรู้ และความสามารถในการบริหารห่วงโซ่อุปทานที่ไม่เพียงพอ และการขาดช่องทางเพื่อเข้าสู่ตลาด นอกจากนี้ภัยพิบัติทางธรรมชาติก็มีส่วนเกี่ยวข้องเช่นกัน เศษอาหาร หมายถึงอาหารที่มีสภาพเหมาะกับการบริโภคที่ถูกทิ้ง เพราะถูกเก็บนานเกินวันหมดอายุหรือถูกทิ้งให้เสียก็ตาม ส่วนใหญ่เกิดขึ้นเพราะอาหารเสียแล้ว แต่สามารถเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่น อุปทานที่มากเกินโดยมีสาเหตุจากตลาด หรือพฤติกรรมการซื้อหรือพฤติกรรมการกินของผู้บริโภค การสูญเปล่าของอาหาร หมายถึง การสูญเสียอาหารจากการเสียสภาพหรือการทิ้ง ดังนั้นคำว่า “สูญเปล่า” จึงครอบคลุมถึงการสูญเสียของอาหารและขยะอาหารด้วย การย่อยเศษอาหารด้วยไส้เดือน เป็นการใช้ไส้เดือนเพื่อรีไซเคิลเศษอาหารและอินทรียวัตถุอื่นๆเพื่อปรับปรุงคุณภาพดิน เรียกว่าปุ๋ยมูลไส้เดือนดิน (Vermicompost) หรือปุ๋ยหมักไส้เดือน โดยไส้เดือนจะกินเศษอาหารซึ่งจะเปลี่ยนสภาพเป็นปุ๋ยหมักเมื่อผ่านการย่อยของไส้เดือนและจะเคลื่อนที่ออกจากทางปลายหลังของลำตัวไส้เดือน ปุ๋ยหมักดังกล่าวสามารถใช้เป็นปุ๋ยหมักสำหรับการปลูกต้นไม้ เพื่อความเข้าใจว่าทำไมปุ๋ยมูลไส้เดือนดินถึงเหมาะกับการปลูกต้นไม้ นั่นเป็นเพราไส้เดือนกินเศษผักผลไม้ที่อุดมด้วยโภชนาการและเปลี่ยนเป็นปุ๋ยหมักที่อุดมด้วยโภชนาการเช่นกัน วัสดุที่ต้องใช้ (และที่ควรหลีกเลี่ยง) ในถังไส้เดือน ในช่วงหลายล้านปีที่ผ่านมาไส้เดือนได้ทำงานอย่างต่อเนื่องในการย่อยอินทรียวัตถุและปล่อยคุณค่าทางโภชนาการกลับสู่ดิน การที่นำถังไส้เดือนมาใช้ในห้องเรียนเป็นการแสดงให้เห็นถึงบทบาทหน้าที่ของไส้เดือนในธรรมชาติ แม้ว่าไส้เดือนสามารถกินอินทรียวัตถุอะไรก็ได้แต่ว่าอาหารบางชนิดก็เหมาะสำหรับการใช้ในห้องเรียนถังไส้เดือนมากกว่า แนะนำให้ใช้เฉพาะผลไม้ดิบและเศษอาหาร หลีกเลี่ยงการใช้พวกเนื้อสัตว์ น้ำมัน หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมเพราะว่าพวกนี้มีโครงสร้างที่ซับซ้อนกว่าเศษผักผลไม้ ดังนั้นมันอาจต้องใช้เวลานานกว่าจะย่อยสารอาหารเหล่านี้ ซึ่งจะดึงดูดแมลงศัตรูอื่นๆมาได้พวกอาหารปรุงแล้วมักจะมีความมันหรือมีเนยจึงดึงดูดแมลงศัตรูได้เหมือนกัน หลีกเลี่ยงการใช้เปลือกส้มหรือพวกผลไม้ตระกูลส้มเพราะมีความเป็นกรดสูงเกินไปจะดึงดูดพวกแมลงหวี่ได้ พยายามใช้วัสดุหลายๆ ประเภท ซึ่งเราพบว่ายิ่งใช้ผักเยอะยิ่งได้คุณภาพของถังไส้เดือนที่ดีขึ้น หลีกเลี่ยงการใช้หัวหอมหรือบร็อคโคลี่เพราะกลิ่นค่อนข้างแรง การติดตั้งถังไส้เดือน การติดตั้งถังไส้เดือนค่อนข้างง่ายเพราะอุปกรณ์ทั้งหมดใช้แค่ กล่อง เศษฝอยหนังสือพิมพ์ชื้นๆ และไส้เดือน ในการหาวิธีการติดตั้งถังไส้เดือนให้เริ่มจากพิจารณาว่าไส้เดือนต้องการอะไรเพื่อดำรงชีวิต ถ้าถังที่เราเตรียมไว้มีทุกอย่างที่ไส้เดือนต้องการก็ถือว่าประสบความสำเร็จ…

