ดินแบบ “ดาวอังคาร” ปลูกพืชได้ (น่าจะ) ปลอดภัยต่อการบริโภค

(FILES) In this handout picture received from the University of Wageningen Research department on May 6, 2016, researcher Wieger Wamelink inspects the plants grown on Mars and moon soil simulant in a research facility at the university in Wageningen, The Netherlands. Dutch scientists said on June 23, 2016 crops of four vegetables and cereals grown on soil similar to that on Mars have been found safe to eat, amid plans for the first manned mission to the planet. Abundant harvests of radishes, peas, rye and tomatoes all grown on the soil were found to contain "no dangerous levels" of heavy metals, said the team from Wageningen University in the Netherlands. / AFP PHOTO / University of Wageningen / Joep Frissel / RESTRICTED TO EDITORIAL USE - MANDATORY CREDIT "AFP PHOTO / UNIVERSITY OF WAGENINGEN / JOEP FRISSEL - NO MARKETING NO ADVERTISING CAMPAIGNS - DISTRIBUTED AS A SERVICE TO CLIENTS

ภาพเมื่อ 6 พ.ค. 2016 ขณะ เวเกอร์ เวมลิงก์ ตรวจดูการเจริญเติบโตของพืชอาหารที่ปลูกด้วยดินดาวอังคาร (Joep Frissel / University of Wageningen / AFP)

นักวิทยาศาสตร์ชาวดัตช์ทดลองปลูกผักและธัญพืชด้วยดินที่เลียนแบบดินบนดาวอังคารที่มีโลหะหนักสูง เผยผลผลิตมีความปลอดภัยต่อการบริโภค เป็นความสำเร็จท่ามกลางแผนการส่งมนุษย์ไปเยือนดาวแดง

ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยวาเกนนิงเกน (Wageningen University) ในเนเธอร์แลนด์ ทดสอบความปลอดภัยของหัวเรดิช ถั่วฝัก ข้าวไรย์ และมาเขือเทศ ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวหลังการเพาะปลูด้วยดินที่มีคุณสมบัติคล้ายดินบนดาวอังคาร

เอเอฟพีระบุว่า จากการทดสอบทีมวิจัยพบว่าโลหะหนักในผลผลิต “ไม่อยู่ในระดับอันตราย” ซึ่ง วีเกอร์ เวมลิงก์ (Wieger Wamelink) นักนิเวศวิทยาอาวุโสของมหาวิทยาลัยกล่าวว่า ผลทดสอบที่น่าประทับใจนี้เป็นนิมิตรหมายที่ดีอย่างยิ่ง

“เราบริโภคหัวเรดิช ถั่วฝัก ข้าวไรย์และมะเขือเทศได้จริง ซึ่งผมสงสัยจริงๆ ว่า รสชาติของผลผลิตเหล่านี้จะเป็นอย่างไร” เวมลิงก์กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ที่จะเดินทางไปตั้งถิ่นฐานอยู่บนดาวอังคารจะต้องนำเสบียงอาหารไปด้วย แล้วเพาะปลูกพืชเพื่อดำรงชีพต่อไป ดังนั้น ทีมวิจัยจึงใช้ดินที่พัฒนาขึ้นโดยองค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐฯ (นาซา) เพื่อจำลองสภาพดินบนดาวอังคาร โดยได้เริ่มทดลองมาตั้งแต่ปี 2013 และวางแผนเพาะปลูก 10 รอบเพาะปลูก

ทว่า ยังมีความไม่แน่นอนอยู่ว่าพืชเหล่านั้นจะดูดซับโลหะหนักอย่างแคดเมียมทองแดง และตกั่วที่พบในดินดาวอังคารในปริมาณมากหรือไม่ ซึ่งยังต้องมีการทดสอบต่อไปอีก 6 รอบการเพาะปลูก รวมถึงการปลูกมันฝรั่งด้วยซึ่งได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากการรณรงค์รับเงินบริจาคจะประชาชน

“เป็นเรื่องจำเป็นมากที่จะทดสอบผลผลิตให้ได้หลายๆ รอบการเพาะปลูกให้มากที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจว่า ผู้ไปตั้งถิ่นฐานบนดาวอังคารนั้นจะได้เข้าถึงแหล่งอาหารที่หลากหลาย” เวมลิงก์กล่าว

ด้านนาซาวางแผนส่งคนไปเยือนดาวอังคารภายใน 10-15 ข้างหน้าหรือราวๆ นั้น ซึ่ง อีลอน มัสก์ (Elon Musk) เศรษฐีอเมริกันกำลังดำเนินโครงการเพาะปลูกคล้ายกันนี้ไล่ตามหลัง ส่วนบริษัทดัตช์อย่าง มาร์สวัน (Mars One) ก็มีแผนคร่าวๆ ที่จะส่งคนไปตั้งถิ่นฐานอยู่บนดาวอังคาร

นอกจากนี้โครงการมาร์สวันยังสนับสนุนการทดลองของมหาวิทยาลัยวาเกนนิงเกน อีกทั้งยังอยู่ระหว่างการคัดเลือกผู้สมัครไปตั้งอาณานิคมบนดาวอังคารในฐานะมนุษย์อวกาศของโครงการจาก 100 คน ให้เหลือ 40 คน

 

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.manager.co.th/

27 มิถุนายน 2559

Categories: DEQP News,Global News,News

Menu Title