คิดใหม่ ทำใหม่ (Rethink/Reinvent): พิจารณาและตั้งคำถามต่อพฤติกรรมการบริโภค ประชาชนควรพยายามสร้างความแตกต่าง โดยเริ่มจากตั้งคำถามกับตัวเองว่า สินค้าที่จะซื้อมีความจำเป็นสำหรับเราจริงๆ หรือไม่ ในอนาคตจะได้ใช้มันอีกหรือเปล่า สินค้าชนิดนี้รีไซเคิลได้ไหม (Green Triangle Blog, 2012) คำถามเหล่านี้เป็นเพียงคำถามพื้นฐานที่เราควรจะถามตัวเองทุกวัน และด้วยการใช้เวลาทำความเข้าใจพฤติกรรมการบริโภคของตัวเอง ประชาชนจะเริ่มมีความตระหนักเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ซึ่งความตระหนักนี้จะส่งผลต่อพฤติกรรม ค่านิยมและพฤติกรรมการบริโภคของพวกเขาด้วย ปฏิเสธ (Refuse): เลือกที่จะไม่สร้างขยะเพิ่ม วิธีที่ง่ายที่สุดในการลดจำนวนขยะคือการไม่สร้างขยะเพิ่ม แต่ไม่ได้หมายถึงให้หยุดบริโภคสินค้าทั้งหมด แต่ให้หยุดบริโภคสินค้าบางชนิด ตัดสินใจไม่ซื้อสินค้าบางชนิดที่ทำให้เกิดขยะมากกว่าประโยชน์ ยกตัวอย่างเช่น บางคนอาจรู้สึกว่าจำเป็นต้องซื้อแอปเปิลทุกครั้งที่ไปตลาด แต่อาจไม่ได้รับประทานแอปเปิลเหล่านั้นและต้องทิ้งมันในที่สุด เมื่อรู้เช่นนี้แล้วก็อาจตัดสินใจเลิกซื้อแอปเปิลซึ่งจะทำให้ปริมาณขยะลดลง นอกจากนี้บางคนอาจเลือกที่จะไม่ซื้อสินค้าเพราะคุณภาพของมัน เช่น อายุการเก็บรักษาสั้นหรือซ่อมยาก เพราะจรรยาบรรณของบริษัท เพราะสารเคมีที่เกี่ยวข้อง และอื่นๆ ลดการใช้ (Reduce): เลือกที่จะลดจำนวนขยะ วิธีลดปริมาณขยะง่ายๆ อีกวิธีคือ การลดการใช้ เราสามารถลดปริมาณวัสดุ สารพิษและขยะที่จะถูกส่งไปที่หลุมฝังกลบได้ด้วยวิธีเหล่านี้ ซื้อแต่ของที่จำเป็น โดยหลักเลี่ยงการซื้อของแบบฉับพลันไม่ได้ตั้งใจหรือซื้อของมากเกินไป ซื้อสินค้าที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่หรือเติมใหม่ได้ ใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก ใช้ถ้วยกาแฟกระเบื้องแทนถ้วยกระดาษ ซื้อสินค้าปริมาณมากหรือขนาดประหยัด เช่น ซื้อซีเรียลถุงใหญ่ขนาดประหยัดแทนถุงเล็กหลายๆ ถุงซึ่งจะทำให้ปริมาณขยะมากกว่า หลีกเลี่ยงการซื้อสินค้าปริมาณน้อยๆ หลายๆ อัน เลือกซื้อสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์ร้อยกว่า เช่น เลือกซื้อสินค้าที่บรรจุในกล่องและไม่ได้ห่อด้วยถุงพลาสติกอีกชั้น (EPA, 2555).  นำกลับมาใช้ใหม่/ซ่อมแซม…

โดยทั่วไปหลุมฝังกลบขยะจะหมายถึง ที่ดินขนาดใหญ่ที่อยู่ห่างไกลจากที่อยู่อาศัยของประชาชนและเป็นที่ฝังกลบขยะทั้งหมดจากเมืองนั้นๆ แต่หลุมฝังกลบขยะยังมีรายละเอียดอื่นๆอีก การจัดการหลุมฝังกลบขยะอย่างเหมาะสมเกี่ยวข้องกับการแยกขยะและส่งเฉพาะขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลหรือหมักทำปุ๋ยได้ไปยังหลุมฝังกลบ นอกจากนี้การฝังกลบขยะที่ถูกหลักสุขาภิบาลยังเกี่ยวข้องกับการลดปริมาณการรั่วไหลของมลสารในดินให้น้อยที่สุดและการป้องกันไม่ให้สารพิษอื่นๆ ไหลลงสู่แหล่งน้ำ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงและทำได้ยาก ในหลายๆ เมืองไม่มีการแยกขยะ จึงทำให้ขยะทุกชนิด อาทิ กระดาษ อาหาร แผ่นอนามัยและแก้ว ถูกฝังกลบรวมกัน ซึ่งทำให้เกิดปัญหาเนื่องจากแก้วและพลาสติกต้องใช้เวลาหลายพันปีในการย่อยสลาย นอกจากนี้การฝังกลบขยะทุกชนิดรวมกันยังทำให้หลุมฝังกลบเต็มเร็ว ส่งกลิ่นเหม็นและไม่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ถึงแม้ว่าการกำจัดขยะอย่างเหมาะสมต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูง แต่ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วมและหารือเพื่อหาทางออก เพราะหากไม่แก้ไข อาจส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการจัดการขยะและของเสียคิดเป็นส่วนน้อยของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ทั้งหมด ภาคส่วนนี้จึงอยู่ในฐานะผู้ประหยัดก๊าซเรือนกระจกให้กับภาคส่วนอื่นๆ ด้วยการป้องกันการเกิดขยะและนำขยะกลับมาใช้ใหม่  (UNEP, 2010) มาตรการที่สามารถนำมาใช้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคส่วนนี้ ได้แก่ การนำก๊าซมีเทนที่เกิดจากการฝังกลบขยะมูลฝอยมาใช้ใหม่ การใช้เตาเผาขยะที่มีการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ การทำปุ๋ยหมักจากขยะอินทรีย์ การบำบัดน้ำเสีย การรีไซเคิลและการลดจำนวนขยะให้เหลือน้อยที่สุด (IPCC, 2550) ในส่วนของขยะจากการบริโภค (Post-consumer waste) นับเป็นส่วนน้อยที่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด โดยส่วนประกอบหลักของก๊าซเรือนกระจกส่วนนี้ ประกอบด้วยก๊าซมีเทนที่เกิดจากการนำขยะไปฝังกลบ ก๊าซมีเทนที่เกิดจากน้ำเสีย และก๊าซไนตรัสออกไซด์ นอกจากนี้ ยังมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) อีกเล็กน้อย ที่เกิดจากการเผาขยะที่มีคาร์บอน (เช่น พลาสติก และวัตถุสิ่งทอสังเคราะห์) การทำให้ก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากขยะและของเสียลดน้อยลง สามารถทำได้ด้วยเทคโนโลยีที่หลากหลาย เช่น การนำก๊าซที่เกิดจากขยะที่ถูกฝังกลบมาใช้ (เพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทน) การนำขยะจากการบริโภคมาใช้ใหม่ (เพื่อป้องกันการสร้างขยะ) การทำปุ๋ยจากขยะและของเสีย (เพื่อหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจก) รวมไปถึงการดำเนินกระบวนการที่สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่าการนำขยะไปฝังกลบ (กระบวนการที่ใช้ความร้อน เช่น การกำจัดขยะโดยการเผา กระบวนการเผาไหม้ร่วมกันทางอุตสาหกรรม การบำบัดโดยวิธีเชิงกลชีวภาพ (Mechanical Biological Treatment (MBT)) และการย่อยสลายโดยไม่ใช้ออกซิเจน) ดังนั้น การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากขยะและของเสีย ต้องอาศัยเทคโนโลยีที่หลากหลาย โดยการนำเทคโนโลยีต่างๆ ไปประยุกต์ใช้นั้นจะขึ้นอยู่กับแรงผลักดันจากระดับท้องถิ่น ประเทศ และภูมิภาค ในการบริหารจัดการขยะและของเสีย และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แหล่งข้อมูล: UNEP. 2010. Waste…

วิธีจัดการขยะและของเสียด้วยการใช้เตาเผาขยะนิยมใช้ในประเทศที่มีพื้นที่ทำหลุมฝังกลบจำกัด ประชาชนสามารถใช้เตาเผาขยะขนาดเล็กสำหรับกำจัดขยะในบ้านได้ ส่วนเตาเผาขยะขนาดใหญ่ใช้สำหรับกำจัดขยะในระดับการปกครองส่วนท้องถิ่น วิธีนี้เป็นวิธีที่เหมาะสมในการกำจัดขยะปนเปื้อน เช่น ขยะจากโรงพยาบาล และขยะอันตรายจากโรงงาน แต่ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากเกินไป (ดูเรื่องมลพิษทางอากาศ) อย่างไรก็ตาม กระบวนการเผาขยะสมัยใหม่มีประสิทธิภาพสูงกว่าและยังปล่อยสารไดออกซินน้อยกว่าเตาผิงในบ้านและการปิ้งบาร์บีคิว โดยใช้กันอย่างแพร่หลายในเดนมาร์ก เยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพแต่ใช้ต้นทุนสูง แหล่งข้อมูล: http://www.eschooltoday.com/waste-recycling/waste-disposal-methods.html
Menu Title